มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 เมื่อวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 โดยมี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ, ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา ตลอดจนผู้บริหาร คณบดีและคณาจารย์จากทุกวิทยาลัยและคณะ ร่วมให้การต้อนรับนักศึกษาใหม่อย่างอบอุ่น ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคาร 7 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
สำหรับการจัดปฐมนิเทศในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน “จุดเริ่มต้นที่อบอุ่น สู่การค้นพบศักยภาพ และความผูกพันที่ยั่งยืน@DPU” โดยมีนักศึกษาใหม่เข้าร่วมอย่างเนืองแน่นตลอดสามวัน กิจกรรมในช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการสักการะ “พระสิทธิธาดา” และ ร่วมแสดงความเคารพหน้าอนุสาวรีย์ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่ห้องประชุม หลังจากนั้น นักศึกษาได้ร่วมพิธีกล่าวคำปฏิญาณตน นำโดย นายอภิโชค รวยลาภ นายกสโมสรนักศึกษา จากนั้นอธิการบดีกล่าวให้โอวาทพร้อมให้คำแนะนำในการเริ่มต้นการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย ภายในงานยังมีช่วงแนะนำศูนย์บริการนักศึกษา และช่องทางการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อให้นักศึกษาใหม่รู้จักหน่วยงานสำคัญที่สามารถเข้าถึงได้ตลอดการศึกษาโดย อาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง จากศูนย์ Potentialigence Center ต่อด้วยช่วง “Inspiration” โดยศิษย์เก่าและรุ่นพี่ DPU ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการเรียน การค้นหาตัวเอง และการเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต
ส่วนในช่วงบ่าย นักศึกษาใหม่ได้เข้าพบคณบดี และ อาจารย์ที่ปรึกษาของแต่ละวิทยาลัย/คณะ เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและการเรียนการสอน พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนสอบถามข้อสงสัยต่าง ๆ ทำให้เข้าใจภาพรวมของการเรียนและเตรียมตัวสำหรับการเริ่มต้นเรียนอย่างมั่นใจ ก่อนปิดท้ายวันด้วยกิจกรรม ‘ส่งน้องผ่านเส้นทางอุโมงค์ต้นไม้’ ซึ่งเป็นธรรมเนียมสำคัญของชาว DPU ในการต้อนรับสมาชิกใหม่ที่สร้างความผูกพันระหว่างนักศึกษาใหม่กับมหาวิทยาลัย
ในโอกาสนี้ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้กล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่ พร้อมเน้นย้ำถึงสภาวะ "โลกเปลี่ยน งานเปลี่ยน" จากสภาพแวดล้อมที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ หากมองย้อนกลับไปในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จะเห็นภาพความผันผวนเร่งตัวผ่านการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีมากมาย เริ่มตั้งแต่กระแส Cryptocurrency, การมาถึงของ Smart Speaker, เทคโนโลยี AR/VR, เครือข่าย 5G, จุดเปลี่ยนสู่การทำงานออนไลน์ผ่าน Zoom ในช่วงวิกฤตโควิด-19, ยุคตื่นตัวของ Web3 และ NFT, การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV), การปฏิวัติวงการของ ChatGPT และ AI-Generated Content มาจนถึงเทรนด์ล่าสุดในปัจจุบันอย่าง Agentic AI
"ความท้าทายที่สำคัญในปัจจุบันคือ สภาวะตลาดแรงงานที่มีจำนวนการประกาศรับสมัครงานลดลงอย่างต่อเนื่อง และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการบุคลากรที่มีประสบการณ์แม้จะเป็นเด็กจบใหม่ก็ตาม ตลาดแรงงานในอนาคตจึงไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้อย่างแน่ชัดว่าจะมีเทคโนโลยีหรือรูปแบบงานใดเกิดขึ้น แต่นักศึกษาจำเป็นต้องพัฒนาตนเองให้พร้อมที่สุด เพื่อก้าวขึ้นไปเป็นคนส่วนน้อยที่ภาคธุรกิจเลือกเข้าทำงานผ่านเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ซึ่งผู้ที่เตรียมพร้อมอยู่เสมอจะไม่ต้องกังวลถึงจำนวนตำแหน่งงานที่ลดลงเลย" ดร.ดาริกา อธิบาย
อย่างไรก็ตาม โจทย์เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่มหาวิทยาลัยนำมาขับเคลื่อนจนเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม โดยบัณฑิต DPU รุ่นล่าสุดมีอัตราการได้งานทำสูงถึงร้อยละ 94 และมีนักศึกษากว่าร้อยละ 54 ที่ได้งานทำก่อนเรียนจบ โดยกลไกสำคัญที่สร้างโอกาสนี้คือ โครงการการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ร่วมกับการทำ MOU กับภาคธุรกิจ ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ลงมือทำงานจริงร่วมกับผู้ประกอบการตั้งแต่ชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4
ดร.ดาริกา ยังเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญในการหล่อหลอมนักศึกษาว่า มหาวิทยาลัยได้วางรากฐานผ่านโครงสร้างหลักสูตร DPU Core โดยชี้ให้เห็นว่า ทักษะที่เคยถูกเรียกว่า Soft Skills ในอดีตนั้น สำหรับนักศึกษา DPU ในปัจจุบัน "ไม่ใช่แค่ Soft Skills อีกต่อไปแล้ว" แต่คือทักษะหลักที่สำคัญมากจนถูกยกระดับให้เป็น Hard Skill ที่ทุกคนจำเป็นต้องมี โดยหล่อหลอมออกมาเป็นทักษะ 6 DNA ได้แก่ ความคิดแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Mindset), ความเข้าใจในธุรกิจและเทคโนโลยี (Business & Technology Fluency), การสื่อสาร (Communication), ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity), การแก้ปัญหา (Problem Solving) ตลอดจนความเข้าใจด้านความยั่งยืน (Sustainability) ที่มีผลกระทบต่อโลก
ที่สำคัญ ทักษะเหล่านี้มหาวิทยาลัยไม่ได้มองเป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่ได้นำทักษะ DNA เหล่านี้มาฝังไว้ในระบบการเรียนรู้และการวัดผลอย่างจริงจังและเข้มข้น โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่นักศึกษาต้องไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องเข้าใจลึกซึ้งว่า AI มีศักยภาพทำอะไรได้มากน้อยอย่างไร ซึ่งรวมถึงต้องรู้เท่าทันไปถึงข้อด้อยของ AI เพื่อให้สามารถเข้าไปควบคุมและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนจะนำทักษะทั้งหมดมาบูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาจริงในโปรเจกต์บูรณาการข้ามศาสตร์อย่าง Capstone Project ในช่วงชั้นปีที่ 3 เพื่อสร้างโปรไฟล์การทำงานที่โดดเด่นและพร้อมแข่งขันในตลาดแรงงานอนาคต
เพื่อสร้างเส้นทางความสำเร็จเฉพาะบุคคล มหาวิทยาลัยจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้นักศึกษาได้ค้นพบตนเองตั้งแต่จุดเริ่มต้น เพราะแม้จะเรียนอยู่ในคณะเดียวกัน แต่ละคนย่อมมีความถนัดและความสนใจเฉพาะตัว โดยมีศูนย์ Potentialigence Center เป็นกลไกสำคัญในการช่วยวิเคราะห์ ปลดล็อก และส่งเสริมศักยภาพรายบุคคล ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ Soft Skills ขั้นสูง การสร้างโปรไฟล์ และเตรียมความพร้อมสู่การสมัครงาน เพื่อให้นักศึกษาสามารถวางเส้นทางอาชีพของตนเองได้อย่างมั่นใจในรั้วมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ ดร.ดาริกา ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่า ตลอด 4 ปีในมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะได้รับโอกาสมากมายผ่านหลักสูตรและโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยพัฒนาความรู้ ทักษะ และศักยภาพ ในสภาพแวดล้อมที่เป็น "พื้นที่ปลอดภัย" สำหรับการเรียนรู้ การค้นหาตัวเอง และการลองผิดลองถูกจากประสบการณ์ที่หลากหลาย แม้จะเรียนในสาขาเดียวกัน แต่เมื่อสำเร็จการศึกษา โปรไฟล์ของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน เพราะสิ่งสำคัญคือการค้นพบจุดแข็งและความถนัดเฉพาะบุคคล มหาวิทยาลัยจึงพร้อมสนับสนุนให้นักศึกษาปลดล็อกศักยภาพและสร้างโปรไฟล์ที่ดีที่สุดของตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในโลกอนาคต ขณะเดียวกัน โอกาสในการศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของครอบครัวที่ลงทุนลงแรงและเสียสละไม่น้อย มหาวิทยาลัยจึงขอให้ทุกคนมุ่งมั่นและตั้งใจใช้ทุกโอกาสในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มกำลังและคุ้มค่าที่สุด เพื่อสร้างอนาคตที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
หลังจากนั้นเป็นช่วงเสวนาถ่ายทอดประสบการณ์จากศิษย์เก่า DPU ที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายแวดวงวิชาชีพมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจ อาทิ คุณทรงพล สุวรรณพงศ์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ศิษย์เก่าจากคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์, คุณชลชลิตา จิรศิลากูล นักทัณฑวิทยาปฏิบัติการ กรมราชทัณฑ์ ศิษย์เก่าจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์, คุณวีรชน วังกาวี ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีล เทค อินเตอร์เนชั่น จำกัด ศิษย์เก่าจากวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณลลิฉัตร์ ธนัทสิทธิ์เมธิน Stylist แบรนด์ Jo Malone London TH ศิษย์เก่าจากวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ และ คุณพิชญะ มาลากุล Senior Officer British Council ศิษย์เก่าจากคณะศิลปศาสตร์
พร้อมด้วย คุณธัญญารัตน์ สินหิรัญศศิธร ผู้บริหาร บริษัท เพรสทีจเวลท์ จำกัด ศิษย์เก่าจากวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี, คุณเจนนิสตรา สิริศรีเสริมวงศ์ Managing Director บริษัท GCGO Travel & Tour ศิษย์เก่าจากคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม, คุณวัศพล ไพศาลนิธิกุล พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ศิษย์เก่าจากวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน, คุณชิษณุพงศ์ เศิกศิริ Mister Star Thailand 2018 นักแสดง นายแบบ ศิษย์เก่าจากคณะนิเทศศาสตร์, คุณภัทร์พสิษฐ์ เมธาวัธน์ Creative and Visual Commerce Department Manager จาก King Power ศิษย์เก่าจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ และคุณสุกฤษฎิ์ จิตต์ชอบ เจ้าของบริษัท เคนจิ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ศิษย์เก่าจากวิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เทคโนโลยี มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การค้นพบตัวตนได้ตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้าเรียน โดยมีอาจารย์ เพื่อนร่วมเรียน พร้อมทั้งบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในมหาวิทยาลัยเป็นแรงผลักดันสำคัญในการจุดประกายความมุ่งมั่นอยู่เสมอ
นอกเหนือจากกิจกรรมเสริมสร้างแรงบันดาลใจและการเตรียมพร้อมในวันนี้ มหาวิทยาลัยยังได้เตรียมเปิดพื้นที่ตลาดแรงงานในกิจกรรม DPU Job Fair เพื่อให้นักศึกษาใหม่ทุกคนเข้าถึงแหล่งงาน พาร์ตไทม์ และ โปรเจกต์ฝึกงานกับองค์กรต่างๆ เพื่อฝึกฝนทักษะร่วมกับภาคธุรกิจพร้อมสร้างรายได้ควบคู่ไปกับการเรียน ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาทุกคนได้เติบโตและประสบความสำเร็จด้วยศักยภาพที่โดดเด่นเฉพาะตัวในแบบฉบับของตนเองอย่างแท้จริง


