xs
xsm
sm
md
lg

DPU ยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ ผนึก สน.ทุ่งสองห้องจัดเวิร์กชอป “หนี-ซ่อน-สู้” เตรียมพร้อมรับมือเหตุวิกฤต พร้อมชูมาตรการดูแลสุขภาวะนักศึกษาครบวงจร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินหน้าสร้างมาตรฐานความปลอดภัยเชิงรุก จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การรับมือกับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยสาธารณะ” เพื่อฝึกทักษะการเอาตัวรอดในสถานการณ์วิกฤต พร้อมเปิดแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินและการดูแลสุขภาวะนักศึกษา โดยมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย และทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ร่วมถ่ายทอดทักษะระดับสากล ณ ห้องประชุมสนม สุทธิพิทักษ์ เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยงานสันติวิธี ภายใต้หน่วยงาน General Support & Services เพื่อให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับพฤติการณ์ความเสี่ยงในปัจจุบัน โอกาสนี้ ผศ.ดร.วันวร จะนู ผู้เชี่ยวชาญพิเศษอาวุโส General Support & Services เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันในทุกสังคมมีผู้ที่เผชิญภาวะความเครียดมากมาย ซึ่งระดับความรุนแรงที่ต่างกันอาจกลายเป็นปัจจัยกดดันให้เกิดความเสี่ยงต่อสาธารณะได้ การอบรมครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการสร้าง “เครือข่ายเฝ้าระวัง” เพื่อให้สามารถจำแนกบุคคลต้องสงสัยและรับมือเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที

สำหรับการฝึกปฏิบัติเชิงยุทธวิธี เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงหากต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต นำโดย พันตำรวจโทสุฤทธิ์ หลวงวงศ์ สารวัตรจราจร และทีมวิทยากรจากสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ได้ร่วมกันถ่ายทอดทักษะ “หนี-ซ่อน-สู้” พร้อมปรับทัศนคติว่าเหตุ Active Shooter ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเพียงการใช้ปืนเท่านั้น แต่รวมถึงอาวุธมีดหรือการขับรถชนคนจำนวนมากในพื้นที่สาธารณะโดยไม่เลือกเหยื่อ โดยยุทธวิธีแรกคือ “การหนี” เมื่อเผชิญเหตุร้ายต้องตัดความลังเลใจ ละทิ้งทรัพย์สินทั้งหมด แล้วมองหาเส้นทางอพยพเพื่อออกจากที่เกิดเหตุให้รวดเร็วที่สุด โดยห้ามเข้าไปมุงดูสถานการณ์อย่างเด็ดขาด

ในกรณีที่ไม่สามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ได้ ยุทธวิธีขั้นต่อมาคือ “การซ่อน” ซึ่งหลักปฏิบัติที่ถูกต้องคือการหาห้องที่มิดชิด ทำการปิดไฟ ล็อกประตูให้แน่นหนา และลากวัตถุที่มีน้ำหนักมากมาขวางกั้นช่องทางเข้าไว้ สิ่งสำคัญที่สุดในระหว่างการกบดานคือต้องปิดระบบเสียงและระบบสั่นของโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้สนิทเพื่อไม่ให้เกิดเสียงนำสายตา พร้อมทั้งใช้เทคนิคพิเศษในการนำผ้าหนา ๆ มาปิดปากและปิดจมูก เพื่อดับเสียงลมหายใจไม่ให้ผู้ก่อเหตุที่อยู่ภายนอกตรวจพบ

ส่วนยุทธวิธีสุดท้ายคือ “การสู้” ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อจวนตัวและไม่มีทางหลบเลี่ยง โดยวิทยากรตำรวจได้แนะนำให้ใช้วิธีรวมกลุ่มกันเข้าสู้และใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวมาดัดแปลงเป็นอาวุธ เพื่อมุ่งเป้าโจมตีไปที่จุดอ่อนทางกายภาพของผู้ก่อเหตุ เช่น ดวงตา จมูก หรือจุดยุทธศาสตร์ของร่างกาย เพื่อสกัดกั้นพฤติกรรมรุนแรงและทำให้ผู้ก่อเหตุหยุดชะงักชั่วคราวก่อนหาทางพันธนาการ

นอกจากทักษะเฉพาะตัวแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้ขับเคลื่อนระบบความปลอดภัยในภาพรวมผ่านแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน หรือ Emergency Response Plan โดย คุณธนากร ชื่นฉ่ำ หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย DPU ได้ชี้แจงขั้นตอนการแจ้งเหตุทางเทคนิคว่า หากบุคลากรหรือนักศึกษาตรวจพบสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งเหตุได้ทันทีผ่านหมายเลขภายใน 311 หรือหมายเลขสายตรง 0-2954-7311 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

โดยระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลตรงไปยังศูนย์วิทยุส่วนกลางเพื่อมอนิเตอร์สถานการณ์ผ่านกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานงานร่วมกับ สน.ทุ่งสองห้อง และหน่วยกู้ชีพในพื้นที่เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลเครือข่ายอย่างใกล้ชิด ทั้งยังได้มีการสาธิตสถานการณ์จำลองโดยชุดปฏิบัติการ Basic SWAT จาก สน.ทุ่งสองห้อง ในการเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

จากภาพความร่วมมือและการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างเข้มข้นดังกล่าว ผศ.ดร.วันวร จะนู กล่าวทิ้งท้ายเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง นักศึกษา และบุคลากรว่า การสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของ DPU ซึ่งในฐานะสถานศึกษาเอกชน มหาวิทยาลัยมีอำนาจเต็มในการกำหนดระเบียบพื้นที่ส่วนบุคคล ทั้งการตรวจค้นและการบันทึกประวัติบุคคลต้องสงสัยเพื่อการป้องกันเชิงรุก โดยนักศึกษาและบุคลากรสามารถเข้าถึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน และช่องทางการสื่อสารภายในเพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพที่ดีอย่างยั่งยืน