xs
xsm
sm
md
lg

DPU จับมือ BOI อว. และ สอวช. เปิดหลักสูตร "ปรุงสุข" รุ่นที่ 4 ยกระดับทักษะบุคลากรไทย สร้างสรรค์เมนูสุขภาพยุคใหม่ตอบโจทย์สังคมสูงวัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีเปิดการอบรม “หลักสูตรปรุงสุข รุ่นที่ 4 สีม่วงแอนโทไซยานิน” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุม สนม สุทธิพิทักษ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยโครงการนี้อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะบุคลากรไทย (Skill Bridge) มุ่งเน้นการยกระดับทักษะบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ซึ่งในรุ่นนี้นับเป็นรุ่นปิดท้ายโครงการที่มีผู้ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีผู้เข้ารับการอบรมในรุ่นนี้กว่า 250 คน

ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า หลักสูตร “ปรุงสุข” เป็นหลักสูตรที่ส่งเสริมผู้ประกอบการอาหารที่ต้องการพัฒนาและออกแบบอาหารเพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ในอนาคต ซึ่งการมีอายุยืนยาวจะต้องมาพร้อมกับสุขภาพระยะยาวที่แข็งแรง (Healthspan) แนวทางการออกแบบอาหารสุขภาพในปัจจุบัน ไม่ได้มองแค่ “แคลอรีต่ำ” เท่านั้น แต่ต้องออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพระยะยาว (Healthspan) ความอร่อย (Flavor design) และเป้าหมายเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) อาหารสุขภาพสมัยใหม่กำลังเปลี่ยนจาก“กินให้อิ่ม” ไปสู่ “กินเพื่อป้องกันโรค”
 
เนื้อหาการอบรมในรุ่นที่ 4 นี้ ครอบคลุมความรู้เชิงลึก 4 โมดูลหลัก เริ่มตั้งแต่พื้นฐานวิทยาศาสตร์โภชนาการและแนวทางการบริโภคอาหารสำหรับโรคเรื้อรัง การคัดเลือกวัตถุดิบและอาหารฟังก์ชัน การออกแบบเมนูสำหรับผู้ป่วยกลุ่ม NCDs เช่น เบาหวานและความดัน โดยใช้เทคนิคการปรุงแบบลดโซเดียมและน้ำตาลแต่ยังคงความอร่อย ไปจนถึงกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารเพื่อสร้างแบรนด์เมนูสุขภาพบนสื่อดิจิทัล โดยผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ผ่านคลิปวิดีโอออนไลน์กว่า 160 คลิป ควบคู่ไปกับการบรรยาย-การลงมือปฏิบัติจริงในรูปแบบเวิร์กชอป 10 ครั้ง และกิจกรรมพิเศษ "ปรุงสุข Specials" เพื่อประยุกต์ใช้ความรู้ในเชิงธุรกิจอย่างยั่งยืน

ไฮไลต์สำคัญของหลักสูตรคือการแข่งขัน "KITCHEN STAGE HACKATHON" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยคัดเลือกทีมตัวแทนจากทั้ง 4 รุ่น จำนวน 50 ทีม มาประชันฝีมือปรุงอาหารต่อหน้าเชฟมืออาชีพ เพื่อคัดเลือกสุดยอด 30 เมนูสุขภาพที่จะได้รับการตีพิมพ์ในรูปแบบ Cookbook พร้อมชิงเงินรางวัลรวม 10,000 บาท นอกจากนี้ ความพิเศษของหลักสูตรยังอยู่ที่การส่งเสริมระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยผู้ที่เรียนจบตามเกณฑ์จะสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ 6 หน่วยกิตในระดับปริญญาตรี หรือเทียบโอนในระดับปริญญาโทตามเงื่อนไขของแต่ละหลักสูตรใน DPU

การบรรยายในช่วงแรกได้รับเกียรติจาก ดร.ศิริวรรณ จำเริญวิทยากุล จากคณะอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บรรยายในหัวข้อ "อนาคตแห่งโภชนาการ: เจาะลึกเทรนด์อาหารฟังก์ชันและอาหารเพื่อสุขภาพ" โดยได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ "อาหารฟังก์ชัน" (Functional Food) ที่ทำหน้าที่มากกว่าการให้สารอาหารพื้นฐาน แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรค ชะลอความเสื่อมของอวัยวะ และเสริมภูมิคุ้มกัน ท่ามกลางวิกฤตสุขภาพจากโรค NCDs และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดของไทย พร้อมทั้งเผยเทรนด์อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เช่น โปรตีนทางเลือกจากพืชและแมลง รวมถึงนวัตกรรมอาหารเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) ที่จะเข้ามาเปลี่ยนผ่านวิถีการกินจากการกินเพื่ออยู่ไปสู่การกินเพื่อวัตถุประสงค์ในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน
 
ช่วงบ่าย ทางด้าน นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ (หมอโอ๊ค) เจ้าของเพจ DoctorSixpack และ อาจารย์-วิทยากรพิเศษของ DPU ได้บรรยายในหัวข้อ "การออกแบบเมนูอาหารสุขภาพ: ปรับอาหาร ต้านโรค กินอย่างไรให้แข็งแรง ไร้พุง อายุยืน มีความสุข" โดยเน้นย้ำถึงหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) และการจัดการโภชนาการเพื่อพิชิต 4 ฆาตกรเงียบในวัยชรา พร้อมแนะนำการเลือกรับประทานอาหาร "เหรียญทอง" ที่เน้นพืชผัก ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนจากธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการเลี่ยงอาหารแปรรูปสูง (Ultra-Processed Food) ที่กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย นอกจากนี้ยังได้ให้สูตรอาหารสุขภาพเพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์เมนูที่ทั้งอร่อยและช่วยปรับสมดุลร่างกายให้ห่างไกลโรคอย่างเป็นรูปธรรม

หลักสูตรปรุงสุข รุ่นที่ 4 นี้ จึงไม่เป็นเพียงแค่การอบรมระยะสั้น แต่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการด้านอาหารสุขภาพที่จะนำความรู้ไปต่อยอดสร้างรายได้ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน ผ่านการผสมผสานศาสตร์แห่งโภชนาการ ศิลปะการปรุงอาหาร และนวัตกรรมการสื่อสารเข้าด้วยกันอย่างลงตัว