xs
xsm
sm
md
lg

"สนธิ" ลั่นพร้อมลืมอดีตร่วมสู้กับปชป. หากยอมลาออกมานำมวลชนปฏิรูปประเทศ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"สนธิ" เสนอทางออกประเทศ ประชาธิปัตย์ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจลาออกจาก ส.ส. มาต่อสู้กับประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศ ลั่นพร้อมลืมเรื่องอดีตแล้วร่วมมือด้วยทันที โดยจะเป็นแค่ลูกน้องไม่ขอเป็นแกนนำ มั่นใจศักยภาพประชาธิปัตย์มีพร้อม มวลชนจะออกมาหลายล้านคน เชื่อเพื่อไทยต้องยอมเจรจาด้วย แล้วทุกคนจะก้าวข้ามพรรคการเมืองและทักษิณไปได้


 คลิกที่นี่ ฟังเสียงรายการ คุยทุกเรื่องกับสนธิ 

วันที่ 9 ส.ค. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ทางเอเอสทีวี ถึงการเคลื่อนมวลชนของประชาธิปัตย์ ว่า ประชาธิปัตย์เดินสายปลุกระดมม็อบ พอปลุกไปเรื่อยๆชักกลัว เพราะมันเริ่มจุดติด ทุกคนในพรรคกลัว อาจจะมีบางคนที่ไม่กลัวคือ นายนิพิฏฐ์ นายอลงกรณ์ นายวัชระ เพชรทอง นอกนั้นแล้วขี้กลัว ปากกล้าขาสั่นทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทีนี้เพื่อไม่ให้เสียหน้า เลยตัดสินใจให้เดินไปส่งที่สภา เพราะถ้าเขาต้องการจะนำมวลชนจริง ไม่ต้องการทะเลาะกับตำรวจ อย่างน้อยต้องเตรียมการว่าถ้าพี่น้องเข้าไม่ได้ให้ตั้งเวทีตรงนั้นเลย แล้วมีคนของตัวเองคอยดูแล ตั้งเวทีปราศรัย อย่างน้อยที่สุดนี่คือการแสดงออกว่าตัวเองต้องการจะนำมวลชน หรือจริงใจกับมวลชนจริงๆ แล้วคำถามมีอยู่ว่า ที่นายสุเทพพูดจะรอจนวาระ 3 ซึ่งข้อเท็จจริง ยังไงก็ผ่านเขาก็รู้ เพียงแต่ตรรกะประชาธิปัตย์ต้องการที่จะพูดเพื่อให้สาวกตัวเองมีความรู้สึกว่าได้พยายามที่สุดแล้ว แต่พยายามเต็มที่แล้วยังไง ก็แพ้อยู่ดี

นายสนธิ กล่าวต่อว่า ประชาธิปัตย์พลาดมากในวันที่เข้าสภาวันแรก 7 ส.ค. ที่ไปบอกว่าขอเลื่อนวาระ ทันทีที่อีกฝ่ายยกมือชนะไม่เลื่อนให้ สิ่งที่ประชาธิปัตย์ต้องตัดสินใจเวลานั้นสำคัญมาก แต่เขาพลาด นั่นคือต้องเดินออกจากสภาทั้งหมด และมาเจอมวลชนของตัวเองที่อยู่ข้างนอก โดยการตั้งเวทีไว้และมาเจอ ถ้าเป็นเช่นนั้นในสภาจะเหลือเฉพาะพรรครัฐบาล รัฐบาลก็จะไปไม่เป็น พวกที่เก๋าอยู่ในสภาจะต้องห้ามไม่ให้เดินต่อเพราะมันขาดความชอบธรรม

ทีนี้การที่จะทำเช่นนี้ต้องคิดทะลุกรอบ และต้องพร้อมที่จะเสียสละ เพื่อที่จะเข้ามาเดินการเมืองทางมวลชน ประชาธิปัตย์นอกจากไม่ทำแบบนี้แล้ว ยังไปให้ความชอบธรรม โดยร่วมในกรรมาธิการเขาอีก ทั้งๆ ที่รู้ว่าในกรรมาธิการก็แพ้ นั่นก็เพราะประชาธิปัตย์ติดกับดักความกลัว คิดว่าถ้าเอามวลชนไปแล้วบุกเข้าสภาเดี๋ยวจะโดนดำเนินคดี ประชาธิปัตย์ถนัดแต่จะให้คนอื่นติดคุกแทน นอกจากนั้นยังติดกับดักในเรื่องการหลงตัวเอง ว่าตัวเองพูดเก่ง พูดแล้วคนจะฟัง ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ชอบพูด

นายสนธิ ได้กล่าวเสนอทางออกของประเทศ ว่า ถ้าอยากจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ต้องไม่ยอมรับระบบเดรัจฉานในสภานี้ โดยหาทางที่จะให้ทุกฝ่ายมานั่งคุยกัน แล้ววิธีเดียวที่จะให้ทุกฝ่ายมานั่งคุยกันได้คือ พรรคประชาธิปัตย์ทุกคนต้องลาออกหมด แสดงความบริสุทธิ์ใจ แล้วมาเดินเกมการเมืองนอกสภา และประกาศชัดเจนเลยว่าระบบนี้มันไม่เวิร์ก ต้องปฏิรูปประเทศ ถ้าเป็นเช่นนั้นตนและพันธมิตรฯพร้อมจะร่วมสู้ด้วย โดยไม่ขอเป็นแกนนำ

"ผมพร้อมจะร่วม พันธมิตรฯ พร้อมจะร่วม แต่คุณต้องลาออกนะ ให้คุณนำ ผมไม่ต้องการนำ ผมเป็นผู้ตามคุณ ผมยินดีตามพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าคุณกล้าทำอย่างนี้ อาการเจ็บหลังของผมที่ผมโดนแทงทั้งหลัง และเจ็บหัวที่โดนยิงหัว ผมลืมได้ ผมทิ้งไว้ข้างตัวเลย เอาชาติมาก่อน ถ้าอย่างนั้นแล้ว ระดมคนทั่วประเทศไทย 7 วันต้องมีคนเป็นล้านมา วันนั้นเพื่อไทยต้องเคาะประตูแล้วขอคุยด้วย" แกนนำพันธมิตรฯ กล่าว

นายสนธิ กล่าวอีกว่า ประชาธิปัตย์ไม่มีทางเลือก ต้องออกมานำแล้ว ไม่เช่นนั้นยกประเทศให้เพื่อไทยไปเลยแล้วกัน วันนี้ประชาธิปัตย์ต้องพิสูจน์ว่า ตัวเองไม่ใช่นักการเมืองแบบพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เดรัจฉานทางการเมือง ไม่ใช่เดรัจฉานในสภา ออกมาชำระตัวเสียใหม่ ประชาธิปัตย์ไม่ใช่คนบริสุทธิ์ ในอดีตผิดพลาดเยอะ แต่พวกตนพร้อมให้อภัย ตนพร้อมจะเป็นลูกน้อง จะลืมเรื่องมีดที่แทงหลังและปืนที่ยิงหัว เอาชาติไว้ก่อน เอาประชาชนคนไทยไว้ก่อน

แล้วถึงตอนนั้นคือการที่จะมากำหนดกติกาทางการเมืองที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วม วันนั้นเป็นวันที่เจรจาได้หมดทุกอย่าง และอาจจะเป็นวันที่บอกว่าให้ทหารมาตั้ง หรือให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตั้งรัฐบาลรักษาการชั่วคราว 2 ปี เพื่อมาตกลงกติกาวิธีการกันใหม่ นี่คือทางออกของประเทศไทย วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างกลับไปสู่ที่ศูนย์แล้วเริ่มกันใหม่

ถ้าปล่อยให้เพื่อไทยปู้ยี่ปู้ยําประเทศต่อไป ความผิดจะอยู่ที่ประชาธิปัตย์ เพราะมีศักยภาพสูงสุดในการเปลี่ยนประเทศได้ มีถึง 12 ล้านเสียง พันธมิตรฯ มีแค่ 1-2 ล้านเสียงเอง และมีผู้นำที่มีบารมีพอ ขอแค่ใส่ความกล้าเข้าไป การสู้ในสภารอถึงวาระ 3 เป็นแค่การซื้อเวลาตายเท่านั้น แต่ในที่สุดก็ต้องตาย สู้ดิ้นออกมาก่อนและหาทางเกิดใหม่ดีกว่า

นายสนธิ กล่าวต่อว่า เชื่อตนถ้าลาออกปั๊บ รัฐบาลเดินไม่ถูกเลย และมวลชนจะเยอะมากขั้นต่ำเป็นล้านและเผลอๆจะสูงถึง 2-3 ล้านคน อย่างน้อยที่สุดพันธมิตรฯ ไปแน่ นี่จะเป็นการเปลี่ยนประเทศจริงๆ และตนเชื่อว่าด้วยปริมาณคน ความรู้ของมวลชน คนชนชั้นกลาง ด้วยอะไรต่ออะไรที่พร้อมอยู่ มันจะทำให้พรรคเพื่อไทยต้องมานั่งโต๊ะเจรจา แล้ววันนั้นทุกคนจะก้าวข้ามพรรคการเมืองทั้งหมดและก้าวข้ามทักษิณด้วย นี่คือข้อเสนอทางออกของประเทศ

แกนนำพันธมิตรฯ ยังกล่าวต่อถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงพ.ร.บ.นิรโทษฯ ว่า พูดจาขัดแย้งกับตัวเองอย่างมหาศาล ปากก็บอกว่าต้องทำตามกฎหมาย แต่ว่าในกระบวนการที่เขาทำมันมีมาตรา 3 ที่ระบุว่าจะนิรโทษกรรมคนที่ทำผิดมาตรา 112 ถ้าจับหลักการที่พล.อ.ประยุทธ์พูด แสดงว่าไม่แคร์ถ้าเขาจะนิรโทษกรรมให้คนหมิ่นสถาบันฯ

พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่ทหารธรรมดา แต่เป็นทหารเสือราชินี เป็นผู้บัญชาการทหารบก สาบานต่อหน้าธงชัยเฉลิมพล ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และที่สำคัญเป็นผู้บัญชาการทหารบกที่มีจอมทัพ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพราะฉะนั้นแล้วพูดได้อย่างไรว่าต้องยึดถือกฎหมาย ทั้งที่กฎหมายนี้มันจะนิรโทษกรรมคนที่ฆ่าลูกน้องของพล.อ.ประยุทธ์คือ พล.อ.ร่มเกล้า ขนาดพันธมิตรฯเป็นคนธรรมดายังลุกขึ้นมาสู้เพื่อผู้ชุมนุม 7 ตุลา ที่เสียชีวิต พยาบาลเกดที่ตาย แม่เขาเป็นเสื้อแดงก็ลุกขึ้นมาสู้ให้ลูก พวกเสื้อแดงก็ลุกขึ้นมาสู้ให้คนของเขา แต่ พล.อ.ร่มเกล้า เป็นทหารไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ไม่ได้พกอาวุธ แล้วโดนฝ่ายตรงข้ามยิงตาย พล.อ.ประยุทธ์คุณสู้อะไรให้เขาบ้าง ไม่ได้สู้อะไรให้เลยแม้แต่นิดเดียว นี่ไม่ใช่คุณสมบัติของหัวหน้าคน นับประสาอะไรเป็นคุณสมบัติของผู้บัญชาการทหารบก และต้องถามว่าไม่อาย คุณนิชา ธุวธรรม ภรรยาพล.อ.ร่มเกล้า บ้างหรือ เขาเดินสายสู้อยู่คนเดียว พล.อ.ประยุทธ์ สนิทสนมกับ ทักษิณ ชินวัตร 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องรับงานทักษิณมาแน่

พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าทุกอย่างถ้าเป็นไปตามกระบวนการวาระ 1 - 3 ต้องเคารพ ตนไม่ได้ให้ลากอาวุธออกมา แต่ในฐานะเป็นผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะทหารเสือราชินี ต้องพูดชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยที่จะนิรโทษกรรมคนที่โดนมาตรา 112 ทำไมถึงไม่พูด แต่กลับพูดจาสับสน และไม่รู้จักบทบาทที่เป็นอยู่ ถ้าไม่ทำหน้าที่ก็อย่ามีดีกว่า หวังไม่ได้เลยกับคนๆนี้ ไม่มีประโยชน์





คำต่อคำ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ศุกร์ที่ 9 ส.ค. 2556

รายการ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ออกอากาศทางเอเอสทีวี วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2556 เวลา 20.00-22.30 น. ดำเนินรายการโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นางจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ และ นายเติมศักดิ์ จารุปราณ ร่วมดำเนินรายการ

จินดารัตน์ - สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่รายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ วันศุกร์ที่รอคอย สวัสดีค่ะคุณสนธิ

สนธิ - สวัสดีครับคุณแอน

จินดารัตน์ - วันนี้แฟนๆ รายการรอคอยกันอีกเยอะ เขาบอกว่าเขาอยากรู้ว่าคุณสนธิอยากจะพูดอะไรอีกวันนี้ วันนี้ตาเจ็บอีกเหรอคะ

สนธิ - เผอิญตาเคือง เป็นต้อหิน ไปตรวจครั้งหลังสุดเขาบอกว่าเวลาเจอแสงเยอะต้องกลับไปใส่แว่นดำ ก็เลยให้ระวัง

จินดารัตน์ - นึกว่าไม่อยากเห็นภาพอะไรบางอย่างตั้งแต่วันที่ 7 เป็นต้นมา มันเคืองตา

สนธิ - เคืองตา

จินดารัตน์ - เคืองใจด้วยนะคะ

สนธิ - เคืองใจ

จินดารัตน์ - เดี๋ยววันนี้ก็จะได้พูดกัน อย่างที่คุณสนธิได้พูดไปก่อนหน้านี้ในคลิปที่เราได้ให้คุณผู้ชมได้ฟังกันไปเมื่อเช้านี้ แต่ก่อนที่จะไปถึงเรื่องนั้น วันสำคัญเวียนบรรจบครบอีก 1 รอบแล้วนะคะ วันจันทร์นี้ วันแม่แห่งชาติ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันแม่ปีนี้เราก็คงคิดอยากจะทำอะไรดีๆ ให้กับแม่ ทั้งแม่ของชาติ แม่ของเราเอง ใช่มั้ยคะคุณสนธิ

สนธิ - แอนยังทำได้อยู่ ผมทำไม่ได้ นอกจากผมสวดมนต์ภาวนาให้กับองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ เพราะว่าแม่ผมไม่อยู่แล้ว ผมเคยพูดมาหลายครั้ง ผมบอกคนที่มีแม่อยู่ไม่รู้หรอก วันนึงถ้าไม่มีแม่แล้วจะคิดถึงขนาดไหน เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อมีเวลาอยู่กับแม่ แม่ยังอยู่เนี้ยะ พยายามใช้เวลากับแม่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เราโดยธรรมดาแล้วเราจะไม่รู้ถึงคุณค่าของที่เรามีอยู่ จนกระทั่งวันนึงของชิ้นนั้นไม่มีแล้ว อันนี้เฉพาะของนะ หรือเพื่อน ทีนี้พ่อกับแม่เป็นเรื่องสำคัญมาก บางคนชอบติดพ่อ บางคนติดแม่ก็แล้วแต่ แต่ทั้งพ่อและแม่ในทางธรรมเขาบอกเป็นพระของเรา พระที่แท้จริงของพวกเราคือ พ่อกับแม่ เพราะว่าเป็นผู้ให้กำเนิด หลายคนเนี้ยะรำคาญพ่อรำคาญแม่ แต่พอพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว จะมีความรู้สึกว่า เสียดาย มีโอกาสไม่ได้ใช้โอกาสนั้นให้เต็มที่

จินดารัตน์ - ยังไม่ได้ทำอะไรให้ท่านตั้งหลายอย่าง

สนธิ - หรือถึงแม้ไม่ทำ จริงๆทั้งพ่อทั้งแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ แอนไม่ต้องทำอะไรให้หรอก แค่อยู่ใกล้ๆแค่กอดแม่แค่นี้แม่ก็อุ่นใจมีความสุข แอนมีความรู้สึกอย่างไรบ้างเวลาไอยา กับอันนา ลูกสาวสองคนมากอด

จินดารัตน์ - สุดๆเลยค่ะ

สนธิ - เหมือนกัน เราลืมกอดพ่อลืมกอดแม่ บางคนอาจจะไม่ชินกับการกอดพ่อ หรือพ่อเป็นผู้ชายไม่ชิน แต่แม่ต้องกอด

จินดารัตน์ - ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวลูกชาย

สนธิ - ต้องกอดแม่ การกอดมันถ่ายทอดจิตวิญญาณตัวเองเข้าไปหาแม่เราได้ โดยผ่านการสัมผัสอันนี้ เพราะเป็นการสัมผัสทางกายด้วยจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ที่มอบให้กับคนที่เขารักเราด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้วมันจะอบอุ่นมาก เชื่อผมสิ

จินดารัตน์ - แล้วเวลาของเราเหลือน้อยลงไปทุกวัน

สนธิ - อายุก็มากขึ้นผมก็เคยพูดกับลูกชายผมนะ คือเขาจะมีเรื่องถกเถียงกับแม่เขาบ่อย เถียงกันไม่จบโน่นนี่นั่น บอกแม่จู้จี้บอกแม่ไม่เข้าใจเขา ผมบอกว่าปั๊ปชีวิตป๋าเศร้าเสียใจที่สุดคือวันที่แม่ไม่อยู่แล้ว แล้วก็ยังมองย้อนหลังไปว่าถ้ามีโอกาสขอโอกาสอีกสักครั้งหนึ่งถ้ากลับมาได้จะใช้ชีวิตอยู่กับแม่ทั้งวันทั้งคืนจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของแม่ เดี๋ยวนี้แอนไปที่ออฟฟิศใช่ไหม แอนเห็นรูปแม่ผมใช่ไหม

จินดารัตน์ - ใช่ค่ะ

สนธิ - วาดโดยอาจารย์จักรพันธุ์อยู่ตรงข้างบันได คนที่ไปกับผมจะรู้ ผมเข้าไปในออฟฟิศตอนเช้าผมไหว้พระข้างนอกแล้ว สิ่งแรกที่ผมทำคือ ผมยกมือไหว้แม่ และผมจับกรอบรูป และผมกำหนดจิต ผมบอกแม่ ผมมาทำงานแล้ววันนี้ หวังว่าแม่คงอยู่สบาย และผมบอกว่า ประเดี๋ยวจะสวดมนต์แล้วนะ ให้แม่เตรียมตัวลงมารับบุญรับกุศลจากการสวด หวังว่าแม่ได้ฟังธรรมแล้ว คงจะขึ้นไปอยู่ในภพที่ดีขึ้น ขอให้แม่มีความสุขความสบาย ผมคิดถึงแม่นะ ผมรักแม่ พูดในใจและก็ไปทุกวันแอน ไม่มีวันหยุด วันไหนที่ไปออฟฟิตทำอย่างนี้ตลอดเวลา

จินดารัตน์ - ค่ะ นอกจากแม่บังเกิดเกล้าแล้ว เรายังมีแม่ของแผ่นดิน

สนธิ - แม่ของแผ่นดิน ซึ่งอย่างที่ผมเรียนให้แอนทราบเมื่อศุกร์ที่แล้ว ผมบอกว่าภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จฯ ขึ้นรถไปเนี้ยะ คือผมรักและเคารพและเป็นห่วง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ว่าเนื่องจากได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมานานแล้วตลอดเวลา เลยรู้สึกปลื้ม แต่ไม่ปลื้มเท่าเห็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ เนื่องจากไม่ได้เห็นพระองค์ท่านมานานเหลือเกิน การที่ไม่ได้เห็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ มานาน แล้วประกอบกับผู้ประสงค์ร้ายปล่อยข่าวลือ ทำลายพระองค์ท่านตลอดเวลา ว่าพระองค์ท่านลุกไม่ได้ พระองค์ท่านนอนไม่มีสติ เห็นท่านวันนั้น ปลื้มจนน้ำตาไหล นึกในใจว่าพระองค์ท่านดี ยังดีอยู่เหมือนเดิม
ถ้าแอนจำได้ ตอนที่เราประท้วงอยู่ที่สะพานมัฆวานฯ ช่วงนั้นฝนตก จำได้มั้ย ตลอดเวลาเลย 12 สิงหาฯ ผมเชื่อว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตอนที่ประท้วงอยู่ที่สะพานมัฆวานฯ จัดงานวันแม่ จำได้รึเปล่าแอน ทุกคนใส่เสื้อสีฟ้า ใส่ผ้าพันคอสีฟ้า เอาคลิปมาดู เราจัดงานวันแม่ ฝนตก แล้วเราทำฉากข้างหลัง ทำซุ้ม ขึ้นมาร้องเพลงให้กับพระองค์ท่าน คือเป็นอะไรที่เราให้ด้วยใจ ดูรูปเก่าๆ นะฮะ ดุแล้วยังคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ เลย ผ้าพันคอสีฟ้า

จินดารัตน์ - มันเป็นความประทับใจที่เราได้มาร่วมชุมนุมต่อสู้เพื่อบ้านเพื่อเมือง

สนธิ - ใช่ๆ แล้วก็มีการจุดเทียนกัน จุดเทียนชัยกัน แล้วก็ฉลองกัน

จินดารัตน์ - เราจุดพลุด้วย

สนธิ - จุดพลุด้วย นี่ภาคประชาชนทำนะ นักสู้ข้างถนนทำให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พวกเราภูมิใจมากจริงๆ เลย ใครจะไปรู้ รัฐบาลยังไม่ทำให้เลย

จินดารัตน์ - แถมวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีที่แล้วของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็ห้ามจุดพลุ แต่นี่จะเป็นความประทับใจที่แอนว่าพ่อแม่พี่น้องจะไม่มีวันลืม

สนธิ - คนที่ไปร่วมชุมนุมกับเรา หรือคนที่ดูเอเอสทีวีช่วงนั้นจะจำได้แม่น เพราะว่าฉากหลังของเวทีซึ่งหลังเวลทีจะหันไปทางสะพานผ่านฟ้า จะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน เราวาดติดอย่างดีเลย เบ้อเร้อเลย ใหญ่ ถวายแก่พระองค์ท่าน

จินดารัตน์ - และค่ำคืนวันนั้นผู้ที่มาร่วมชุมนุมกันใส่เสื้อสีฟ้ากันหมด เป็นทะเลสีฟ้า สวยมากเลยค่ะ จุดเทียน

สนธิ - ทำซุ้ม ที่เราทำเองนะครับ ทำเองหมดเลยทุกอย่าง ทั้งที่ประท้วงอยู่นะ

จินดารัตน์ - หลายปีที่ผ่านมาเราได้แต่มุ่งหวังว่า ส่งใจให้พระองค์ท่านมีแต่ความสุข ไม่มีความทุกข์ ไม่มีอะไรมาทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท แต่สถานการณ์มันไม่เป็นอย่างนั้นคุณสนธิ แม้กระทั่งวันนี้ คนที่คุ้มกองทัพที่ใหญ่ที่สุดเขาได้พูดจาอะไรบางอย่างที่นับวันเรายิ่งมั่นใจ อย่างนั้นหรือเปล่าคะ

สนธิ - วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้พูดจาที่แสดงธาตุแท้ออกมา ทำให้ผมคิดว่า ข่าวที่เขาไปเจอทักษิณ ชินวัตร นักโทษชายทักษิณที่อเมริกาเนี้ยะ น่าจะเป็นจริง และวันนี้สิ่งที่ ประยุทธ์ จันทร์โอชาแสดงออก มันพิสูจน์ชัด พิสูจน์ว่าอย่างไงรู้ไหม พิสูจน์ว่านี่แหละทำไมทักษิณถึงพูดออกมาในคลิปว่า ไว้ใจประยุทธ์ ก็ไม่ไว้ใจได้ยังไง ผมอยากให้พ่อแม่พี่น้องไปฟังคำพูดของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเดี๋ยวผมจะอธิบายคำพูดให้ฟัง และผมจะชี้ให้คุณประยุทธ์ฟังว่า คุณเนี้ยะไม่ใช่กองทัพ คุณยังเข้าใจผิด คุณเพียงแต่สวมหัวโขนเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ และคุณไปรับงาน ทักษิณ ชินวัตรมา เพื่อมาปกป้องทักษิณ และระบอบทักษิณ โดยที่คุณไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีของกองทัพ และโดยที่คุณไม่ได้คำนึงถึงองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผมมีเหตุผลของผม ไปดูคลิปก่อนดีกว่า

**************คลิปประยุทธ์ จันทร์โอชา*************

จินดารัตน์ - ฟังแล้วมีความหวังมากนะคะ

สนธิ - ไม่มีความหวังฮะ คุณประยุทธ์นี่พูดจาขัดแย้งกับตัวเองมากอย่างมหาศาล ปากก็บอกว่า ผมต้องทำตามกฎหมาย ปากก็บอกว่า ก็ผ่านวาระ 1 วาระ 2 วาระ 3 ก็เป็นไปตามกระบวนการ แต่ว่าในกระบวนการที่เขาทำ มันมีอยู่มาตรา 3 ที่ระบุ บอกว่าจะนิรโทษกรรมของคนที่ทำผิดมาตรา 112 คือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถ้าจับหลักการที่คุณประยุทธ์พูด ก็แสดงว่าคุณประยุทธ์ไม่แคร์ ถ้าเขาจะยกนิรโทษกรรมให้คนซึ่งหมิ่นสถาบัน คุณประยุทธ์ก็บอก ก็มันเป็นไปตามกระบวนการ พูดง่ายๆ คุณประยุทธ์ก็ต้องบอกว่า ถ้ารัฐบาลออกกฎหมายอะไรก็ตาม เขาต้องเคารพในหลักการที่รัฐบาลทำใช่มั้ย

จินดารัตน์ - ก็คือถ้าทำระยำตำบอนอะไรก็ได้

สนธิ - ถูกต้อง ถ้ารัฐบาลออกกฎหมายล้มสถาบัน คุณประยุทธ์ก็ต้องยอมสิ เพราะเราใช้ปรัชญาเดียวกัน คุณประยุทธ์ ต่าง ไม่ใช่ทหารธรรมดา คุณประยุทธ์เป็นทหารเสือราชินี และคุณประยุทธ์เป็นผู้บัญชาการทหารบก คุณประยุทธ์สาบานต่อหน้าธงชัยเฉลิมพล ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และคุณประยุทธ์เป็นผู้บัญชาการทหารบกที่มีจอมทัพ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพระาฉะนั้นแล้วคุณประยุทธ์พูดได้อย่างไรว่า ผมต้องยึดถือกฎหมาย กฎหมายเขาว่าอย่างไร กระบวนการเขาว่าไปตาม ไอ้กระบวนการกฎหมายอันนี้มันเป็นกระบวนการที่จะนิรโทษกรรม แล้วมีข้อความหลายข้อความที่มันจะนิรโทษกรรม คนที่ฆ่าลูกน้องคุณประยุทธ์คือ พล.อ.ร่มเกล้า น้องโบว์ อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ คุณเจนกิจ น้องโบว์ กมลวรรณ หมื่นหนู หลายคน พันธมิตรฯ เราที่เสียชีวิตไป เพราะปืนของตำรวจ แก๊สน้ำตาตำรวจ ขนาดเราเป็นคนธรรมดา พันธมิตรฯยังลุกขึ้นมาสู้ เรียกร้องความยุติธรรม ร้องเรียน ต่อต้าน ต่อสู้ ถึงวันที่ 7 ตุลาคมที่ไร พวกเราก็ไปชุมนุมกัน ทำพิธีทางการศาสนาเพื่อระลึกถึง เรามีเสื้อตัวหนึ่งซึ่งเราชอบใส่ ระลึก 7 ตุลาฯ ตลอดเวลา และเราจะพูดเรื่องนี้ เราจะต่อสู้

พอเราเห็นรัฐบาลชุดอภิสิทธิ์ไม่ยอมปลดพัชรวาท เราก็ตำหนิอภิสิทธิ์ ว่าพัชรวาทผิด ถูก ป.ป.ช.ชี้มูล ขนาดเราเป็นประชาชน เรายังสู้เลย ส่วนน้องเกดที่ตาย พยาบาล แม่เขาเป็นเสื้อแดง แม่เขาก็ลุกขึ้นมาสู้ให้ลูกสาวเขา พวกเสื้อแดงก็ลุกขึ้นมาสู้ให้คนของเขา บอกว่าโดนทหารยิงตาย แต่ พล.อ.ร่มเกล้า ทหารไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ไม่ได้พกอาวุธ แล้วโดนฝ่ายตรงข้ามยิงตาย คุณประยุทธ์คุณสู้อะไรให้เขาวะ คุณไมได้สู้อะไรให้เขาเลยแม้แต่นิดเดียว คุณไม่เคยมาทุบโต๊ะเลย จะนิรโทษกรรมคนที่ฆ่าลูกน้องผมไม่ได้ คุณไปพูดเอาตามกระบวนการตามกฎหมาย นี่คุณใจแบบไหนเนี้ยะ คุณยังสู้ป้าแก่ๆ ซึ่งมาสู้ให้น้องโบว์ไม่ได้เลย นี่ไม่ใช่คุณสมบัติของหัวหน้าคน นับประสาอะไรเป็นคุณสมบัติของผู้บัญชาการทหารบก และคุณชอบอ้างว่า กองทัพบกเป็นสถาบัน ใช่กองทัพเป็นสถาบัน แต่คุณไม่ใช่ ถูกไม่ถูก

จินดารัตน์ - ค่ะ

สนธิ - นี่รับไม่ได้จริงๆ

จินดารัตน์ - และต้องถามว่า คุณไม่อายคุณนิชาบ้างหรอ

สนธิ - คุณไม่อายคุณนิชา ธุวธรรมหรอ คุณนิชา ผู้หญิง เมียคุณ พล.อ.ร่มเกล้า เดินสายสู้อยู่คนเดียว ไอ้ทหารอกสามศอกทั้งหลายหายไปไหนหมด คุณหายไปไหนหมดคุณประยุทธ์ คุณสนิทสนมกับทักษิณ ชินวัตร 100 เปอร์เซ็นต์ คุณต้องรับงานทักษิณมา และคุณยืนข้างทักษิณ ชินวัตร ผมอยากให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอให้พระองค์ท่านได้เห็นคำพูดคุณสักหน่อย น่าจะมีคนเอาไปเปิดให้ฟัง จะได้รู้ว่าคนอย่างคุณเป็นคนยังไง คุณเป็นทหารเสือราชินีนะ ทหารเสือราชินี ไอ้คนที่โดนมาตรา 112 มีอยู่คนหนึ่งคือยัยดาตอปิโด

จินดารัตน์ - ค่ะ

สนธิ - เป็นคนที่เอา สมเด็จพระนางเจ้าฯ มาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงบนเวที แล้วยุคนั้นอนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่ทำอะไรเหมือนกัน ผมเป็นคนลุกขึ้นมาทำ แล้วผมยังโดนคดีหาว่าเอาคำพูดดาตอปิโดมาพูดซ้ำ พระคุ้มครองที่ศาลชั้นต้นท่านยกฟ้องอัยการอุทธรณ์ ผมออกมาสู้ให้พระองค์ท่าน ลูกเจ๊กคนนี้ แล้ววันนั้นไม่มีหมาตัวไหนเลยไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็ตามที่ออกมาปกป้องพระองค์ท่านไม่มี แล้วถ้าผมไม่ได้ขึ้นเวทีวันนั้นออกมาพูดตำรวจมันจะเช็คแอคชั่นเหรอ พอผมขึ้นเวทีพอพูกปั๊ปวันรุ่งอนุพงษ์ เผ่าจินดา สั่งให้เลขา ทบ. ทำจดหมายยื่นให้ตำรวจบอกว่ามีการหมิ่นอย่างนี้ดาตอปิโดให้ดำเนินการด้วย เห็นหรือยัง ใช่ไหม แล้วยายดาตอปิโดก็โดน มาตรา 112 มันหมิ่น สมเด็จพระนางเจ้าฯ ศาลพิพากษาว่าชัดเจนเลยว่าหมิ่น แล้ววันนี้คุณประยุทธ์บอกว่าทุกอย่างถ้าเป็นไปตามกระบวนการวาระ 1 วาระ 2 วาระ 3 ต้องเคารพ ผมไม่ได้ให้คุณลากอาวุธออกมา พวกคุณไม่ควรจะมีอาวุธด้วยซ้ำเพราะคุณใช้ไม่เป็น คุณมีหน้าที่ซื้ออย่างเดียว แต่คุณในฐานะเป็นผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะทหารเสือราชินี

จินดารัตน์ - ค่ะ

สนธิ - คุณเป็นทหารเสือราชินี และคุณได้ดีมาตั้งแต่เป็นนายร้อยเนี้ยะ เพราะพระองค์ท่านสนับสนุนท่านมา ถ้าไม่มีพระองค์ท่านคุณจะเป็นผู้บัญชาการทหารบกได้ยังไง เรื่องนี้เนี้ยะมันต้องอยู่ในใจคุณอยู่แล้ว คนที่โดนมาตรา 112 คุณต้องพูดชัดเจน ทุกอย่างทำได้ แต่ผมจะไม่เห็นด้วย ผมจะไม่เห็นด้วยถ้ามีการนิรโทษกรรม คนที่โดนมาตรา 112 เพราะหมิ่นสถาบัน ทำไมคุณไม่พูดล่ะ คุณชอบพูดว่า ก็ผมรักสถาบัน ผมมั่นคงสถาบัน คุณมั่นคงอะไรของคุณ จนกระทั่งเรื่องของคุณแต่คุณพูดกว้างๆ คุณบอกว่า คุณต้องเคารพกฎหมาย ไปดูสิกลาโหมพูดห้ามยุ่งการเมือง ถ้างั้นคุณทำไมไม่ประกาศล่ะ คุณขอไม่เป็นทหารเสือราชินี ให้มันชัดเจนไปเลยสิ นี่คุณมาตีกิน คุณเป็นลิงหลอกเจ้าใช่ไหม เข้าใจหรือยัง

จินดารัตน์ - ค่ะ

สนธิ - คุณวันนี้เนี้ยะ คุณต้องอายคุณนิชา ธุวธรรม เมียคุณร่มเกล้า เมีย พล.อ.ร่มเกล้า เดินสายอยู่คนเดียว สู้เพื่อศักดิ์ศรีของทหารบก คุณออกมา เคยมาปกป้องไหม คุณเคยมาทุบโต๊ะบ้างไหม คุณเคยบอกธาริต เพ็งดิษฐ์ได้ไหม บอกทำไมไม่หาคนที่ยิงลูกน้องผม สักแอะก็ไม่หลุดออกมา คุณบอกว่า เราต้องเรียนรู้ที่จะรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรมคุณพูด และไอ้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นี่มันอยู่ในหลักนิติรัฐหรือเปล่า มันผิดหลักนิติรัฐ คุณสับสนมาก ยิ่งพูดยิ่งแสดงออกถึงสติปัญญาคุณที่ต่ำ และโง่เขลาเบาปัญญา

จินดารัตน์ - มีบางคนถึงขั้นว่า ถ้าเสียงไม่ใช่เสียงผู้ชาย เป็นเสียงผู้หญิง แล้วโดยที่ไม่ต้องดูหน้าจะเข้าใจว่านายกฯ พูด พูดเหมือนกันเข้าไปทุกวันแล้ว

สนธิ - คุณพูดจาสับสน คุณไม่เข้าใจและคุณไม่รู้จักบทบาทที่คุณอยู่ คุณไม่รู้ว่าคุณคือผู้บัญชาการทหารบก และคุณไม่รู้ คุณลืมไปว่าคุณคือทหารเสือราชินี คุณลืมไปว่าคุณสาบานต่อหน้าธงชัยเฉลิมพล คุณลืมไปว่าคุณดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และคุณลืมไปว่าคุณมีจอมทัพคือองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และคุณลืมไปว่า ลูกน้องคุณตายในหน้าที่ที่คุณสั่งเขาไปทำ เขาไปรักษาความสงบ ทำตามหน้าที่ ซึ่งคุณสั่งเขา แล้วเขาไปตัวเปล่าไม่มีอาวุธ แล้วเขาถูกยิงตาย คุณไม่เคยลุกขึ้นมาสู้เพื่อเขาเลย ไม่เคย ไอ้พวกเรานี่นะ ไอ้ลุกเจ๊กอย่างผม ผู้หญิงอย่างแอน ป้ายังลุกขึ้นสู้ให้น้องโบว์ สู้ให้พันธมิตรฯซึ่งตายไปสิบกว่าคน สู้สุดฤทธิ์สุดเดช เอาใจมาวัดกันเลยดีกว่า ใช่ไหมแอน

จินดารัตน์ - มีคนเขาเปรียบเทียบอย่างนี้ค่ะคุณสนธิ ว่าในยุคของอนุพงษ์ เผ่าจินดา ว่าทำให้สถาบันทหารเสื่อมทรามลงไปแล้ว ยุคนี้มันแย่กว่านั้นอีก

สนธิ - ยุคนี้ยุค ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสื่อมกว่ายุคอนุพงษ์ เผ่าจินดา และที่น่าสนใจทหารเสิ้อราชินีทั้งคู่ แล้วบูรพาพยัคฆ์ทั้งคู่ น่าจะเป็นบูรพาสุนัขมากกว่า

จินดารัตน์ - วันนี้เสร็จตอนเช้าให้สัมภาษณ์เสร็จฟาดงวงฟาดงานักข่าว แล้วก็พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นเสร็จ ตอนเย็นก็ไปตบเท้าบูรพาพยัคฆ์ค่ะ ตบเท้าอวยพรวันเกิดบิ๊กป้อม ประวิตร วงษ์สุวรรณ

สนธิ - หัวเรือใหญ่คือประวิตร วงษ์สุวรรณ 3 คนนี่เขาเป็นพี่น้องกัน เขารักกัน ดูแลซึ่งกันและกัน บูรพาพยัคฆ์ทั้ง 3 ค นกองทัพไทยพังพินาศฉิบหายเพราะบูรพาพยัคฆ์ คุณบอกว่า กฎกลาโหมบอกห้ามยุ่งการเมืองแต่คุณหารู้ไม่ว่าคุณกำลังตั้งพรรคทหารขึ้นมา เขาเรียกว่า พรรคบูรพาพยัคฆ์

จินดารัตน์ - สืบทอดอำนาจกัน

สนธิ - ที่สำคัญคุณตีกินกับสถาบันกษัตริย์ อ้างว่าคุณจงรักภักดีสถาบันกษัตริย์แต่การกระทำของคุณไม่ใช่แม้แต่นิดเดียว จนวันนี้ ผมเคยท้าคุณ ถ้าคุณอ้างว่าคุณเชื่อในหลักนิติรัฐ ทำไมคุณไม่พูดออกมาล่ะ ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมอันนี้จะยกเลิกความผิดของคนที่ศาลพิพากษาไปแล้วไม่ได้ คุณกล้าพูดมั้ย คุณไม่กล้าพูด ผมจะบอกให้ ที่ทักษิณบอกเขาไว้ใจคุณมากที่สุดน่ะ ผมเชื่อแล้ว เพราะคุณนี่คือคนของเขา คุณนี่รับงานทักษิณมา วันนี้ขอให้รู้เลยว่า ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน คือคนของทักษิณ ชินวัตร เป็นคนอยู่ในคาถาของทักษิณ ชินวัตร ผมฟันธงไปได้แล้ว หลังจากที่วันนี้ออกมาพูด นี่ชัดเจน ทุกอย่างพูดจาสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ตลอดเวลา จริงอยู่ คุณไปแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลเขาไม่ได้ แต่ในพื้นที่บางพื้นที่ซึ่งคุณรับผิดชอบอยู่ ในฐานะซึ่งคุณมีตำแหน่งหน้าที่ ตำแหน่งหน้าที่ก็คือว่า ผู้บัญชาการทหารบกที่มีจอมทัพ คือพระเจ้าอยู่หัว ผู้บัญชาการทหารบก ที่เป็นทหารเสือพระราชินี จะต้องออกมาแสดงจุดยืนของคุณ เขาไม่ได้ให้คุณลากปืนออกมา แต่อย่างน้อยคุณต้องมีความหนักแน่น คุณมีรองผู้บัญชาการทหารบก คุณมี เสธ.ทหารบก คุณมีแม่ทัพทุกภาค คุณเอามาตั้งแถวสิ คุณบอกเลยว่าเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม เป็นกฎหมายส่วนตัว เป็นกฎหมายที่อยู่ในสภา เราไม่แทรกแซงการทำงาน แต่ว่าเราขอแสดงความเห็นและจุดยืนว่า การที่จะนิรโทษฯ คนที่ถูกมาตรา 112 นั้น เป็นการกระทำที่กองทัพไม่เห็นด้วย ทำไมคุณไม่พูดล่ะ

จินดารัตน์ - ถ้าไม่ทำหน้าที่ก็อย่ามีซะดีกว่า

สนธิ - ก็อย่ามี และอย่าทำอะไรเลยดีกว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมจะบอกให้รู้ อย่าไปหลงเข้าใจว่าประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นกองทัพ ไม่ใช่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนซึ่งได้ดีขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารบก เจริญเติบโตมาด้วยพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งอนุพงษ์ เผ่าจินดา ด้วย ทั้งคู่เลย แต่ขึ้นไปๆๆ แล้ว กลับกลายเป็นคนซึ่งวิ่งหนีปัญหา ไม่ยอมแสดงจุดยืนในการออกมาปกป้องสถาบันกษัตริย์หลายเรื่อง จริงอยู่ที่เขาพูดบอกว่า เอ๊ะเรื่องคนหมิ่นเจ้ามันเป็นหน้าที่ตำรวจต้องทำ ไอซีทีต้องทำ คุณไม่รู้เลยหรอว่า ตำรวจวันนี้เป็นตำรวจของใคร คุณโง่ขนาดนั้นเชียวหรอ คุณไม่รู้หรอว่า สถานีวิทยุเสื้อแเดงที่ปทุมธานี ของไอ้โกตี๋เนี้ยะ มันวิพากษ์วิจารณ์ให้ร้ายใส่ร้าย สมเด็จพระนางเจ้าฯ ตลอดเวลา คุณไม่รู้เชียวหรอ ถ้าคุณนั่งอยู่อย่างนี้ แล้วคุณบอกว่า เป็นหน้าที่ตำรวจ และถ้าตำรวจซึ่งตอนนี้มันก็เป็นของทักษิณ ชินวัตรไปแล้ว เป็นของรัฐบาลชุดนี้ไปแล้ว เป็นของเสื้อแดงไปแล้ว ถ้าตำรวจมันไม่ทำอะไรเลย คุณก็บอกไม่ใช่หน้าที่ผม เศร้าไหมแอน

จินดารัตน์ - เศร้าค่ะ หมดหวัง อย่างที่เราบอกไปหลายครั้งแล้วนะคะว่า เลิกหวังกับคนๆ นี้

สนธิ - หวังไม่ได้หรอก ไม่มีประโยชน์คนๆ นี้

จินดารัตน์ - คือเราพูดมานานหลายต่อหลายครั้ง แต่คนบางคนก็ยังแอบหวัง เอาล่ะ ฟากฝั่งนี่ที่เราคิดว่า วันนึงเขาจะลุกขึ้นมาอยู่เคียงข้างประชาชน เลิกหวังไปแล้ว วันนี้ประชาชนคนไทยก็น่าจะเลิกหวังกับตัวเองด้วยเหมือนกันนะคะ จากข่าวเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ กับน้องเจนนี่

สนธิ - ผมไม่กล้าพูด ว่าประเทศไทยเป็นประเทศอะไร มันไม่ได้ คือประเทศไทยเมื่อวานนี้ เว็บไซต์ผู้จัดการล่ม คนเข้าไปเฉพาะข่าวเอ๋

จินดารัตน์ - เอ๋ ชนม์สวัสดิ์

สนธิ - เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ กับน้องเจนนี่ 4 แสนกว่าคน

จินดารัตน์ - ในขณะที่ข่าวการเมือง

สนธิ - ในขณะที่ข่าวการเมืองเข้าไม่กี่หมื่นคน และก็การแถลงข่าวของเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ช่อง 9 ถ่ายทอดสด ในขณะซึ่งพรรคประชาธิปัตย์นำประชาชนเดินไปสภาฯ ไม่มีการถ่ายทอดสด

จินดารัตน์ - อ้างว่ารถถ่ายทอดสดโดนไล่ออกมา

สนธิ - ไม่ใช่ คือพูดง่ายๆ ถ่ายข้างนอกก็ไม่ถ่าย แต่ถึงเรื่องใต้สะดือเรื่องคนโน้นจะเอาคนนี้ คนนี้จะเอาคนนั้น รู้สึกว่าสื่อมวลชนเมืองไทยให้ความสนใจมากๆ แต่เรื่องชาติบ้านเมือง เรื่องน้ำมัน 2 ลิตร 100 ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นเลย

จินดารัตน์ - แอนเข้าใจว่า เรื่องนี้คุณเติมศักดิ์ จะอยากคุณด้วยนะคะ แอนขออนุญาตพักก่อนได้ไหมคะ เพื่อที่คุณเติมศักดิ์จะเข้ามาคุย แต่ว่าวันแม่คุณสนธิ อยากแนะการซื้อของขวัญวันแม่ให้คุณแม่หน่อยไหมคะ

สนธิ - เดี๋ยวหาว่าผมขายของ ก็ผมคิดว่าซื้อเครื่องทำน้ำด่าง ซึ่งตอนนี้มาแล้ว มีสต๊อกอยู่แล้ว 100 เครื่อง พรุ่งนี้วันที่ 10 ใครไปที่เอเอสทีวีช็อป จ่ายเงินสดซื้อได้เครื่องไปทันทีเลย ไม่ต้องรอและ

จินดารัตน์ - ที่ถนนพระอาทิตย์นะคะ

สนธิ - ที่ถนนพระอาทิตย์ เรามี 100 เครื่อง และมีเพิ่มเติมอีกนิดตอนนี้สถาบันทดสอบ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์กำลังทดสอบการล้างพิษผัก

จินดารัตน์ - อ่อ ล้างสารพิษ

สนธิ - ล้างสารพิษจากผัก

จินดารัตน์ - ล้างสารปนเปื้อนในผัก

สนธิ - สารปนเปื้อน คือคนเราซื้อผักมาๆ ล้างได้ น่าสนใจมากแอน

จินดารัตน์ - ใช้น้ำด่างล้าง

สนธิ - ล้างด้วยหลายวิธี ล้างด้วยอัลตราซาวนด์

จินดารัตน์ - ล้างด้วยอัลตราโซนิค

สนธิ - ล้างดว้ยอัลตราโซนิค แล้วก็ล้างด้วยน้ำด่าง เบอร์ 3 นะ แล้วล้างด้วยอะไรจำไม่ได้แล้ว

จินดารัตน์ - ใช้ด่างทับทิมก็ได ขี้เถ้าก็ได้

สนธิ - ปรากฏว่า น้ำด่างเบอร์ 3 ของเรา ล้างได้ดีที่สุด สารพิษออกมากที่สุด แช่ไว้ 15 นาที สารพิษออก

จินดารัตน์ - เมื่อเทียบกับอย่างอื่นๆ

สนธิ - เทียบอย่างอื่น ของเราดีที่สุด

จินดารัตน์ - เบอร์ 3 เหรอคะคุณสนธิ

สนธิ - เบอร์ 3 เพราะฉะนั้นแล้ว เครื่องทำน้ำด่างนี้ ยังมีเบอร์ 3 ที่กดแล้วก็เอามาล้างผัก ทำให้สารพิษหมด พรุ่งนี้ถ้าจะซื้อของขวัญให้คุณแม่ ไปซื้อเครื่องทำน้ำด่าง ซื้อปั๊บได้ของไปเลย

จินดารัตน์ - หิ้วกลับบ้านเลย

สนธิ - หิ้วกลับบ้านได้เลย

จินดารัตน์ - อันนี้กันมาเฉพาะวันแม่

สนธิ - กันมาเฉพาะวันแม่โดยเฉพาะ 100 เครื่อง มาก่อนได้ก่อน ไปจ่ายเงินเสร็จ เอากลับ

จินดารัตน์ - หรือคุณแม่จะซื้อให้ลูกก็ได้นะคะ

สนธิ - คุณแม่ซื้อให้ลูกได้หมดฮะ

จินดารัตน์ - งั้นเดี๋ยวเราพักกันก่อนนะคะ อ่อ มีงานฝากประชาสัมพันธ์นิดหนึ่งค่ะ ขออนุญาตคุณสนธินะคะ เป็นโครงการคืนกำไรสู่สังคมครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคมนี้ เวลา 08.45 น. ไปจนถึง 5 โมงเย็น ที่อาคารเดอะคอนเนคชั่น เอดูคูซีน อยู่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ถ้าใครเคยไปหนหนึ่งแล้ว น่าจะจำได้ ในงานของเรา เริ่มงานมาก็จะมีเสวนาหลายเวที เรื่องมหัศจรรย์งาดำ งาดำกับโรคมะเร็ง ปฏิวัติสุขภาพภาคพิเศษ คำถาม-คำตอบเรื่องงาดำกับโรคมะเร็ง แนะนำกิจกรรมช่วงบ่ายด้วย ก็มีการแสดงดนตรีปิดท้ายเวทีด้วย โดยพี่แหลม ผู้จัดกวน ถ้าใครสนใจไปร่วมงานกันได้ ให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งและงาดำ ช่วยป้องกันและรักษากันอย่างไร

สนธิ - อยู่ตรงไหนนะ

จินดารัตน์ - อยู่ที่อาคารเดอะคอนเนคชั่นค่ะ แยกรัชดา-ลาดพร้าว เคยจัดมาแล้วครั้งหนึ่งค่ะ คุณสนธิ คนให้ความสนใจเยอะมาก เราเป็นการจัดโครงการคืนกำไรสู่สังคม ก็คือ งาดำ (Sesame Black) เขาจะเป็นสปอนเซอร์ว่า ซื้อไปกี่กล่อง แล้วจะปันเงินส่วนหนึ่ง ปันงาดำส่วนหนึ่ง เอาไปให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง อันนี้ก็จัดขึ้นอีก คือมีให้ความรู้เรื่องงาดำ เรื่องโรคมะเร็งเยอะมากนะคะ น่าสนใจ ไปร่วมกันได้วันอาทิตย์ที่ 18

สนธิ - อ.ปานเทพ จะไปพูดด้วย

จินดารัตน์ - ใช่ค่ะ อ.ปานเทพ ก็จะไปนะคะ อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคมนี้ 08.45 น.ถึง 5 โมงเย็น เดี๋ยวพักกันก่อน ช่วงหน้า คุณเติมศักดิ์มาแล้ว สักครู่ค่ะ

ช่วงที่ 2

จินดารัตน์ - กลับมาช่วงที่ 2 คุยทุกเรื่องกับสนธิ คุณเติมศักดิ์ จารุปราณ มาแล้ว สวัสดีค่ะ

เติมศักดิ์ - สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ สวัสดีครับคุณสนธิ

จินดารัตน์ - ก่อนที่จะถามความเห็นคุณเติมศักดิ์ ที่อาจจะอัดอั้นตันใจเรื่องข่าวเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ กับน้องเจนี่ อันนี้แซวเล่นนะคะ คุณเติมเขาอาจจะไม่ได้สนใจอะไร แต่ว่างงที่เว็บผู้จัดการล่ม เพราะคนเข้ามาดู 4 แสนกว่าคน

เติมศักดิ์ - วาระแห่งชาติ

จินดารัตน์ - 4 แสนกว่าวิว วาระแห่งชาติจริงๆ ขออนุญาตฝากข่าวประชาสัมพันธ์อีกนิดหนึ่งค่ะ คอนเสิร์ตการกุศลใจประสานใจ เรามีนัดกันนะคะ วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายนนี้ เวลาบ่าย 2 โมงถึง 5 โมงเย็นที่ โรงละครแห่งชาติ ถามตัวเองดูนะคะว่า ไม่ได้ไปโรงละครแห่งชาตินานแค่ไหนแล้ว นี่เป็นโอกาสดีนะคะ คอนเสิร์ตครั้งนี้จะบรรเลงโดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร ศิลปินกรมศิลปากรมากันเยอะมากนะคะ รวมไปถึงนักร้องกิตติมศักดิ์อย่าง อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ไปเชียร์กันค่ะ นักร้องรับเชิญก็มีเยอะนะคะ ส่วนพิธีกรก็จะเป็นคุณกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ คุณดวงดาว เถาว์หิรัญ สามารถจองบัตรได้ที่หมายเลข 02-526-7926 089-893-2089 นะคะ บัตรราคา 300 บาท 500 700 1,000 และ 1,500 บาท เขามีกระซิบมาบอกด้วยว่า งานนี้ถ้าคนสนใจไปดูเยอะ ประทับใจงานหน้าจะยิ่งใหญ่กว่านี้นะคะ งั้นก็ไปเจอกันที่งานนี้แล้วกัน จะเริ่มข่าวคุณเอ๋ก่อนนะ

เติมศักดิ์ - เรื่องชนม์สวัสดิ์ กับเจนี่

สนธิ - เดี๋ยวก่อน เติมศักดิ์ เครื่องทำน้ำด่างจ่ายเงินสดได้เลยนะ คุณบอกคุณไม่อยากจะรอ

เติมศักดิ์ - เดี๋ยวพรุ่งนี้ซื้อเลยครับ ที่เอเอสทีวีช็อป

สนธิ - มีอยู่ 100 เครื่องรีบไปเลย

จินดารัตน์ - 100 เครื่องวันแม่เท่านั้นนะคะ จ่ายปุ๊บได้เครื่องกลับบ้านไปเลย มาเรื่องของวาระแห่งชาติที่ชาติดูมีความหวังมาก ที่คนในชาติสนใจ รวมไปถึงสื่อแห่แหนกันไปทำข่าว ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ลูกชายนักโทษหนีคดี และคุณเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ สาวซุปตาร์ของเรา คุณสนธิ แอนไม่รู้จะพูดว่ายังไงจริงๆ นะคะ มันเศร้า

สนธิ - ความไม่สบายของสังคม สังคมไทยเป็นสังคมที่นอกจากจะด้อยปัญญาแล้ว ยังมีความเป็นอวิชชาสูง ความเป็นมิจฉาทิฏฐิสูงมาก เออหลายคนบอกว่า นี่ไงเหตุผลไง เติมศักดิ์ ที่ผมบอกว่า บางครั้งเราอาจจะต้องยอมให้สังคมมันล่มสลายไปเลย มันดีกว่าที่พยายามประคอง มันประคองไม่ได้แล้ว ต้องให้มันพังทลายไปหมด เหมือนนกฟีนิกซ์แล้วก็เกิดใหม่อีกที คือศัพท์จีน สุภาษิตจีนก็คือ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เหมือนกัน ถ้าคนไทยไม่ลำบากจริงๆ ไม่ฉิบหายวายป่วงจริงๆ มันไม่รู้สึกหรอก

ทุกวันนี้ใครรู้สึกอะไรล่ะ น้ำมัน 2 ลิตรร้อย ไม่รู้สึก เรื่องที่ผิดกฎหมาย นักการเมืองเข้าสภายกมือเพื่อให้ถูกกฎหมายก็ไม่รู้สึก คนที่มีหน้าที่อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่รู้สึก ท่องเหมือนกับยัยปูท่อง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ผมต้องทำตามกฎหมาย ผมต้องทำตามรัฐบาล คือหน้าที่ที่จะต้องทำตามกติกา เหมือนอย่างเติมศักดิ์ มีหน้าที่จะต้องทำข่าว ต้องแสดงความเห็นในเรื่องข่าว นั่นคือหน้าที่คุณ นโยบายของผมก็คือว่า เป็นนโยบายซึ่งทำอะไรก็ตามอย่าไปกระทบกระเทือนผู้มีพระคุณผม แต่เติมศักดิ์บอกว่า แต่หน้าที่ผมมีหน้าที่ต้องรายงานข่าวตามความเป็นจริง หน้าที่กับนโยบายไม่เหมือนกัน ทหารมีหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีหน้าที่ปกป้องสถาบัน ที่คุณท่องอยู่ทุกวันนี้ก็คุณเขียนป้ายอยู่ไม่ใช่เหรอ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน กองทัพภาค 1 กองพลที่ 1 คุณเขียนอยู่ตรงนั้น แต่วันนี้คุณมาบอกว่า ต้องทำตามนโยบายรัฐบาล ถ้านโยบายรัฐบาลมันออกกฎหมายว่าให้ยุบสถาบันกษัตริย์ ไม่ขัดแย้งกับคำพูดคุณเหรอ คุณต้องพูดเป็น คุณต้องรู้เป็น คุณต้องรู้ว่าชาติบ้านเมืองหน้าที่ทหารนอกจากความมั่นคงของชาติแล้ว สถาบันกษัตริย์ก็เป็นความมั่นคงส่วนหนึ่งของชาติเช่นกัน เพราะฉะนั้นอะไรที่มันกระทบความมั่นคงตรงนี้ทหารจะไม่ยอม นี่คือหน้าที่ไง เมื่อคนเราไม่รู้หน้าที่แล้วจะหวังอะไรได้ คนไทยก็เหมือนกัน หน้าที่ต้องใช้สิทธิเสรีภาพของตัวให้ถูกต้อง คนไทยไม่โดนกับตัวเองไม่รู้สึก จะไม่รู้สึกเลย กลับมีความสุขเหลือเกินกับไอ้เรื่องห่วยๆ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ลูกชายนายวัฒนา อัศวเหม ซึ่งเป็นนักโทษหนีคดีอยู่ที่มาเก๊า เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปหาพ่อตัวเองเพื่อพาว่าที่ลูกสะใภ้ ซึ่งแอบคบกันมาพักหนึ่งแล้ว ไปเหมือนกับว่าให้พ่อรับทราบ เพราะเขาเคารพพ่อมากนะ พ่อกับลูก พ่อหนีคดีลูกจะไปหาพ่อที่มาเก๊าถือว่าเป็นความผูกพัน แต่ว่าบางคนหน้าที่บางอันควรจะทำไม่ทำแต่เสือกคิดจะมาทำหน้าที่นี้ ธาริต เพ็งดิษฐ์ ทะลึ่งต้องการที่จะฟอกตัวเองสร้างภาพให้ตัวเองว่าเป็นคนเอาจริงเอาจัง จะเรียกชนม์สวัสดิ์ไปสอบว่าวัฒนาอยู่ที่ไหน ลืมตัว ลืมไปว่าฉิบหายมันกระทบนายกู คนก็เลยถามว่าโอ๊ค เอม อุ๊งอิ๊งที่ไปกอดทักษิณ หรือว่าสมชาย วงสวัสดิ์ ยายปู ยิ่งลักษณ์ ไปนั่งกับทักษิณ ชินวัตร ทำไมไม่สอบด้วย วันนี้เลยเงียบสนิทเลย เห็นไหม คนที่ไม่รู้ตัวเองมีหน้าที่อะไร เหมือนสื่อมวลชน สื่อมวลชนมีหน้าที่อะไร ถ้าเราเลิกที่จะรายงานความจริง เรารายงานความเท็จมันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เราไม่ใช่สื่อมวลชนอีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็จะเป็นโมฆะบุรุษ เราจะเป็นเดรัจฉานในสังคม เพราะเดรัจฉานปฏิบัติตน ตามสัญชาติญาณ อยากได้ อยากขี้ อยากปี้ อยากกิน อยากเยี่ยว ไม่สนใจ เพราะเดรัจฉานมันโตตามขวางไง อาทิตย์ที่แล้วที่ผมบอกไง แต่มนุษย์มันโตตามสูง เพราะฉะนั้นมนุษย์มันทำทุกอย่างด้วยเหตุด้วยผล เพราะฉะนั้นแล้วกรณีของเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ กับเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ คืออีกหนึ่งของความป่วยของสังคมไทย ที่ป่วยมากๆ เอาล่ะ เราไม่ต้องไปสนใจแล้วว่าเขา กับนันทิดา แก้วบัวสาย เขาอยู่กันโดยเขาไม่ได้จดทะเบียนมา 10 ปี แล้วเขาไม่พูด แล้วเราไม่ต้องไปพูดว่าเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โกหกประชาชนยังไง คือหลักฐานมันหมด อ๋อ พี่เอ๋เหรอ รู้จักกันค่ะ อ๋อ ดีสิคะ ถ้ามีเงินชอปปิ้งล้านนึงก็ไม่ต้องทำงานแล้ว แท้ที่จริงแล้ว เอากันมาตั้งนานแล้ว ทีนี้มันไปพลาดตรงไหน ไปพลาดตรงที่มีรูปออกมาไง ถ้ารูปยังไม่ออกมา ไม่รีบจดทะเบียนสมรสหรอก สงสัยเจนี่ก็คงจะมีอะไรบางอย่างที่เป็นข้อต่อรอง ว่าจะต้องจดทะเบียนสมรส แต่ผมไม่รู้ว่าข้อต่อรองนั้นคืออะไร แต่มันผิดปกติ เพราะว่าเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ก็เคยคบกับโย ยศวดี ก็ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่ทำไมนี่เกิดขึ้น ผมก็ไม่รู้ แต่ที่ผมรู้แน่ๆ คือสังคมไทยมันไม่สบาย แล้วเขาบอกว่าคนไปทำข่าว 600 คน เติมว่าไง

เติมศักดิ์ - กลายเป็นวาระแห่งชาติของสื่อกระแสหลัก โดยเฉพาะฟรีทีวี ที่คุณแอนบอกว่าบางช่องถึงกับเป็นโอบีเลย

จินดารัตน์ - ใช่ เอาโอบีไปถ่ายทอดสด

สนธิ - ถ่ายทอดสด ช่อง 9 ไง

จินดารัตน์ - เหลือเชื่อจริงๆ

สนธิ - เหลือเชื่อมั้ย ประเทศไทย ดูสิ ดูหัวคนสิ

จินดารัตน์ - แล้วไปไหน เดินไปไหนมีแต่คนคุยกันเรื่องนี้ คุณสนธิ ได้ยินแต่เจนี่ เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ งงมากเลย

เติมศักดิ์ - สื่อมีส่วน

จินดารัตน์ - สุดๆ

สนธิ - เป็นความเสื่อมของสื่อเหมือนกัน คือให้ความสนใจมากจนเกินไป ถามว่าเป็นข่าวที่น่าสนใจมั้ย ก็เป็นข่าวที่น่าสนใจ แต่ข่าวนี้มันจะไปเหนือกว่าข่าวการล้างความผิดในสภาได้ยังไง มันคนละเรื่องกันเลย น้ำหนักมันคนละเรื่อง แต่สันดานคนไทย ข่าวควรรู้ไม่ชอบ ชอบข่าวอยากรู้ เพราะข่าวมี 2 ทาง ควรรู้ กับอยากรู้ เพราะฉะนั้นแล้ว หนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนที่คิดเป็น หรือเว็บไซต์ดีๆ จะต้องบาลานซ์ข่าวพวกนี้ให้ดี ต้องมีข่าวอยากรู้ไว้ด้วย และในขณะเดียวกันก็ต้องมีข่าวควรรู้ด้วย แต่ส่วนใหญ่ทุกวันนี้มุ่งตรง พุ่งตรงไปที่ข่าวอยากรู้มากกว่า

จินดารัตน์ - เผลอๆ จำนวนนักข่าวจะมากกว่าประกาศยุบสภาเสียอีก

เติมศักดิ์ - คือจะอ้างว่าเป็น Human Interest มันก็อ้างได้นะ

สนธิ - มันอ้างได้ มันเป็นเรื่องที่คนสนใจ แต่ในขณะเดียวกัน ถามว่าคุณค่าของความน่าสนใจมันมีอยู่ตรงไหน ถูกมั้ย ทุกอย่างในชีวิตมันต้องดูที่คุณค่าด้วย ไม่ใช่เอาการตลาดเข้าไปจับ ต้องเอาสาระเข้าไปจับเหมือนกัน ที่ภาษาทางที่ผมชอบพูด ต้องเอาธรรมจับ เอาธรรมจับถึงจะรู้ ถ้าเอากิเลสจับ มันง่าย จริงๆ เรื่องนี้ชัดเจน นี่คือเอากิเลสจับ

จินดารัตน์ - เล่นกับความอยากรู้ของคน

สนธิ - เล่นกับความอยากรู้ของคน

จินดารัตน์ - โดยไม่ได้ให้คุณประโยชน์อะไรใดๆ เลย

สนธิ - เจนี่สวย เจนี่เล่นละครเรื่องแรงเงา ใช่มั้ย เสร็จแล้ว เจนี่มีข่าวตลอดเวลาว่า คบผู้ชาย 5-6 คน เท่าที่ผ่านมาในรอบปี-2ปีที่ผ่านมา ต้องมี 7-8 คน เจนี่คบแต่ละคน ลูกเศรษฐีทั้งนั้น เจนี่มีแฟนคนแรกที่คบ แล้วถูกเลี้ยงดูมาก็คือ ลูกชายของ พล.อ.วิโรจน์ แสงสนิท นายบั๊ด นายบั๊ดเลี้ยงดูมา ซื้อรถให้ ซื้อบ้านให้ แล้วหลังจากนั้นจะด้วยเหตุใดก็ตาม ก็ออกไปเรื่อยๆ ผู้ชายที่ผ่านมือเจนี่มาแต่ละคน รวยๆ ทั้งนั้น ผู้ชายจนไม่มีสิทธิ คนสุดท้ายที่เลิกกันก็คือลูกชายเจ้าของแพลตินัม เพราะฉะนั้นก็คือ โดยสรุป ถ้าใครมีเงินไม่มากพอที่จะดูแลเจนี่ได้ เจนี่ก็อยู่ด้วยไม่ได้ ก็เลยมาจบตรงนี้

จินดารัตน์ - โชคดีนะที่ไม่ออกแถลงข่าววันที่ 7 ไม่งั้นแย่แน่เลย

เติมศักดิ์ - มันขึ้นอยู่กับว่าสื่อมองผู้ชม ผู้ดู ผู้อ่าน เป็นใครด้วยนะ มองคนดูเป็นพลเมือง เขาก็จะคิดอีกแบบว่า เขาควรจะป้อน ควรจะให้ข้อมูลข่าวสารอะไร ถ้ามองผู้ชม ผู้ดู เป็นเพียงแค่ มนุษย์ที่มีกิเลส อยากรู้อยากเห็น สิ่งที่ป้อนไปก็คืออีกแบบ ฉะนั้นอยู่ที่สื่อด้วย สำคัญ

จินดารัตน์ - ประเทศชาติรอดแน่ รอดจากเสือไปเจอจระเข้

เติมศักดิ์ - ไปที่ 7 สิงหาฯ หน่อยไหมครับ

จินดารัตน์ - โชคดีนะที่เจนี่ยังมีความปรานีที่เขายังแถลงข่าววันที่ 8

สนธิ - ถ้าเขาแถลง 7 นี่ยุ่งตาย

จินดารัตน์ - หรือพรรคประชาธิปัตย์อาจจะคิดว่าดีก็ได้ ที่ข่าวไม่กระพือออกไปว่าทำอะไรกับมวลชนไว้บ้าง

เติมศักดิ์ - คุณสนธิ มองการซ้อมเป่านกหวีดของประชาธิปัตย์ 7 สิงหาฯ ว่าอย่างไรบ้าง

สนธิ - คือพูดเฉพาะ 7 สิงหาฯ อย่างเดียวพูดไม่ได้หรอก เพราะตามหลักธรรมแล้วผลมันมาจากเหตุ อย่ามาดูที่ 7 สิงหา ต้องมาดูที่เหตุก่อน ถ้ามาดูที่เหตุกันจริงๆแล้ว ตัวประชาธิปัตย์ไม่มีทางเลือกเลย เพราะประชาธิปัตย์ตกหลุมพรางกับดักทางการเมืองของตัวเองมาตลอด ประชาธิปัตย์หวังว่าพันธมิตรฯ จะออกแล้วประชาธิปัตย์จะเข้ามาร่วมด้วย แน่นอนที่สุด ประชาธิปัตย์จนวันนี้ก็ยังไม่หยุดคิด ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์บางคนแอบคุยกับผู้ใหญ่ในกองทัพบางคน ไม่ต้องบอกว่าใครก็คงจะรู้มั้ง ไอ้คนที่มาฟาดงวงฟาดงานั่นแหล่ะ แล้วโดนเขาหลอกมาตลอด ประชาธิปัตย์คิดอยู่ตลอดเวลาว่าอยากจะสลับขั้ว ทีนี้การสลับขั้วมันจะสลับได้มีกรณีเดียวเท่านั้นเอง คือมันมีความวุ่นวาย แล้วบทบาทความเป็นผู้นำ หรือผู้ใหญ่ในกองทัพบางคนออกมาแสดงบทบาทเหมือนคราวที่แล้วที่สลับขั้วโดยขู่ทุกคนที่อยู่ฝ่ายรัฐบาล บอกว่าถ้าไม่เงียบ ถ้าไม่โน่นนี่นั่นแล้ว เดี๋ยวจะปฏิวัติ คราวที่แล้วก็แบบนี้ เผอิญในพรรคเพื่อไทยคราวที่แล้ว หรือพรรคพลังประชาชนคราวที่แล้ว มันมีเนวิน ชิดชอบ ซึ่งไม่พอใจทักษิณอยู่แล้ว เนื่องจากตัวเอง ทีมตัวเองถูกลดบทบาทในเรื่องของตำแหน่ง ก็เลยพาพรรคพวกออกมา และก็มีการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ประชาธิปัตย์ก็หวังในสูตรนั้น แต่ประชาธิปัตย์ลืมอ่านเกมส์ไปว่า จริงๆ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนของทักษิณ ชินวัตร เป็นคนของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตรเต็มตัวไปแล้ว เพราะถ้าไม่เป็นเขาไม่ไว้ใจขนาดนี้ และไม่มีการแสดงออกแบบนี้
แต่ขณะเดียวกันประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องการแทงกั๊ก ก็ยังให้โอกาสอยู่ เผื่อมีอะไรพลิกขึ้นมา เข้าใจไหม คือประยุทธ์ก็ต้องการที่จะเป็น ผบ.ทบ.ต่อ แต่ขณะเดียวกัน ประยุทธ์จะไม่ทำตามที่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะว่าสถานภาพของพรรคเพื่อไทยวันนี้ ไม่เหมือนสถานภาพของพรรคพลังประชาชนในยุคสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่เหมือนกัน

เติมศักดิ์ - ไม่เหมือนยังไงครับ

สนธิ - ไม่เหมือนตรงไหน ไม่เหมือนตรงที่มันไม่มีเนวิน ชิดชอบไง มันมีอยู่อย่างเดียวคือ กลุ่มอีสานทั้งกลุ่มสาย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ไม่พอใจการจัดตั้ง ครม.ครั้งนี้ แต่ผมเคยพูดอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดก็ตามถ้าเหตุการณ์สงบ โจรจะทะเลาะกันเอง แต่เมื่อใดก็ตามตำรวจมา มันจะรวมตัวสู้ตำรวจ ยกตัวอย่างเรื่องในสภาฯ แต่ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยหมด ก๊กนั้นทะเลาะก๊กนี้ แก๊งนี้ทะเลาะแก๊งนั้น เสร็จเรียบร้อย ทีนี้ประชาธิปัตย์ก็ไปหวังลมๆ แล้งๆ ทีนี้ประชาธิปัตย์ก็ไม่รู้จะพึ่งพันธมิตรฯ ได้แค่ไหน แต่พยายามจะพึ่ง หวังว่าจะพึ่ง ก็จะมีกระบวนการตลอดเวลา บ้านเมืองเป็นถึงขนาดนี้แล้ว พันธมิตรฯ ทำไมถึงไม่ออก

จินดารัตน์ - นั่งเฉยอยู่ได้

สนธิ - นั่งเฉยอยู่ สนธิรับเงินทักษิณ ถ้าไม่รับเงินทักษิณก็ต้องออกแล้ว เหมือนกับว่า ถ้าสนธิออกจะเป็นบทพิสูจน์ว่า ไม่ได้รับเงินทักษิณ แต่ยังไม่ออกอยู่ก็รับเงินทักษิณอยู่ อันนี้มันเป็นทฤษฎีเขาใช้มาตลอดเลย ผมมุกนี้เริ่มใช้ไม่ได้ เห็นเราเริ่มเงียบเริ่มนิ่ง เขาเริ่มเดินสายเขา ผ่าความจริงโน้น ผ่าความจริงนี่โน้นนี่นั่นตลอดเวลา เหมือนกับจะปลุกระดม คือผมมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ และคนบางคนในพรรคประชาธิปัตย์เนี้ยะ เขาคิดว่าทำมวลชนทำง่าย เขาไม่รู้หรอก มันมีปัจจัยเยอะมาก และประชาธิปัตย์เผอิญช่วงหลังเริ่มเป็นฝ่ายค้านเนี้ยะ เริ่มสร้างเครือข่ายลอจิสติกส์ที่จะสนับสนุนการขับเคลื่อนของคนเองได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น อย่างเช่น มีโทรทัศน์บลูสกาย ทีนิวส์ถึงจะไม่ได้เป็นประชาธิปัตย์เต็มตัวในภาพที่ออกมา แสดงออก แต่ว่าเบื้องหลังก็จับมือกับประชาธิปัตย์ มีความใกล้ชิด สนิทสนมกันมาก เพราะฉะนั้นแล้วประชาธิปัตย์ก็จะมีโทรทัศน์ 2 ช่อง คนที่เคยอยู่เอเอสทีวี ไม่ว่าจะเป็นอัญชลีพร กุสุมภ์ ไม่ว่าจะเป็นเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ไม่ว่าจะเป็นอัญชลี ไพรีรัก ไม่ว่าจะเป็นสำราญ รอดเพชร ก็ย้ายค่ายไปอยู่ที่โน่น ก็ทำให้ประชาธิปัตย์เหมือนกับมีขุนพลเกิดขึ้นมากเลย แต่ที่สำคัญที่สุด แกนนำมวลชนนั้นไม่ใช่เพิ่งคนขึ้นปราศรัย หรือคนที่ออกหน้าจอทีวีที่พูดเก่ง จะต้องเป็นคนที่กล้าหาญพอที่จะเดินบนท้องถนน และนำคน และที่สำคัญต้องเป็นแนวหน้า และพร้อมจะปกป้องคน ในขณะเดียวกันจะต้องพร้อม จะรับภัยทุกอย่างที่จะมา ไม่ว่าจะเป็นภัยทางกฎหมาย ภัยจากการถูกทำร้าย ต้องพร้อมหมด ประชาธิปัตย์ไม่มี ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว เพราะโดยนิสัยของพรรคประชาธิปัตย์แล้วจะเป็นขี้กลัว ขี้ขลาด เก่งเฉพาะในสภา เก่งเฉพาะอยู่หน้าไมโครโฟน แต่ถ้าต้องมาปะทะบนถนน หรือว่าต้องดันกับตำรวจ ยุคแรกๆ ที่เราประท้วง เราถึงขั้นเดินไปปั้บตำรวจขวาง เรานอนขวางเลย นอนกับดินกินกับทราย รูปภาพมีหมดทุกอย่าง ประชาธิปัตย์ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะว่าเป็นพรรคผู้ดี หัวหน้าพรรคก็เป็นผู้ดี คนที่เป็นหัวหน้าเก่า พี่ชวนก็เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เพราะฉะนั้นแล้วด้วยเหตุนี้สมัยหนึ่งที่เอเอสทีวีอยู่ เคยเชิญเอเอสทีวี เคยเชิญคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาออก แกให้คำตอบบอกว่าแกไม่มาออกทีวีที่ผิดกฎหมาย แกพูดอย่างนี้เลยนะ ผมยังจำได้ดี ทีนี้พอประชาธิปัตย์เริ่มเดินสายมากขึ้น แต่ในที่สุดแล้วประชาธิปัตย์ก็ยังหวังพึ่งสะพานไฟคือเรา ผมบอกแล้วว่าเราเป็นสะพานไฟ พอสับไปปั๊บพระชาธิปัตย์ทุกคนทุกกลุ่ม 13 สยามไทย ทั้งกลุ่มคุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กลุ่มประชาธิปัตย์คนที่ไม่ชอบทักษิณก็มาเสียบปลั๊กปุ๊บปั๊บ ตู้เย็นมาเสียบ เครื่องปั่นผลไม้มาเสียบ ทุกอย่างเครื่องซักผ้ามาเสียบ เพราะเราเป็นสะพานไฟ แต่ละคนมาเสียบมีวัตถุประสงค์หมด ตู้ซักผ้ามาเสียบก็เพื่อซักผ้าตัวเอง ในที่สุดแล้วไอ้สะพานไฟดวงนี้ พอวันหนึ่งไฟมันช็อต ผ้าซักเสร็จเรียบร้อยประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล เข้าใจหรือยัง เพราะฉะนั้นแล้ว ตรงนี้ต่างหากคือคุณสมบัติที่จะต้องมีการนำมวลชนที่ประชาธิปัตย์ไม่มี ไม่มีจริงๆนะ เหตุผลที่ไม่มีเพราะเขาไม่ยอมมาลงเล่นเอง เขาต้องการจะเท่ในสภาไง แล้วให้คนอื่นไปสกปรกบนถนนให้เขา วันไหนมีประโยชน์เขาก็จะเชียร์ วันไหนถ้าไม่มีประโยชน์เพราะเขามีอำนาจแล้ว เขาก็บอกว่าเป็นการเล่นการเมืองข้างถนน นี่คือวิธีการของเขา เป็นปัญหาของบ้านเมือง ทั้งแดง ทั้งเหลือง เป็นปัญหาบ้านเมืองเหมือนสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดที่ชุมพร

ทีนี้วันที่จะทำให้ประชาธิปัตย์หงายหลังคือพันธมิตรฯ แถลงอย่างชัดเจนว่าเราไม่ออก พอเราไม่ออกแล้ว ประชาธิปัตย์ เราแถลงกลางวัน กลางคืนประชาธิปัตย์ที่สวนเบญจา สุเทพ เทือกสุบรรณ ถึงกับประกาศว่าจะนำแล้ว นำมวลชนเพราะรู้ว่าพึ่งเราไม่ได้ เพราะเราปฏิเสธเด็ดขาด ไปไม่ได้ และเราก็มีเหตุผลของเราชัดเจน เราใจเข็งนะ เพราะเราโดนเงื่อนไขทางศาลบีบบังคับด้วย ทีนี้พอเขาเริ่มเดิน วันที่ 30 เขาเริ่มปลุก ไปเรื่อยๆ เลย พอปลุกไปปลุกมา ชักเริ่มกลัว เพราะมันเริ่มจุดติด ทำอย่างไรดี กลัวจริงๆ นะ กลัวทุกคนเลยประชาธิปัตย์ อาจจะมีคนเดียวที่ไม่กลัวคือนิพิฏฐ์ ผมดูออกเลย นิพิฏฐ์ไม่กลัว อลงกรณ์ ไอ้แจ๊คไม่กลัว วัชระ เพชรทอง ไม่กลัว นอกนั้นแล้วขี้กลัว ปากกล้าขาสั่นทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุเทพ เทือกสุบรรณ

จินดารัตน์ - แอนยังนึกถึงคำนิยามของ พล.ต.จำลอง พูดถึงพรรคไหมคะ ว่าขี้ขลาด ไม่ฉลาด ตอแหล

สนธิ - ไม่เป็นไร เราจะพูดถึงที่มาของอันนี้ เพราะที่สุดแล้วยุทธศาสตร์ของเขา เขาทำยังไงที่จะไม่ให้เสียหน้ามากกว่านี้ แต่ขณะเดียวกัน เขาไม่สามารถจะทิ้งมวลชนนี้ได้ นั่นคือการตัดสินใจเดินส่งเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เพราะถ้าเขาต้องการจะนำมวลชนจริง เมื่อเขานำไปแล้ว เอาล่ะ สมมติเขาไม่ต้องการจะทะเลาะตำรวจ แต่อย่างน้อยเขาต้องเตรียมการว่า พี่น้องถ้าเข้าไม่ได้ พี่น้องตั้งเวทีตรงนี้เลย

เติมศักดิ์ - แล้วมีคนของตัวเองคอยดูแล ตั้งเวทีปราศรัย อย่างน้อยที่สุด นี่คือการแสดงออกว่า ตัวเองต้องการจะนำมวลชน หรือจริงใจกับมวลชนจริงๆ แต่มันเข้าไปในรูปของการ์ตูน กูว่าแล้ว ก็คือผมเข้าไปแล้วนะ คุณตามสบาย พอมวลชนสลายก็ไม่ดูแลมวลชน และผมจะบอกให้รู้ การทำมวลชน ถ้าทำมวลชนโดยบริสุทธิ์ใจเหมือนพันธมิตรฯทำ บาทหนึ่งก็ไม่ต้องเสีย มวลชนมาเอง ออกเงินมาเอง แล้วบริจาคอีก แต่เนื่องจากประชาธิปัตย์กลัวจะไม่มีมวลชน ประชาธิปัตย์ก็เลยให้ สก. สข.พาคนมา แล้วดูให้ดีๆ นะดูด้วยความเป็นธรรมนะ ไม่ต้องเข้าข้างใคร มวลชนที่เดินตามประชาธิปัตย์มา นับให้ตายยังไงก็ไม่เกิน 3 พันคน ถามว่า สก. สข. ประชาธิปัตย์ทั้งกรุงเทพมหานคร เอาคนได้แค่ 3 พันคนเหรอ คือถ้าประชาธิปัตย์จะใช้ สก. สข.มา มันต้องจัดตั้งมา มันต้องใช้เงิน แสดงว่า ประชาธิปัตย์ไม่มีใครยอมควักเงิน ไม่เหมือนพวกทักษิณ มันควักกันแหลกเลย ถ้าอย่างนั้นต้องถือว่าเป็นข้อดีเขา เขาก็ต้องถือว่ามวลชนที่มาเป็นมวลชนที่บริสุทธิ์ใจ เต็มใจ โอเค ไม่ว่ากัน แต่คำถามมีอยู่ว่า คำพูดที่สุเทพ พูดมา แล้วอภิสิทธิ์ พูด ต่อเนื่องไปจนถึงสาวกพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อและศรัทธาในคำพูดนี้เป็นคำพูดที่ไม่มีตรรกะเลย จะเข้าไปรอจนวาระ 3 ถ้าวาระ 3 ไม่ผ่านแล้วจะออกมาร่วมกับมวลชนข้อเท็จจริงนี้ยังไงก็ไม่ผ่านเขาก็รู้ เพราะเวลาคุณอยู่นอกสภาฯ คุณคิดรัฐศาสตร์ แต่พอคุณเข้าสภาฯ แล้ว คุณใช้หลักคณิตศาสตร์ มีลูกคิด กดตัวเลข กี่เสียง 319 กี่เสียง 160 นับกี่ครั้ง นับทุกขั้นตอนก็ยังเป็น 300 กว่าต่อ 100 กว่า ไม่เคยพลาด ไม่ว่าจะเป็นยกมือในสภาฯ หรือยกมือในกรรมาธิการ สรุปแล้วแพ้ตลอด เพียงแต่ตรรกะประชาธิปัตย์ต้องการที่จะพูดเพื่อให้สาวกตัวเอง หรือพวกแม่ยกที่บ้าคลั่งตัวเอง มีความรู้สึกว่า เฮ้ยผมพยายามที่สุดแล้วนะ ถามว่าพยายามที่สุดแล้ว แล้วยังไง ก็ยังแพ้อยู่ ถูกมั้ย ผมกลับมองอย่างนี้ วันนี้ที่ผมจะมาพูดไม่ได้เป็นอะไรเซอร์ไพรส์หรอก แต่เป็นข้อคิดทางออกของพรรคประชาธิปัตย์ และทางออกของประเทศชาติด้วย ทางออกของประเทศชาติจริงๆนะ

คือประชาธิปัตย์นี่พลาดมาก วันที่ประชาธิปัตย์เข้าสภาฯ วันแรก ที่ไปบอกว่าขอเลื่อนวาระ ประชาธิปัตย์รู้อยู่แล้วว่า ผลจะเป็นยังไง ทันทีที่เขายกมือชนะเสียงเขาไม่เลื่อนให้ สิ่งที่ประชาธิปัตย์ต้องตัดสินใจ เวลานั้นวันนั้น วันที่ 7 ตอนบ่าย สำคัญมากเลย เขาพลาดไปแล้ว

คลิก! อ่านต่อ


กำลังโหลดความคิดเห็น