มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 21 และเครือข่ายวิจัยประชาชื่น ครั้งที่ 10 ภายใต้หัวข้อ “AI and Sustainability: Opportunities and Challenges ปัญญาประดิษฐ์และความยั่งยืน: โอกาสและความท้าทาย” ในรูปแบบ Hybrid ทั้ง Online และ Onsite เพื่อนำเสนอบทความวิจัยด้านความยั่งยืนและปัญญาประดิษฐ์ในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่ DPU เปิดสอน เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องสัจจา เกตุทัต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการและสายงานวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมี ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ร่วมเป็น Keynote Speaker และ ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว ประธานเครือข่ายวิจัยประชาชื่น เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยนักวิจัย นักศึกษา อาจารย์ และผู้สนใจจากภายนอกสถาบันทั้งจากภาครัฐและเอกชน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การประชุมวิชาการระดับชาติครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายในการขับเคลื่อนงานวิจัยในศาสตร์ต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ทั้ง 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ โดยงานวิจัยจาก Nature Communications ระบุว่า AI สามารถช่วยสนับสนุน Targets ของ SDGs ได้สูงถึง 79% ทั้งนี้ การประยุกต์ AI ใน SDGs มีหลากหลายแบบ
เช่น การพัฒนาเกษตรแม่นยำเพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค และการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา เทคโนโลยีเหล่านี้คือโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนโลกให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนตามแนวทางของสหประชาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะมีประโยชน์มาก แต่ก็สร้างความท้าทายใหม่ที่ต้องพิจารณา เช่น การประมวลผลของโมเดล AI ขนาดใหญ่ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมาก (ซึ่งจะขัดกับหลักการของ SDG 13) และหากข้อมูลที่ใช้เทรน AI มีอคติ ก็อาจยิ่งตอกย้ำความเหลื่อมล้ำเดิมให้แย่ลง (ขัดกับ SDG 10) ดังนั้น การพัฒนา AI เพื่อความยั่งยืนจึงต้องทำควบคู่ไปกับหลักจริยธรรมในการใช้ AI หรือ Ethical AI
การจัดงานครั้งนี้ DPU ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรภายนอก ได้แก่ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ซึ่งร่วมดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมงานวิจัยด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมวิชาชีพ
ภายในงานมีการนำเสนอบทความวิจัยรวมกว่า 150 เรื่อง แบ่งเป็นบทความวิจัยจากสถาบันภายนอกมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน กว่าร้อยละ 59 และส่วนที่เหลือเป็นบทความวิจัยจากนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย โดยมีผู้นำเสนอส่วนใหญ่แบบ Online ซึ่ง Theme ย่อยของบทความวิจัยที่นำเสนอ ครอบคลุม 3 กลุ่มสาขาวิชาหลักที่มหาวิทยาลัยเปิดสอน อันได้แก่ 1) กลุ่มการบัญชี บริหารธุรกิจ การบิน การศึกษา และนิเทศศาสตร์ 2) กลุ่มนวัตกรรมและเทคโนโลยี และ 3) กลุ่มความเป็นอยู่ที่ดี การท่องเที่ยว กฎหมาย และรัฐประศาสนศาสตร์
ด้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ NECTEC ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “AI and Sustainability: Opportunities and Challenges” โดยชี้ให้เห็นบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในการรับมือกับความท้าทายระดับประเทศ ตั้งแต่การใช้ AI วิเคราะห์พื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อรองรับข้อกำหนด EU Deforestation Regulation (EUDR) การพัฒนา Medical AI ของไทยที่ผ่านมาตรฐานสากล ISO 13485 และเกณฑ์การตรวจสอบจาก อย. ไปจนถึงการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในแพลตฟอร์ม TPMAP และ Thai School Lunch เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของภาครัฐ
ดร.ชัยยังกล่าวถึงแนวโน้มที่ Agentic AI และ Physical AI จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน การเรียนรู้ และตลาดแรงงาน พร้อมเสนอให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมด้านการกำกับดูแล AI อย่างรอบด้าน ทั้งมิติจริยธรรม มาตรฐาน และกฎหมาย รวมถึงการคำนึงถึงต้นทุนแฝงด้านพลังงานของ Data Center ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญต่อความยั่งยืนในอนาคต โดยย้ำว่าความสำเร็จของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาดของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบและการเลือกใช้อย่างมีความรับผิดชอบ
สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่าย เป็นการนำเสนอผลงานวิจัยแบบบรรยายทั้งรูปแบบ Onsite และ Online ครอบคลุมผลงานสาขาวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ นวัตกรรม เทคโนโลยี การศึกษา การบริหาร การท่องเที่ยว สุขภาวะ ภายใต้เป้าหมายด้านความยั่งยืนต่างๆ ซึ่งสะท้อนพลังของเครือข่ายนักวิจัยที่พร้อมร่วมกันสร้างองค์ความรู้ใหม่ และต่อยอดสู่การพัฒนาประเทศในระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดของวารสารสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dpu.ac.th/conference


