xs
xsm
sm
md
lg

วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU ยกระดับการศึกษาพยาบาลสู่สากล จับมือ NUAS ญี่ปุ่น เปิดประสบการณ์เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม เสริมศักยภาพนักศึกษาผ่านวิชาการ–วิจัย–การปฏิบัติจริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดย ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดี สายงานวิชาการและวิจัย พร้อมด้วย รศ.ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ และคณาจารย์ ให้การต้อนรับอาจารย์และนักศึกษาจาก Department of Nursing, Nagoya University of Arts and Sciences (NUAS) ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ระหว่างวันที่ 17–21 สิงหาคม 2569 เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ด้านการพยาบาล ระบบบริการสุขภาพ การผดุงครรภ์ และบริบททางสังคมวัฒนธรรมของไทย พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักศึกษาและคณาจารย์จากทั้งสองสถาบัน

รศ.ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า โครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ โดยมุ่งเสริมศักยภาพนักศึกษาและคณาจารย์ให้สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการพยาบาลกับบริบททางสังคม วัฒนธรรม และระบบสุขภาพที่แตกต่างกัน พร้อมเปิดโอกาสให้เรียนรู้แนวทางการดูแลสุขภาพจากประสบการณ์จริงในบริบทนานาชาติ

“โครงการนี้จึงช่วยเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถดูแลผู้รับบริการในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม” คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU กล่าว

รศ.ดร.ดรุณี กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำกิจกรรมร่วมกับคณาจารย์และนักศึกษาจากต่างประเทศยังช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อบุคลากรและนักศึกษาในการทำงานร่วมกับผู้อื่น พัฒนาภาวะผู้นำ และ ส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลก ตลอดจนเพิ่มประสบการณ์ในการเรียนรู้และทำงานร่วมกับผู้ที่มีมุมมองและประสบการณ์แตกต่างกัน ซึ่งจะช่วยเสริมความพร้อมในการทำงานด้านสุขภาพในบริบทที่มีความหลากหลายมากขึ้น

ตลอดโครงการระหว่างวันที่ 17–21 สิงหาคม 2569 คณะจาก DPU และ NUAS ยังได้ศึกษาระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยในหลายระดับ ทั้งการบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช และโรงพยาบาลดอนเจดีย์ รวมถึงศึกษาการพยาบาลมารดา ทารก และการผดุงครรภ์ ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
 
สำหรับกิจกรรมวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ช่วงเช้าได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ที่คณะการแพทย์แผนตะวันออกบูรณาการ โดยเรียนรู้พื้นฐานการแพทย์แผนไทย การผดุงครรภ์ไทย และการนวดไทย เชื่อมโยงสู่แนวทางการดูแลมารดาหลังคลอด พร้อมชมการสาธิตการนวดราชสำนัก การอบกระโจมด้วยสมุนไพร และร่วมเวิร์กช็อปทำลูกประคบงา เพื่อสัมผัสกระบวนการดูแลสุขภาพตามภูมิปัญญาไทยผ่านการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง

ส่วนช่วงบ่ายลงพื้นที่การเคหะชุมชนท่าทราย กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิ หลังจากนั้นคณะจาก NUAS ได้เยี่ยมชม โรงพยาบาลดีพียู เพื่อศึกษารูปแบบการจัดบริการสุขภาพและการทำงานของบุคลากรในสถานพยาบาล พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการพยาบาลกับการให้บริการสุขภาพจริง และเห็นภาพการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรจากสาขาวิชาชีพสุขภาพที่หลากหลาย ตลอดจนเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความหลากหลายของชุมชนไทย–จีน และมีการนำเสนอโครงการวิจัย/นวัตกรรม รวมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักศึกษาไทยและญี่ปุ่น โดยนักศึกษาญี่ปุ่นได้เต้นรำ โยซาโคอิ โซรัน นักศึกษาไทยนำเสนอการรำบายศรีสู่ขวัญ
“สิ่งที่วิทยาลัยคาดหวัง คือ ต้องการให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองสถาบันที่สามารถพัฒนาต่อได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ การวิจัย หรือกิจกรรมทางวิชาการร่วมกันในอนาคต ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การพยาบาลในบริบทนานาชาติมากขึ้น” คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน อ.พท.อรุณรัตน์ แซ่อู้ อาจารย์สาขาการแพทย์แผนไทย คณะการแพทย์แผนตะวันออกบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า กิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับคณาจารย์และนักศึกษาจาก NUAS มุ่งให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจพื้นฐานของการแพทย์แผนไทย ตั้งแต่แนวคิดเรื่องธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ ก่อนเชื่อมโยงสู่ศาสตร์การผดุงครรภ์ไทยและการดูแลมารดาหลังคลอดแบบองค์รวม ซึ่งพิจารณาทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา อารมณ์ อาหาร และวิถีชีวิต โดยมีแนวทางดูแลหลายรูปแบบ เช่น การนวด การประคบ การอบกระโจม การทับหม้อเกลือ และการนั่งถ่าน ซึ่งแพทย์แผนไทยจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

สำหรับภาคปฏิบัติ ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการสาธิตการนวดราชสำนักบริเวณคอ บ่า ไหล่ การอบกระโจมด้วยสมุนไพร และ Workshop ทำลูกประคบงาขนาดเล็ก เพื่อให้ได้สัมผัสแนวทางการดูแลตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ขณะเดียวกันยังได้เรียนรู้แนวคิดเรื่องการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะกับภาวะของร่างกาย ซึ่งสะท้อนองค์ความรู้ ความเชื่อ และวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพของไทยที่สืบทอดมา และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการดูแลสุขภาพในปัจจุบันได้
 
อ.พท.อรุณรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านการดูแลมารดาหลังคลอดระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยเฉพาะเรื่องอาหารและโภชนาการ ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการได้รับพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอ โดยเฉพาะมารดาที่ให้นมบุตร ขณะที่ฝ่ายไทยได้นำเสนอหลักคิดและวัฒนธรรมการดูแลตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้ทั้งความแตกต่างและจุดร่วมของแนวทางการดูแลสุขภาพในสองบริบท และนำไปสู่การเรียนรู้ซึ่งกันและกันในมิติที่กว้างขึ้น

สนใจศึกษาต่อวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.dpu.ac.th/th/college-of-nursing