คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินหน้าพัฒนาการเรียนการสอนด้านการออกแบบผ่านการยกระดับองค์ความรู้ของผู้สอน โดย อาจารย์วีร์ธิดา รุ่งเรืองธนไพศาล อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ วิชาเอกการออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน เดินทางไปศึกษาหลักสูตร Summer Courses: Interior Design 2 ณ สถาบัน NABA (Nuova Accademia di Belle Arti) เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เพื่อเรียนรู้กระบวนการออกแบบและแนวทางการเรียนการสอนในบริบทนานาชาติ พร้อมนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน และต่อยอดการพัฒนาทักษะนักศึกษาให้พร้อมสำหรับการทำงานในวิชาชีพ
อาจารย์วีร์ธิดา เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการเดินทางไปศึกษาครั้งนี้ มาจากความต้องการพัฒนาตนเองทั้งในฐานะนักออกแบบและผู้สอน รวมถึงต้องการเรียนรู้รูปแบบการศึกษาในต่างประเทศ เพื่อนำแนวคิด กระบวนการ และประสบการณ์ใหม่ ๆ กลับมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนของนักศึกษา จึงเลือกศึกษาที่ NABA (Nuova Accademia di Belle Arti) เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น Academy of Fine Arts อันดับ 1 ของอิตาลี ในสาขา Art & Design จากการจัดอันดับ QS World University Rankings® by Subject 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และอยู่ในอันดับที่ 41 ของโลก ก้าวเข้าสู่ Top 50 ของโลก
จาก Collage สู่ Physical Model เรียนรู้กระบวนการคิดแบบ Interior Designer
“หลักสูตรที่เข้าเรียนคือ Interior Design 2 ซึ่งเน้นการพัฒนาโปรเจกต์อย่างเป็นกระบวนการ เริ่มตั้งแต่การทำ Collage เพื่อค้นหาและพัฒนาแนวคิดจากโจทย์ ก่อนต่อยอดสู่การสร้าง Concept การ Sketch การสร้าง Physical Model และการนำเสนอผลงาน โดยแต่ละขั้นตอนเชื่อมโยงต่อเนื่องกันภายในโปรเจกต์เดียว ทำให้ผู้เรียนได้ฝึก พัฒนาแนวคิดและตัดสินใจด้านการออกแบบอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมอธิบายเหตุผลเบื้องหลังการออกแบบของตนเอง นอกจากนี้ ยังมีห้อง Workshop ที่มีเครื่องมือและวัสดุสำหรับการทำโมเดลหลากหลายประเภท เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทดลองและพัฒนาแนวคิดจากภาพร่างไปสู่ชิ้นงานจริงได้อย่างเต็มที่” อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าว
สำหรับแนวทางการเรียนการสอน ผู้สอนเริ่มต้นโจทย์ด้วยการให้นักศึกษาเลือกบุคคลที่จะเป็น “ลูกค้า” สำหรับงานออกแบบ จากนั้นทำความเข้าใจตัวตน บุคลิก และความชอบของบุคคลดังกล่าวผ่านการทำ Collage เพื่อรวบรวมและถ่ายทอดภาพของผู้ใช้งานในมุมมองของผู้เรียน ก่อนนำสิ่งที่ค้นพบไปพัฒนาเป็นแนวคิด (Concept) และต่อยอดสู่การออกแบบพื้นที่ วิธีการนี้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจผู้ใช้งานจากมุมมองของตนเอง แล้วนำข้อมูลที่ได้มาตีความและถ่ายทอดออกมาเป็นงานออกแบบ
ถอดแนวคิด Van Gogh เป็นงานออกแบบ Studio & Gallery
อาจารย์วีร์ธิดา กล่าวต่อว่า สำหรับโปรเจกต์ที่เลือก Vincent van Gogh เป็นผู้ใช้งานสมมติ โดยนำผลงานและบุคลิกของศิลปินมาศึกษาและตีความ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นแนวคิดในการออกแบบ Studio & Gallery ภายใต้แนวคิด “A Contemporary Space Inspired by Nature, Light and Emotion” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความสัมพันธ์ระหว่าง Van Gogh กับธรรมชาติ จึงนำแสงธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว และการเปิดรับการไหลเวียนของอากาศมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ โดยนำพื้นที่สีเขียวมาไว้บริเวณใจกลางของพื้นที่ เพื่อให้ธรรมชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศและเชื่อมโยงพื้นที่ภายในเข้าด้วยกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและเอื้อต่อการสร้างสรรค์ ก่อนพัฒนาแนวคิดจากภาพ Sketch ไปสู่การสร้าง Physical Model และนำเสนอผลงาน
นอกจากกระบวนการออกแบบแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้จากการเรียนครั้งนี้ คือการให้ความสำคัญกับ การนำเสนอและการสื่อสารแนวคิดอย่างต่อเนื่อง ผู้เรียนมีโอกาสพูดคุยและรับคำแนะนำจากผู้สอนระหว่างการพัฒนางาน พร้อมนำเสนอความคืบหน้าของผลงานในแต่ละวัน ทำให้ต้องเข้าใจที่มาของแนวคิดและเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจออกแบบของตนเอง รวมถึงสามารถสื่อสารแนวคิดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ภายในเวลาที่กำหนด
เปิดโลกดีไซน์ อัปเดตเทรนด์ใหม่ผ่าน Case Study ระดับนานาชาติ
จากการไปเรียนครั้งนี้ อาจารย์วีร์ธิดายังได้ อัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ และเปิดมุมมองงานออกแบบจากต่างประเทศ ผ่านการศึกษา Case Study ระดับนานาชาติ ทั้งผลงานที่ได้รับรางวัล ผลงานจากนิทรรศการ และผลงานที่เคยจัดแสดงในงาน Design Week ทำให้ได้เห็นแนวคิด วิธีคิด และทิศทางของงานออกแบบที่หลากหลาย รวมถึงได้สัมผัสงานจริงในอิตาลี ทั้งอาคาร พิพิธภัณฑ์ นิทรรศการ ตลอดจนพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับวงการแฟชั่นและดีไซน์ ซึ่งช่วยให้เข้าใจบริบทของงานได้ลึกกว่าการศึกษาผ่านสื่อหรืออินเทอร์เน็ต
“ขณะเดียวกัน รูปแบบการเรียนยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทำความเข้าใจแนวโน้มของงานออกแบบผ่านกรณีศึกษาจริง โดยผู้สอนนำผลงานที่ได้รับการยอมรับและตัวอย่างจากเวทีออกแบบต่าง ๆ มาให้วิเคราะห์และตีความ เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความหลากหลายของแนวคิด ฝึกมองงานอย่างเป็นระบบ และค้นหาแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับบริบทและความสนใจของตนเอง ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้สามารถนำกลับมาต่อยอดและเปิดมุมมองด้านการออกแบบให้กับนักศึกษา DPU ได้” อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าว
จากมิลานสู่ห้องเรียน DPU ต่อยอดมุมมองสากล เสริมศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่
สำหรับการต่อยอดองค์ความรู้จากการศึกษาครั้งนี้สู่การเรียนการสอน อาจารย์วีร์ธิดา กล่าวว่า การได้เรียนรู้ในบริบทนานาชาติและแลกเปลี่ยนมุมมองกับเพื่อนร่วมคลาสชาวต่างชาติ ทำให้ได้รับมุมมองใหม่ ๆ ทั้งด้านการออกแบบและการเรียนการสอน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้และต่อยอดกับการเรียนการสอน รวมถึงนำประสบการณ์ที่ได้รับมาถ่ายทอดและแบ่งปันให้กับนักศึกษา เพื่อเปิดมุมมองด้านงานออกแบบในระดับนานาชาติ
อาจารย์วีร์ธิดา มองว่า นักศึกษาไทยมีความสามารถและศักยภาพด้านการออกแบบไม่แพ้นักศึกษาต่างชาติ สิ่งสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้จากบริบทและประสบการณ์ที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาทั้งแนวคิด กระบวนการทำงาน และการสื่อสารผลงานให้สามารถก้าวไปสู่บริบทการทำงานในระดับนานาชาติได้
“หากต้องการพัฒนาตนเองไปสู่การทำงานในระดับนานาชาติ ภาษาอังกฤษ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เป็นทักษะสำคัญที่นักศึกษาควรให้ความสำคัญควบคู่กับทักษะวิชาชีพด้านการออกแบบ เพราะนักออกแบบต้องสามารถถ่ายทอดแนวคิด ทำงานร่วมกับผู้อื่น และเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในวงการอยู่เสมอ” อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าวทิ้งท้าย
สนใจศึกษาต่อคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-fine-and-applied-arts


