มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดอบรมหลักสูตร “ปรุงสุข” เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ โดยเชิญ “เชฟบอย-ปิยะชาติ พุทธวงษ์” เชฟขนมหวานไทยระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาวจากร้านเสน่ห์จันทร์ มาร่วมถ่ายทอดศาสตร์อาหารไทยชั้นสูงให้แก่ผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับผู้เรียนสู่มาตรฐานการปรุงอาหารสุขภาพแห่งอนาคต
เปิดตำรับปรุงสุข ปลุกมูลค่าอาหารไทย
ในกิจกรรมครั้งนี้ เชฟปิยะชาติได้สาธิตและถอดรหัสความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสำรับไทยระดับสูง ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำอาหารมาจัดวางรวมกัน แต่คือศาสตร์แห่งการร้อยเรียงรสสัมผัสที่ซับซ้อน โดยเชฟปิยะชาติได้สาธิตการโขลกเครื่องแกงและเตรียมวัตถุดิบประกอบการบรรยายอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้เข้าอบรมได้ร่วมคัดสรรวัตถุดิบจริงด้วยตนเอง เพื่อเรียนรู้เทคนิคการใช้ “ปลารมควันป่น” ในแกงคั่วเพื่อสร้างมิติของกลิ่นหอมเฉพาะตัว ควบคู่ไปกับการควบคุมด้วยเทคนิคต่างๆ ที่แม่นยำ
ตัวอย่างเช่น การหุงข้าวเก่ากลางปีให้สุกเพียงร้อยละ 70 หรือที่เรียกว่าระดับ “ตากบ” เพื่อรักษาโครงสร้างเมล็ดข้าวไม่ให้เละ ก่อนนำไปขัดด้วยน้ำสารส้มเพื่อให้เมล็ดข้าวมีความใสเงางาม รวมถึงการเตรียมน้ำลอยดอกไม้ที่ใช้ดอกไม้ 4 ชนิด คือ ชมนาด มะลิลา กุหลาบมอญ และกระดังงาลนไฟ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมบริสุทธิ์ตามตำรับชาววัง
ถอดรหัสโบราณ ผสานเทคนิคใหม่
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอนวัตกรรมการผสานเมนูประวัติศาสตร์ให้เข้ากับยุคสมัยผ่านมุมมอง Modern Thai Cuisine ด้วยการนำเทคนิคจากตะวันตกมาต่อยอดโครงสร้างอาหารไทยแบบดั้งเดิม อาทิ การนำน้ำพริกหนุ่มและพริกชี้ฟ้าแดงย่างมาบรรจุในแป้ง Choux Pastry แทนการจิ้มผักสดแบบเดิม ซึ่งนอกจากจะช่วยควบคุมความชื้นและคงความกรอบของแป้งไว้ได้นานขึ้นแล้ว ยังสร้างมิติใหม่ของรสสัมผัสที่ทั้งกรอบและนุ่มในคำเดียว เปลี่ยนจากเมนูพื้นบ้านให้กลายเป็นอาหารจานหรูที่กินง่ายและสวยงามประณีต แต่ยังคงรสชาติเผ็ดหอมที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างครบถ้วน
ควบคู่ไปกับการจัดวางองค์ประกอบเมนูในถ้วยเล็ก เพื่อให้เห็นถึงการนำโครงสร้างอาหารตะวันตกมาผสานกับรสชาติไทย รวมถึงการเผยเทคนิคการทำขนมไทย 7 วิธี ที่ต้องอาศัยทักษะการ “ริ้ว” ผลไม้ขั้นสูง ด้วยการใช้มีดคว้านจักผิวและแกะสลักเป็นร่องลายประณีต ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มมูลค่าให้แก่เมนูอาหารระดับ Fine Dining แต่ยังช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการก้าวสู่เวทีระดับสากล
ต่อยอดสุขภาพ ขับเคลื่อนธุรกิจ
นอกเหนือจากเทคนิคการปรุงรสแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่หลักสูตรนี้ให้ความสำคัญคือการถอดบทเรียนเรื่องการบริหารจัดการครัวสุขภาพสำหรับกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายแต่สร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยผู้เรียนได้เรียนรู้การคัดสรรวัตถุดิบและจัดสัดส่วนสารอาหารให้เหมาะสม ก่อนที่เชฟปิยะชาติจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมหลักสูตร “ปรุงสุข” ที่ DPU ในวันนี้ ได้ซักถามข้อสงสัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนผ่านจากร้านอาหารทั่วไปไปสู่การเป็นผู้ให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพในระดับสากล ผ่านระบบการผลิตที่ได้มาตรฐานและองค์ความรู้ด้านโภชนาการบำบัดที่ถูกต้อง
สำหรับการดำเนินงานภายใต้หลักสูตร “ปรุงสุข” เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง DPU, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยตลอดระยะเวลาของการดำเนินโครงการที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ วิทยาศาสตร์โภชนาการ อาหารฟังก์ชัน การสร้างแบรนด์ และนวัตกรรมธุรกิจ
นอกจากนี้ยังได้ระดมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ อาทิ เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย, เชฟแตง จิตรลดา และ ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ CIMw-DPU ฯลฯ มาร่วมหล่อหลอมผู้เรียนสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านเวลเนสครบวงจร พร้อมสร้างระบบนิเวศที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับหัวใจความเป็นมนุษย์ เพื่อปลดล็อกขีดจำกัดและยกระดับการดูแลสุขภาพในอนาคต ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดนี้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิดการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ (Human Potential) ของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายวิชาการ ร่วมผลักดันยุทธศาสตร์บ่มเพาะทรัพยากรมนุษย์ของไทยให้เท่าทันเทคโนโลยีอาหารแห่งอนาคต เพื่อยกระดับมาตรฐานสุขภาพไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน


