xs
xsm
sm
md
lg

บันเทิงจ้างเจาะจง! ซัดบิ๊กไทยพีบีเอส มายด์เซ็ตไม่ผ่าน เป็นสื่อมืออาชีพแต่จ้างอินฟลูฯ แนะเอา 5 แสนไปจ่ายนักข่าวพลเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“วันเสาร์ แสงมณี” จวกบิ๊กไทยพีบีเอส มายด์เซ็ตไม่ผ่าน เป็นสื่อมืออาชีพแต่จ้างอินฟลูฯ ใช้เงินมือเติบ เทียบกับสื่อเอกชน จัดอีเวน์ให้ลูกค้า ต้องทำเองหมด ตั้งข้อสังเกตหั่นงบให้เหลือ 5 แสน เพื่อให้อนุมัติได้ง่ายและเร็ว หวังทำ IO ช่วงที่องค์กรโดนตั้งคำถามหนักหรือไม่ แนะเอา 5 แสนจ่ายนักข่าวพลเมืองดีกว่า เพราะเวลาระดับบิ๊กถูกขุดวีรกรรม ชอบเอานักข่าวพลเมืองมาเป็นเกราะป้องกันตัว

วันที่ 16 ต.ค. 2569 นายวันเสาร์ แสงมณี ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์สื่อดิจิทัล และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและโฆษณา บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Wansao Sangmanee แสดงความคิดเห็นต่อกรณีองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส มีโครงการจ้างบริษัท เทลสกอร์ (Tellscore) ซึ่งเป็นเอเจนซี่ตัวกลางระหว่างแบรนด์กับอินฟลูเอนเซอร์และ KOLs ในวงเงิน 500,000 บาท ก่อนยกเลิกในเวลาต่อมา

นายวันเสาร์ระบุว่า ต้องการลองตอบต่อประเด็นที่สื่อแมเนเจอร์ตั้งไว้ว่าทำไมไทยพีบีเอสต้องจ้างเทลสกอร์ โดยเริ่มจากเรื่องการประชาสัมพันธ์ของไทยพีบีเอส ซึ่งเห็นว่าไทยพีบีเอสมีการตั้งงบประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว และในอดีตเคยมีการจ่ายเงินจ้างสื่อภายนอกเพื่อประชาสัมพันธ์รายการที่อยู่ในความดูแลของบุคลากรของไทยพีบีเอส

“ไทยพีบีเอส มีการตั้งงบประชาสัมพันธ์แน่นอน ทราบเพราะในอดีต เคยมีการจ่ายเงินจ้าง "สื่อภายนอก" ทำประชาสัมพันธ์ให้กับรายการที่อยู่ในความดูแลของคุณเทพชัย หย่อง และคุณแคลร์ ปัจฉิมานนท์

“ถามว่าผิดไหม > ถ้าเป็นสื่อเอกชน ก็ปกติ มันต้องดัน awareness โดยเฉพาะถ้ารายการใหม่ หรือเปิดตัวอะไรใหม่ๆ แต่ด้วยยุคนี้ พูดจริงๆ สื่อเขาก็ใช้วิธี "บาร์เตอร์" แลกมูลค่าสื่อช่วยๆ กันไป ฉันบ้างเธอบ้าง” นายวันเสาร์ ระบุ

นายวันเสาร์ตั้งข้อสังเกตอีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อไทยพีบีเอสเป็นองค์การสื่อสาธารณะ จึงมีคำถามถึง ความเหมาะสมของการนำงบประมาณที่มาจากภาษีไปใช้ประชาสัมพันธ์ในลักษณะดังกล่าว พร้อมเสนอว่าควรพิจารณาใช้ช่องทางและเครือข่ายของตัวเองที่มีอยู่มากมายให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อน

“ก็เห็นบ่นกันว่างบไม่พอ ทำไมไม่เลือกใช้วิธีอื่น เช่น ฝากข่าว , บาร์เตอร์ข่าว ไม่ใช่มือเติบ แล้วตัวเองก็มีสารพัดช่องทาง สารพันเครือข่าย ควรคิดกลยุทธ์โปรโมตด้วยช่องทางของตัวเองให้ดีที่สุดก่อน”

สำหรับกรณีการจ้างเทลสกอร์วงเงิน 500,000 บาท นายวันเสาร์ระบุว่า การซอยย่อยงบ 5 แสนหรือต่ำกว่า เพื่อให้อนุมัติง่ายและเร็ว ก็พอเข้าใจแท็กติก แต่ผู้มีอำนาจ “คนดีย์” ในไทยพีบีเอสใช้มุกนี้บ่อยเกินไปหรือไม่

“ซอยงบต่ำกว่าห้าแสนบาท จ้างๆๆๆๆๆ เรียกว่า #บันเทิงจัดจ้างเจาะจง กันเลยทีเดียว
“คิดแบบแง่บวก : ต้องจ้างนาโน ไมโครอินฟลูฯ มาปั่นกระแสบอกต่อคอนเทนต์ หรือรายการ หรือกิจกรรม ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย

“คิดแบบแง่ลบ : เป็นการคิดแผนจัดจ้างเฉพาะเจาะจงในช่วงที่ใกล้เคียงกับกระแสปะทะทางความคิดเรื่องแหล่งที่มางบประมาณ รวมถึงเริ่มโดน "เพื่อนสื่อด้วยกัน" หรือชุมชนคนในวิชาชีพสื่อ (และพนักงาน) เปิดเปลือยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในหลายแง่งมุม รวมถึงการจัดจ้างวิธีพิเศษแบบเฉพาะเจาะจง ทั้งกลุ่มรายการ อินฟลู โปรดักต์ชั่น พัสดุ สื่อเครือข่าย และอีกมายมาย ดังนั้น มีความเป็นไปได้ไหม ที่ไปจ้างอินฟลูฯ มาระดมทำภารกิจไอโอ-เคาน์เตอร์แอทแท็กกับผู้มีความเห็นต่าง หรือไม่..อย่างไร !!? (คือถ้ามีเอกสารภารกิจ อยากให้เปิดออกมาว่าจ้างไปทำวัตถุประสงค์อะไร?)”

นายวันเสาร์ระบุอีกว่า ต้องย้อนมองไปที่ประเด็นว่าไทยพีบีเอสประกาศตัวเป็น “สื่อมืออาชีพ” ดังนั้น สิ่งใดที่สามารถดำเนินการได้ด้วยบุคลากรและช่องทางขององค์กรก็ควรพิจารณาดำเนินการเอง โดยเฉพาะเมื่อสื่อเอกชนจำนวนมากต้องพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ และใช้วิธีขอความร่วมมือจากบุคลากร พันธมิตร หรือสื่ออื่น รวมถึงการทำบาร์เตอร์ เพื่อลดการใช้งบประมาณ

“ตัวเองก็ประกาศตัวเป็น "สื่อมืออาชีพ" อะไรทำเองได้ ก็ควรทำเองสิครับ คุณก็เป็นสื่อ แสดงศักยภาพหน่อย ไม่ใช่เอะเอะมือเติบ ไปเทงบจ้างเทลสกอร์ เล่นง่ายไปไหม น่าเกลียดน่าชังไหม

“สื่อเอกชนนะ.. ขนาดเวลาจัดอีเวนต์ใหญ่ให้ลูกค้าด้วยซ้ำ เขายังแทบไม่มีงบจะมาจ้างคนนอกช่วยประชาสัมพันธ์ เงินมันหายาก มันต้องประหยัด จำกัดจำเขี่ย ต้องบากหน้าเจรจาขอพนักงานในองค์กรช่วยแชร์ ขอเพื่อนสื่อช่วยแชร์ ขอพาร์ทเนอร์ช่วยแชร์ ขอบาร์เตอร์ หาสารพัดวิธีโปรโมทโดยไม่ใช้งบในแคมเปญ หรือใช้ให้น้อยทื่สุด

“ไอ้นี่แนวมือเติบ อะไรๆ กูก็จะจ้างอย่างเดียว หรือเพราะไม่ต้องเหนื่อยยากไปหามา ใช้ภาษี เลยไม่ต้องคิดให้ถี่ถ้วน !?”

นายวันเสาร์ ยังตั้งคำถามว่า หากมีงบประมาณ 500,000 บาทสำหรับการจ้างเอเจนซี่ประชาสัมพันธ์ เหตุใดจึงไม่พิจารณานำงบประมาณดังกล่าวไปสนับสนุน “นักข่าวพลเมือง” บ้าง เพราะเมื่อถึงเวลาที่ “บิ๊กสื่อคนดีย์” เดือดร้อน โดนขุดวีรกรรม ก็ไปยกการทำงานของนักข่าวพลเมืองมาเป็นเกราะป้องกันตัวเอง

ลงท้าย นายวันเสาร์สรุปความเห็นของตัวเองต่อแนวคิดการบริหารจัดการดังกล่าวว่า “มายด์เซ็ตในฐานะผู้บริหาร ‘ไม่ผ่าน’ ครับ”