ลูกพรรคเพื่อไทย หน้าสลอนซักฟอกรัฐบาลนอกสภา คะนองปากหยิบข้อมูลเก่านายกฯ ส่งเอสเอ็มเอสขึ้นมายำใหม่ ปูดข่าว ปชป.จ้าง ส.ส.ป่วย 5 ล้านวันโหวตนายกฯ อาสาเป็นพิภพมัจจุราชปราบไอ้ห้อยไอ้โหน ขีดเส้นตกเก้าอี้ก่อนสงกรานต์
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ม.ค.ห้องคอนเวนชั่น ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พรรคเพื่อไทยได้จัดเวทีประชาธิปไตย หัวข้อ"อภิปรายนโยบายรัฐบาลนอกสภา"โดยมีแกนนำ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.สุนีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรคฯ พร้อมนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน นายสุนัย จุลพงศธร ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ นายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วน เป็นต้น รวมทั้ง นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตหัวหน้าพรรคและอดีต รมว.คลัง นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ อดีต รมช.พาณิชย์ และ พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก อดีตที่ปรึกษานายกฯ เข้าร่วมฟัง
ทั้งนี้ได้มีการจัดที่นั่งไว้ 350 ที่นั่ง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ามี ส.ส.เข้าร่วมค่อนข้างน้อยเนื่องจากยังติดภารกิจลงพื้นที่ช่วยหาเสียง และไม่อยากมีปัญหาข้อกฎหมาย เพราะในการอภิปรายไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองเหมือนในสภา โดยมี ประชาชนกลุ่มเสื้อแดง และผู้สนับสนุนเข้าร่วมฟังการอภิปรายประมาณ 200 คน ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงบางคนได้นำหัวใจตบ เข้ามาเชียร์ด้วย
จากนั้นเวลา 10.00 น.ได้เริ่มการอภิปรายโดยมี พ.อ.อภิวันท์ ทำหน้าที่ประธาน นายวิทยาได้กล่าวถึงเหตุผลในการจัดอภิปรายครั้งนี้ว่าเนื่องจากนายชัยได้เลื่อนการประชุม และย้ายสถานที่ประชุม ทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ จึงต้องเปิดอภิปราย
ร.ต.อ.เฉลิมได้อภิปรายเป็นคนแรก ว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นการวิพากษ์นโยบาย ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่มีการเสนอข่าว ซึ่งต้องบอกว่านโยบาย 35 หน้าของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์นั้นล้วนแต่ลอกเลียนแบบนโยบายประชานิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงร้อยละ 99 โดยเฉพาะนโยบาย 6 เดือน 6 มาตรการที่นายสมัคร สุนทรเวช ทำไว้นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นคนคิดไว้ แต่เมื่อเขียนไว้เช่นนี้ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้และนำไปใช้ก็เป็นเรื่องดีเพราะรัฐบาลโอบามาร์คคิดไม่เป็น
นอกจากนี้การที่นายอภิสิทธิ์ออกกฎเหล็ก 9 ข้อ หลังจากเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ให้พระบรมราโชวาท ก็ชี้ให้เห็นว่านายอภิสิทธิ์ไม่ไว้วางใจ ครม.และคิดว่า ครม.ทำงานไม่เป็นจึงต้องออกกฎมาบังคับ และยังบ่งบอกว่านายอภิสิทธิ์ ไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญเลย เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 4 กำหนดไว้ว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่กฎข้อ 9 กลับระบุในทำนองจำกัดสิทธิของ ครม.ทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีสมองที่จะคิดได้ว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะสม
ร.ต.อ เฉลิม นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ตนมองว่าเป็นนโยบายที่ส่งเดช ไม่มีความชัดเจนและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มียุทธศาสตร์ ไร้ทิศทาง นายอภิสิทธิ์เมื่อเปรียบเทียบกับ พ.ต.ท.ทักษิณแล้วกับ เครื่องบินเจ็ทกับเรือสำปั่น จึงอยากบอกว่าถ้ารัฐบาลจะให้สัมภาษณ์อะไรเกี่ยวกับนโยบาย ควรจะละอายบ้าง อยากฝากไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่าเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์ยกยอบุคคลในพรรคตัวเองทั้งนายควง อภัยวงศ์ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หรือแม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ สามารถทำได้ แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยจะเยินยอ พ.ต.ท.ทักษิณบ้างก็บอกว่าเป็นนอมินี แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ใจแคบ ส่วนที่ออกมาบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลานั้น อยากถามว่า ส.ส.ราชบุรีของพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายบุญมาก ศิรินวกุล ที่ถูกศาลสั่งจำคุก ฐานะซื้อเสียง จะเรียกว่ายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร
สำหรับนโยบายด้านจริยธรรม และสถาบันครอบครัวนั้น ถ้าดูที่มาที่ไปของการได้เป็นนายกฯของนายอภิสิทธิ์แล้วคงจะไปสอนใครไม่ได้ เพราะยอมทุกอย่างขอให้ได้เก้าอี้นายกฯ ถ้าไปสอนให้ครอบครัวแตกแยกถึงจะเชื่อ นายอภิสิทธิ์เกิดที่เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ ซึมซับระบอบประชาธิปไตยมาตั้งแต่เด็ก แต่การตั้งรัฐบาลด้วยการฉกฉวยคนจากพรรคพลังประชาชนแบบนี้ มาพูดอะไรพวกตนก็ไม่เชื่ออีกต่อไป บอกว่าจะปฏิรูปการเมืองคงไม่มีใครเชื่อถือ ส่วนตัวอยากท้านายอภิสิทธิ์มาดีเบตออกทีวี แต่ถ้ามาไม่ได้ก็ขอให้ส่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ มาก็ได้ จะได้ตายง่ายๆ
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งสมาชิกพรรค ส.ส. อดีตผู้สมัครไปร่วมบนเวทีพันธมิตร ทั้งที่ในทำเนียบ และสนามบินสวรรณภูมิ ไม่ว่าจะเป็นนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายประพันธ์ คูณมี สำราญ รอดเพชร นายพิเชฐ พัฒนโชติ โดยเฉพาะนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่ไปพูดบนเวทีอย่างเมามัน กระเหี้ยนกระหือรือ ไปให้สัมภาษณ์ว่าบรรยากาศดี อาหารดี ดนตรีไพเราะ ตนมีคลิปวีดีโอที่นายกษิตบอกว่าผู้นำประเทศเพื่อนบ้านเป็นกุ๊ย แต่ขอเก็บไว้เชือดในสภา ความผิดอย่างนี้ต้องประหารชีวิตสถานเดียว ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะตั้งนายนาม ยิ้มแย้ม เป็นที่ปรึกษารมว.ยุติธรรม ขอให้ตั้งจริงๆ เสียก่อน ตนจะจัดการแน่
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า การแก้ปัญหาภาคใต้ที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าจะต้ององค์กรพิเศษขึ้นมาใหม่นั้น อาจเป็นสาเหตุให้มีระเบิดตูมตามมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการทำอย่างนั้นแสดงว่ากำลังปฏิเสธองค์ที่มีอยู่เดิม ทำให้ทหารเกิดความน้อยใจ เรื่องนโยบายยาเสพติดวิสัยทัศน์ของพ.ต.ท.ทักษิณกับนายอภิสิทธิ์เหมือนมือกับเท้า พ.ต.ท.ทักษิณมีนโยบายที่ชัดเจน เข้มข้น กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์โจมตีมาตลอดเรื่องการฆ่าตัดตอนนั้น วันนี้เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วก็ขอให้ไปตรวจสอบออกมาให้ได้ว่าใครเป็นคนทำการฆ่าตัดตอน
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากฝากให้ส.ส.ของพรรค และคณะกรรมาธิการต่างๆติดตามตรวจสอบที่ดินที่จ.สุราษฏร์ธานี พังงา กระบี่ ภูเก็ต รวมทั้งเกาะสมุย หรือเรียกว่า นส.3 บิน เพราะทราบว่ากำลังจะมีขบวนการหากิน ส่วนกรณีที่มีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นำเงินไปให้กับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ขณะนี้ตนกำลังรอหลักฐานชิ้นเดียวคือ ใบโอนเงินเข้าบัญชีพรรค ถ้าถึงมือตนเมื่อไหร่ นาทีเดียวก็ให้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ต่อไม่ได้
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า สำหรับนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย รู้สึกว่าขยันเหลือเกิน แต่อาจจะต้องเข้าคุกก่อนคนอื่น เที่ยวไปย้ายคนนั้นคนนี้ นอกจากนี้หลังจากที่นายชวรัตน์ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นรมว.มหาดไทยเพียงวันเดียว คือ วันที่ 20 ธ.ค.ได้รับการแต่งตั้ง ต่อมาวันที่ 21 ธ.ค. ก็ได้ทำการเซ็นหนังสือแต่งตั้งให้พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ กลับเข้ารับตำแหน่งผบ.ตร. ซึ่งเร่งรีบ หลับหูหลับตาเซ็นโดยไม่ดูว่าวันดังกล่าวเป็นอาทิตย์ ถ้ามีการอภิปรายไม่ว้างใจ นายชวรัตน์จะต้องถูกอภิปรายก่อนคนอื่น โดยเหตุผลที่ต้องรีบแต่งตั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท เพราะกลัวว่านายอภิสิทธิ์จะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากถามว่าวันนี้นายอภิสิทธิ์ยังติดใจการทำหน้าที่ของตำรวจอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะกรณีของวันที่ 7 ต.ค.
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 11 ม.ค. นั้น ฝันว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส. 8-12 คน ถือว่าดีแล้ว เพราะถ้ามีการขาดคุณสมบัติของพรรคการเมืองที่ตั้งใหม่ ผู้สมัครสังกัดพรรคไม่ครบ 90 วัน ก็จะทำให้พรรคเพื่อไทย อย่างน้อยจะได้ที่นั่งที่จ.สุพรรณบุรี 3 เก้าอี้ ที่ลพบุรี และ อ่างทอง อีก 2 เก้าอี้ และภาคอีสานคาดว่าอีก 3 ที่ ซึ่งถ้าหากเรารวมกับพรรคประชาราช และพรรคเพื่อแผ่นดิน สายพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ก็อยากให้ลองหลับตาดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น มั่นใจว่าหลังวันที่ 11 ม.ค. จะเกิดปัญหาขึ้นกับรัฐบาลอย่างแน่นอน
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนมีคำถามไปถึงรัฐบาลทั้งหมด 9 ข้อ ประกอบด้วย 1.จะดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ หรือไม่ 2.จะให้สิทธิการชุมนุมของคนเสื้อแดง เหมือนคนเสื้อเหลืองหรือไม่ 3.ยอมรับหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมมือกับพันธมิตร ส่งนายกษิตไปขึ้นเวทีกลุ่มพันธมิตร 4.ขอให้พิสูจน์ว่า น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ เสียชีวิตที่ไหน เพราะทราบว่าไม่ได้เสียชีวิตที่หน้ารัฐสภา แต่เป็นที่หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล 5.พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือสารวัตรจ๊าบ เสียชีวิตในรถเชโรกี แพทย์หญิงจากโรงพยาบาลรามาได้ชันสูตรศพแล้วว่าเสียชีวิตเพราะระเบิดในรถ ตรงนี้ต้องพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่ ถ้าไม่เป็นความจริงรัฐบาลจะต้องปูนบำเหน็จให้เป็นวีรบุรุษ วีรสตรี
7.คดีบุกรุกที่ดินเขากระโดง และที่ดินสตึก อยู่ระหว่างการสอบสวน คดียังไม่เสร็จสิ้น รัฐบาลจะต้องพิสูจน์เรื่องนี้ว่าผิดหรือไม่ ถ้าไม่ผิดต้องแถลงให้สังคมรู้ แต่ถ้าผิดต้องดำเนินคดี เรื่องอาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกคนพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ 8.บริษัทแอร์พอร์ตลิงค์ ดำเนินการโดยบริษัท ชิโนไทย ซึ่งเป็นของ รมว.มหาดไทย เคยขอเงิน 455 ล้านบาท สมัยที่พวกตนเป็นรัฐบาล แต่ไม่อนุมัติ วันนี้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯจะให้หรือไม่ ถ้าหากบอกว่าขอคิดก่อน ก็เท่ากับว่าให้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าหากบอกว่าขอรอดูก่อน แสดงว่าจะให้แน่นอน
9.นายอภิสิทธิ์อย่าไปตอบโต้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เรื่องการหนีทหาร อย่าอิดออดสำออยว่าคดีขาดอายุความ ส่วนกรณีที่เข้ารับราชการแล้วได้รับพระราชทานยศร้อยโทนั้น เหตุใดนายอภิสิทธิ์จึงไม่ใช้ยศนำหน้าชื่อ การไม่ใช้หมายความว่าอย่างไร เพราะในวงการทหาร ตำรวจ การทำอย่างนี้จะถูกกล่าวหาทันทีว่าขาดความจงรักภักดีอย่างแน่นอน
ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์กรณีที่นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ว่า พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องมาตลอด และกล่าวหาว่ารัฐบาลในขณะนั้นไม่ยอมดำเนินการ แต่ในความเป็นจริงแล้วรัฐบาลไม่มีหน้าที่ไปสั่งอัยการได้ เมื่อนายอภิสิทธิ์มีอำนาจเต็มแล้ว ก็อยากให้ลองทำดู ร.ต.อ.เฉลิมยังกล่าวถึงการปรับโครงสร้างพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจจะต้องทำการเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ ว่า เรื่องนี้ไม่มีความเห็น เพราะไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค อย่างไรก็ตามพรรคยังมีคนที่มีความอาวุโส และเหมาะสมมากกว่าตนอีกหลายคน เพียงแต่ตนอาจจะอยู่ในวงการการเมืองมานานกว่าแค่นั้น เอาเป็นว่าตนไม่พร้อม
ต่อมา นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกอย่างที่จะอภิปรายจะยึดหลักฐาน ไม่อยากอภิปรายนโยบายรัฐบาล แต่ไม่ยอมรับรัฐบาลที่มาจากรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 ส่วนนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่เคยทำหน้าที่ในสภา นอกจากนี้ ตนรับไม่ได้ที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ซึ่งเป็นการฮั้วการเลือกตั้ง โดยตนมีแผ่นซีดี และจะไปร้องเรียนต่อ กกต.เพื่อขอความเป็นธรรม อีกทั้งตนก็รับไม่ได้กับกฎ 9 ข้อ โดยเฉพาะประเด็นการทุจริต เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น เรื่องเอสเอ็มเอสนั้นสังคมไม่เข้าใจเท่าที่ควร เพราะมีการเชิญผู้บริหาร 3 เครือข่าย ไปพบกันที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด
นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขอเป็นพิภพมัจจุราชเพื่อมาปราบรัฐบาลไอ้ห้อยไอ้โหน ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พยายามติดต่อกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น โจรปล้นบ้านเพื่อน เผาบ้านเพื่อน เอาลูกเอาเมียเพื่อน แล้วยังจะคุยกับเพื่อนเพื่อเลิกลาต่อกัน มันเป็นไปไม่ได้
ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา มีคนมาเสนอให้ตนนอนป่วยและมีใบรับรองแพทย์ จะได้รับ 5 ล้านบาท แต่ถ้าเข้าไปโหวตชื่อได้รับอีก 1 เท่า ดังนั้น คิดว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ไม่นาน ไม่ถึง 3 ปี เพราะการแก้ไขปัญหาไม่ตรงกับความเดือดร้อนประชาชน ส่วนปัญหาความไม่สงบก็เพราะประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลัง วันนี้กรรมมันติดจรวด ไปไหนมาไหนเจอแต่ตีนตบ ดังนั้น นโยบายหลายอย่างเป็นนโยบายเลื่อนลอย รัฐบาลนี้เกิดขึ้นมา 30 ธ.ค.ใกล้ปีใหม่ และหวังว่ารัฐบาลนี้จะจากไปก่อนสงกรานต์ 13 เม.ย.เพราะอยู่นานมันเสีย ถ้าจะให้ดีเอา 14 ก.พ.วันวาเลนไทม์นี้เลย
“การพูดนอกสภา รัฐบาลที่ใช้เวลา 55 นาที วันนี้อภิปรายนอกสภาได้ทั้งวัน ผมจะไปทำหน้าที่แทนพี่น้องในสภา ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ ถ้าคุณสุรพงษ์เป็นพิภพมัจจุราช ผมจะขอเป็นสุวานตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มข้น” นายประเสริฐ กล่าว
ด้านนายมานิต จิตจันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วน สมาชิกพรรคเพื่อไทย อดีตแกนนำ นปก.ที่ถูกดำเนินคดีก่อความวุ่นวายหน้าบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อภิปรายว่า นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ คนแรกที่ตอแหล ไม่เข้าใจคำว่าประชาธิปไตย ดูนายกฯ แล้วเหมือนเป็นตัวหนังตะลุง เป็นเงาคอยให้ถูกเชิด ระวังเถอะเมื่อเขาเชิดเสร็จแล้วจะถูกปักไว้ที่ต้นกล้วย
ส่วน น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย สมาชิกพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ได้จุดธูปถามพระแม่ธรณีบีบมวยผม ถามนายควง อภัยวงศ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ หรือยังว่า เห็นชอบกับการตั้งรัฐบาลครั้งนี้ว่าชอบด้วยระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ หรืออยากเป็นนายกฯ จนตัวสั่น จึงไปปล้นอำนาจรัฐมา ไม่ได้ขึ้นสู้อำนาจโดยลำแข้งของตัวเอง ดังนั้น ในฐานะเป็น ส.ส.ใหม่สมัยแรก และยังสาวจะไม่ยอมเสียความบริสุทธิ์ให้แก่โจรปล้นประชาธิปไตยไปหรอก และถ้าอภิปรายอยู่ในสภาฯ จริง หลังจากอภิปรายเสร็จอยากจะมอบผ้าถุงให้นายอภิสิทธิ์ด้วย




