“นิวัฒน์ธำรง” เผยนายกฯ เรียกหน่วยงานถกวางแผนระยะยาวเรื่องราคาสินค้า ย้ำผลผลิตเกษตรราคาตามฤดูกาล แจงดูตั้งแต่ต้นทุนจนถึงราคาขายจริง แต่ละกระทรวงดูแลตามคำสั่งนายกฯ พร้อมถกส่งออกต่อเนื่อง รับเจรจาหลายประเทศ ยังไม่ล่าช้า ชี้เป็นแผนระยะสั้นยาว มั่นใจเศรษฐกิจไทยฉลุย เผยข้าวสารประมูลขายเดือนละ 5 แสนตัน ข้าวเปลือก 3 แสนตัน พร้อมเร่งรัดส่งมอบ ถึงได้ตัวเลขจีทูจี บิ๊กกรมวิชาการเกษตร ประสานเสียงอย. ยันข้าวไทยไร้สารพิษ
วันนี้ (13 ก.ค.) นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวผ่านรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมตรีและรมว.กลาโหม ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมรายงานสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค ระบุว่าเป็นการเวิร์กชอป แต่ก็ไม่เชิงเวิร์กชอป แต่เป็นการเตรียมการเรื่องค่าครองชีพเป็นการวางแผนระยะยาว
“ที่ผ่านมาหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ คุยค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคกันทุกอาทิตย์ แต่การทำเวิร์กช็อปครั้งนี้เป็นการวางแผนระยะยาว ซึ่งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นขณะนี้ คือ พืชผลการเกษตรราคาเป็นตามฤดูกาล” นายนิวัฒน์ธำรงกล่าว
นายนิวัฒน์ธำรงกล่าวต่อว่า ซึ่งในการทำเวิร์กชอปครั้งนี้เราจะดูตั้งแต่ต้นน้ำ ต้นทุนอาหารสัตว์ กลางน้ำ ก็จะมาดูต้นทุนขายที่แผง ปลายน้ำดูราคาขายที่แผง เช่นเดียวกับ พืชผัก ต้นทุนจะลงไปดูต้นทุนค่าปุ๋ย กลางน้ำ จะดูราคาต้นทุนแผง ปลายน้ำดูราคาที่แผงเป็นอย่างไร ด้วยโจทย์ 6 ข้อที่นายกมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแล เช่น กระทรวงเกษตรฯ ดูภาคผลิต กระทรวงพลังงาน ดูราคาพลังงาน แก๊ส หรือกระทรวงพาณิชย์ดูแลตลาด แล้วอีก 2 อาทิตย์มาดูกันอีกรอบ ส่วนด้านการส่งออกนั้นอาทิตย์ก่อนนายกฯ ได้เชิญผู้ส่งออกอาหาร มาหารือว่าเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรให้รัฐบาลช่วย ครั้งหน้าก็เป็นผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ และไอที นอกจากนี้ภาคส่งออกยังมีเรื่องการค้าเอฟทีเอ ซึ่งขณะนี้ก็เจรจาไปแล้วหลายประเทศ และก็มีหลายประเทศที่กำลังเจรจากันอยู่ เช่นเดียวกับ เออีซี ซึ่งมี 9 พิธีสาร ไทยเราทำไปแล้ว 6 พีธีสาร ซึ่งไม่ได้ช้า และใกล้เคียงกับประเทศอื่น ส่วนประเด็นปัญหาส่งออกไก่แช่แข็งญี่ปุ่น ขณะนี้กำลังแก้ปัญหาอยู่
นายนิวัฒน์ธำรงยังกล่าวยืนยันว่า สิ่งที่กำลังทำเป็นการวางแผนระยะสั้นยาว ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐนั้นเรามีโครงการต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งก็ต้องเร่งรัดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย และต้องพิจารณาดูแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ดูตอนนี้ยังมองว่าเศรษฐกิจของประเทศยังไปได้ดี ถ้ามีคงมีมาตรการอะไรออกมา
สำหรับแผนระบายข้าวนั้นอนุกรรมการระบายข้าวได้คุยกันสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้วางแนวทางการระบายข้าว ทั้ง การเปิดให้มีการประกวดราคาทั่วไป เปิดเสรีให้กับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาประมูล ทั้งข้าวสาร และข้าวเปลือง โดยจะประกาศทีโออาร์ในวันจันทร์ (15 ก.ค.) หรืออังคาร (16 ก.ค. ) โดยข้าวสารจะเปิดประมูลขายเดือนละ 2-3 ครั้ง ซึ่งคิดว่าน่าจะระบายข้าวได้ 5 แสนตัน ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนข้าวเปลือกคาดว่าจะระบายได้เดือนละ 3 แสนตัน ส่วนการระบายข้าวแบบ จีทูจี โดยปกติต้องส่งมอบถึงจะมีตัวเลขเข้ามา ซึ่งจะเร่งรัดเรื่องการส่งมอบ ขณะเดียวกันก็จะเร่งขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ มากขึ้น และเพิ่มใบออร์เดอร์ ซึ่งขณะนี้กำลังคุย 2- 3 ประเทศ 2 อาทิตย์ข้างหน้า จะดูมาอีกครั้ง
ส่วนนายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวในรายการ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน ว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่า ข้าวไทยมีสารปนเปื้อน แต่กระแสข่าวดังกล่าว ยอมรับว่า มีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บตัวอย่างข้าวในโรงสี และนำมาตรวจสอบด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีดีที่สุดในประเทศไทย โดยยืนยันว่า ข้าวไทยได้มาตรฐาน ไร้สารตกค้าง
ทั้งนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า สารฟอสฟีน และเมทิลโบรไมด์ ที่ใช้รมข้าว เป็นสารที่ใช้ทั่วโลกกว่า 80 ปี ซึ่งประเทศไทย นำมาใช้ราว 40 ปี ทั่วโลกให้การยอมรับ และเป็นสารที่ผู้ค้าข้าวกำหนดให้ประเทศไทยต้องใช้ เพื่อให้ข้าวไทยปราศจากแมลง โดยตลอดระยะเวลา 40-50 ปี ที่ประเทศไทยค้าข้าวกับต่างประเทศ ไม่เคยเลยที่ประเทศคู่ค้าจะแจ้งเตือนว่า ข้าวไทยไม่มีคุณภาพ
ทางด้าน นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ตอนนี้ อย.ได้สุ่มตรวจตัวอย่างข้าวสารถุง 107 ตัวอย่าง พบว่าไม่เจอสารตกค้างในข้าวสารตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด และมั่นใจว่าข้าวสารถุงมีความปลอดภัย ขณะเดียวกัน อย.จะมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มมากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน



