xs
xsm
sm
md
lg

ยรรยง พวงราช กว่าจะได้เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หลังจากลุ้นมาเกือบจะครบเดือน ในที่สุด นายยรรยง พวงราช ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ สมใจอยาก นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสียที เมื่อได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้

อาศัยจังหวะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ ต้องไปประชุมยูเอ็น และกลุ่มจี 20 ที่สหรัฐฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการนายกฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน จึงไม่ต้องลำบากใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพราะนางพรทิวา เคยตั้งแท่น จะเสนอชื่อนายยรรยง ตั้งแต่การประชุม ครม.เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมแล้ว แต่นายอภิสิทธิ์ก็ไม่ยอมยกขึ้นมาพิจารณาเสียที จนจะล่วงเข้าสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนอยู่แล้ว ก็ยังไม่มีวี่แวว

เดือดร้อนถึง นางพรทิวาต้องจูงนายยรรยง ไปดักรอพบนายอภิสิทธิ์ ถึง 2 ชั่วโมงที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 16 กันยายน ก่อนจะได้ปิดห้องเคลียร์กันจนเป็นที่เรียบร้อย ขนาดนายอภิสิทธิ์เองยังแปลกใจว่า มาทำไม เพราะที่นัดหมายกันนั้น คือวันถัดมา ไม่ใช่วันนี้

ภาพที่นายยรรยงไปรอนายอภิสิทธิ์ จะมองให้น่ารักว่า เป็นผู้น้อย เข้าหาผู้ใหญ่ ก็ได้ หรือจะมองว่า ออกอาการอยากเป็นปลัดมากเกินงาม ก็ไม่ผิด แต่ผลจากการบากหน้าไปถึงรัฐสภาในวันนั้น ถือว่า คุ้มค่า

นายอภิสิทธิ์ไม่ปลื้มนายยรรยงด้วยเรื่องอันใด บ้างก็ว่า เป็นเรื่องความขัดแย้งในการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระหว่างนายอภิสิทธิ์กับพรรคภูมิใจไทย ตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่เลยถูกจับเป็นตัวประกัน

บ้างก็ว่า เป็นเรื่องกันมาตั้งแต่การประชุม ครม. วันที่ 13 พฤษภาคม ในการพิจารณาเรื่อง การประมูลขายข้าวโพด 4.5 แสนตัน ของกรมการค้าภายใน ซึ่งนายอภิสิทธิ์มอบหมายให้ นาย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯไปกำหนดหลักเกณฑ์การขายใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส แต่นายยรรยง อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคระกรรมการระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถูกนางพรทิวาเรียกมาชี้แจงแทนในห้องประชุม แย้งว่า การขายข้าวโพด เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นนิติบุคคล นายอภิสิทธิ์ถามกลับว่า ถ้ากรมการค้าภายในคิดว่ามีอำนาจทำได้ จะรับไปทำก็ได้ หากขาดทุนขึ้นมา กรมพร้อมที่จะรับผิดชอบหรือไม่

นายยรรยง ย้อนถามนายกฯว่า แล้วสถานะของ ครม. ถือเป็นนิติบุคคลหรือไม่ ทำให้ถูกนายกฯเชิญออกจากห้องประชุมทันที

บ้างก็ว่า นายกฯอยากให้นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเริมการส่งออก เป็นปลัดกระทรวงมากว่า เพราะให้ความสำคัญกับการส่งอออกมาก แต่ติดที่นายราเชนทร์ ตกเป็นหนึ่งในจพเลยคดีกล้ายาง ซึ่งศาลเพิ่งพิพากษายกฟ้องไปเมื่อวานนี้

จะเป็นเรื่องอะไรก็ตามแต่ สุดท้ายเมื่อนายยรรยงบากหน้ามาหานายกฯ เพื่อชี้แจงว่า พร้อมจะสนองนโยบายของรัฐบาลและฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะเรื่อง การประกันราคาสินค้าเกษตร ที่เป็นนโยบายใหม่ที่มาแทนการรับจำนำ นายยรรยงก็สมปรารถนา

นี่แหละคือ บุคลิก สไตล์การทำงานของนายยรรยง ที่เขาร่ำลือกันว่า คือ พร้อมที่จะตอบสนองต่อความต้องการของฝ่ายการเมืองได้ทุกเรื่อง

ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนนี้ เติบโตมาในสานงานด้านวิชาการ เพราะเรียนจบกฎหมายมา เคยทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมาย ก่อนจะได้ทุนกระทรวงพาณิชย์ ไป ศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่นิวยอร์ก ยูนิเวอร์ซิตี สหรัฐอเมริกา

นอกจากภาษาไทยและอังกฤษแล้ว เขายังใช้ภาษาเขมรได้อย่างดี เพราะเป็นเด็กศรีสะเกษ เวลาคุยกับเด็กบุรีรัมย์อย่างนายเนวิน ชิดชอบจึงคุยกันด้วยภาษาเขมร

นายยรรยงเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ คือ เป็นรองอธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ เป็นรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา แล้วถูกโยกกลับไปอยู่ที่กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ จนถึงปี 2544 จึงได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และเป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน เมื่อปี 2550

ผลงานที่โดดเด่นของนายยรรยงคือ การวางรากฐานระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย เพราะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการยกร่างกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การเจรจาด้านทรัพย์สินทางปัญญา ในการเจรจาการค้ารอบอุรุกวัย และ การเจรจาทวิภาคีอื่นๆ และเป็นอาจารย์สอนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และที่เนติบัณฑิตสภา

นาย ยรรยง ยังมีส่วนยกร่าง กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทุ่มตลาด และกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจต่างด้าว

ส่วนใหญ่เป็นกฎหมายที่มีก็เหมือนไม่มี เพราะกระทรวงพาณิชย์ไม่เคยบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า

ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า กระทรววงพาณิชย์ จะเล่นบทพ่อค้าแข่งกับภาคเอกชนมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการ ฟ้าๆ ทั้งหลาย ซึ่งเป็นโครงการที่นักการเมืองชอบ เพราะเป็นผลงานที่ง่ายต่อการเอาไปประชาสัมพันธ์หาเสียงให้ตัวเอง

เรื่องที่เป็น กฎกติกาที่จะสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน คุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อยและผู้บริโภค มักจะไม่ได้รับความสนใจ อย่างเช่น กฎหมายค้าปลีก ซึ่งถูกดองมาหลายรัฐบาลแล้ว เพราะเรื่องเหล่านี้ กระทบต่อผู้ประกอบการรายใหญา และเป็นเรื่องที่ยากต่อการทำความเข้าใจของรัฐมนตรี

ไหนๆ ก็ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากรัฐมนตรีแล้ว นายยรรยงน่าจะใช้โอกาสนี้ ติวเข้มถึงบทบาท หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะเป้นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง