xs
xsm
sm
md
lg

DPU เปิด “Silpakam Art Playground” ปลดปล่อยศิลปะเยียวยาใจ เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ระบายอารมณ์ เสริมศักยภาพนักศึกษา เรียนรู้จริง และต่อยอดสู่โอกาสอาชีพในอนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ จัดกิจกรรม “Silpakam Art Playground ครั้งที่ 1” ภายใต้แนวคิด SPLASH YOUR FEELING ระหว่างวันที่ 28–29 เมษายน 2569 เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ทางศิลปะที่ส่งเสริมการเยียวยาจิตใจและปลดปล่อยศักยภาพของนักศึกษา ผ่านการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง โดยมี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดี สายงานกิจการนักศึกษา ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์ ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดี สายงานวิชาการ และ ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ รวมถึงคณาจารย์และนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ลานน้ำพุ อาคาร 5

ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดี สายงานกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การทดลอง และการแสดงออกอย่างอิสระ ภายใต้แนวคิดที่เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเข้าถึงศิลปะได้ โดยไม่ยึดติดกับกรอบว่าอะไร ถูกหรือผิด แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนกล้าคิด กล้าลอง และกล้าแสดงออก พร้อมพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการทำงานในอนาคต

“กิจกรรมนี้สะท้อนบทบาทของคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ภายในมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การก่อตั้งคณะเมื่อกว่า 20 ปีก่อน เพื่อเติมเต็มมิติด้านศิลปะและการแสดงออกของนักศึกษา ควบคู่กับการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา สามารถสร้างกิจกรรมและผลงานที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติ ส่งผลให้เกิดคุณค่าทั้งต่อผู้เรียน มหาวิทยาลัย รวมถึงชุมชนและสังคมในวงกว้าง” รองอธิการบดี สายงานกิจการนักศึกษา DPU กล่าว

นอกจากนี้ คณะศิลปกรรมศาสตร์ยังมีจุดเด่นในการ “ออกนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์” โดยสามารถนำความคิดไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นผลงานด้านศิลปะ การออกแบบ หรือโครงการที่เชื่อมโยงกับชุมชนและองค์กรต่าง ๆ กระบวนการเรียนรู้ลักษณะนี้ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจบริบทของการทำงานจริง เห็นโอกาสในการสร้างอาชีพ และสามารถพัฒนาผลงานให้มีมูลค่าเพิ่ม ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งสะท้อนบทบาทของศิลปะในฐานะเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนและสร้างสรรค์สังคมอย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการต่อยอดสู่กิจกรรมสร้างสรรค์ในอนาคต ที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับนักศึกษาและคณะ พร้อมทั้งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าพื้นที่ลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง ได้รับแรงบันดาลใจ ความสุข และประสบการณ์ที่มีคุณค่า สามารถต่อยอดในด้านการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ด้าน ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า แนวคิดของกิจกรรมนี้เกิดจากความตั้งใจในการสร้าง “พื้นที่ของศิลปะ” ให้กับนักศึกษา ไม่เฉพาะในคณะศิลปกรรมศาสตร์เท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคณะได้เข้ามามีส่วนร่วม ภายใต้บริบทของสังคมการเรียนรู้ในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเครียด ความกังวล โดยเฉพาะในช่วงการทำโปรเจกต์หรือการสอบ ศิลปะจึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการผ่อนคลาย เยียวยา และปลดล็อกความคิดของผู้เรียน

“กิจกรรมถูกออกแบบให้เป็น Art Playground ที่ไม่มีกรอบจำกัดความคิดสร้างสรรค์ โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วม “กล้ารู้สึก” และถ่ายทอดความรู้สึกผ่านงานศิลปะในรูปแบบที่เป็นตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมีทักษะด้านการวาดภาพหรือความสามารถเฉพาะทาง เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่กระบวนการค้นหาตัวตนและการแสดงออกอย่างอิสระ ซึ่งจะนำไปสู่การค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน” คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าว

ภายในงานแบ่งออกเป็นฐานกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้และความสนุก อาทิ โซน Art Feel! ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านงานศิลปะอย่างอิสระ โซน Art Splash! ที่เน้นการสาดสีเพื่อปลดปล่อยอารมณ์และความเครียด โซน Art Snap! สำหรับการเก็บภาพความทรงจำในบรรยากาศศิลปะ รวมถึงโซน Art & Craft! ที่นำผลงานจากการสร้างสรรค์ในงานมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์ได้

ผศ.กมลศิริ เพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังมีโซน Art Healing! ที่ร่วมกับ Potentialigence Center เพื่อออกแบบกิจกรรมเชิงจิตวิทยาและความคิดสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ทำความเข้าใจตนเองในมิติที่ลึกขึ้น ขณะเดียวกัน โซน Art Shop! ก็เปิดพื้นที่ให้เกิดการทดลองตลาดจริง ผ่านการจำหน่ายผลงานศิลปะและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของนักศึกษา

“กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างความสุขในระยะสั้น แต่ยังเป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้เรียนเห็นว่า “ศิลปะสามารถต่อยอดได้จริง” ทั้งในเชิงอาชีพและธุรกิจ โดยนักศึกษาจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การออกแบบแนวคิด การสร้างผลงาน การรับฟังฟีดแบ็กจากผู้เข้าร่วมงาน ไปจนถึงการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถจำหน่ายได้ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์สำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานจริง” คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าว

ส่วนของการพัฒนาศักยภาพ กิจกรรมนี้ยังช่วย “ปลดล็อกความเชื่อเดิม” ของผู้เรียนที่มองว่าศิลปะต้องอาศัยทักษะเฉพาะทาง แต่แท้จริงแล้วศิลปะสามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายรูปแบบ และทุกคนสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าในแบบของตนเองได้ โดยไม่จำกัดกรอบหรือรูปแบบ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกชั้นปีและทุกหลักสูตรภายในคณะมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน การออกแบบกิจกรรม ไปจนถึงการดำเนินงานจริง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และความภาคภูมิใจในบทบาทของตนเองในฐานะผู้สร้างสรรค์ที่สามารถส่งต่อคุณค่าของศิลปะสู่สังคมได้

ขณะที่ นางสาวศุภิสรา ระวังวงศ์ หรือ “น้องชาลอยด์” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 หลักสูตรการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ในฐานะพิธีกรของงาน กล่าวว่า กิจกรรม “Silpakam Art Playground: SPLASH YOUR FEELING” ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดที่ทำให้ศิลปะเข้าใกล้ผู้คนมากขึ้น ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแสดงผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 บูธ Art & Craft จากนักศึกษาชั้นปีที่ 2 และปีที่ 4 การจำหน่ายผลงานสร้างสรรค์ และโซนกิจกรรมที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำจริง โดยมีเป้าหมายเพื่อชวนให้ทุกคนได้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างสร้างสรรค์ และปรับมุมมองต่อศิลปะจากสิ่งที่ดูยากหรือไกลตัว ให้กลายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความรู้สึกและตัวตนได้อย่างอิสระ

ในส่วนของไฮไลต์ นางสาวศุภิสรา ระบุว่า โซน “สาดสี” หรือ Art Splash! และโซน Art Feel! กิจกรรมวาดคาแรกเตอร์ใบหน้าได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะผู้เข้าร่วมได้ปลดปล่อยความรู้สึกผ่านสีสันและรูปแบบที่เป็นตัวเอง ภายใต้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและไม่ตัดสินผลงานว่า “ถูก” หรือ “ผิด” ช่วยจุดประกายให้ทุกคนค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ (Unlocking Potential) เกิดความรักและภาคภูมิใจในตัวเอง (Self-love) ผ่านการมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้น ผ่านผลงานที่ไม่มีคำว่า "ผิด" หรือ "ไม่สวย" ซึ่งถือเป็นเกราะคุ้มกันทางจิตใจที่ยั่งยืน ช่วยให้สามารถกลับไปเผชิญกับโลกภายนอกได้อย่างมั่นคงและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ

นางสาวศุภิสรา กล่าวทิ้งท้ายว่า กิจกรรมนี้เกิดจากความร่วมมือของนักศึกษาทุกหลักสูตรในคณะ ที่ร่วมกันตั้งแต่การคิด ออกแบบ ไปจนถึงการจัดงานจริง ภายใต้การสนับสนุนของอาจารย์ ทำให้เกิดพื้นที่ที่ผสานทั้งการแสดงผลงานและประสบการณ์ร่วม พร้อมช่วยให้คณะศิลปกรรมศาสตร์เป็นที่รู้จักมากขึ้น และทำให้ผู้คนได้เห็นตัวตน แนวคิด และศักยภาพของนักศึกษาอย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นประสบการณ์สำคัญที่สามารถต่อยอดสู่การเรียนและการทำงานในอนาคตได้อย่างมีคุณค่า