มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยคณะนิเทศศาสตร์ จัดกิจกรรม “Nitade Showtential Festival” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอศักยภาพของนักศึกษาในทุกมิติ ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริงและการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์ ผศ.ดร. ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดี สายงานกิจการนักศึกษา ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดี สายงานวิชาการ รวมถึงผู้บริหารคณาจารย์ นักศึกษา จากคณะนิเทศศาสตร์ นักเรียนมัธยมปลายจากทั่วประเทศ ผู้ปกครอง ฯลฯ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
โอกาสนี้ ผศ.ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ กล่าวรายงาน หลังจากนั้น ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์ กล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำวิสัยทัศน์ของคณะในการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถค้นพบศักยภาพของตนเอง และต่อยอดความสามารถสู่การสร้างรายได้ได้ตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมสุทธิเกตุ อาคาร 7 ชั้น 1 และบริเวณเวทีกลางแจ้ง (Main Stage) อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับรูปแบบการจัดแสดงผลงานของนักศึกษา จากเดิมที่กระจายอยู่ในหลายกิจกรรมตลอดทั้งปี มาสู่การรวบรวมเป็น “ภาพใหญ่” ในวันเดียว เพื่อให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับพันธมิตรภาคธุรกิจ ซึ่งเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การกำหนดโจทย์ การสนับสนุนทรัพยากร ไปจนถึงการร่วมประเมินผลงาน พร้อมมอบรางวัลและข้อเสนอแนะเชิงวิชาชีพให้กับนักศึกษาโดยตรง
หัวใจสำคัญของงานอยู่ที่การออกแบบ “16 เวที” ซึ่งเกิดจากการบูรณาการ 4 หลักสูตรกับ 4 ชั้นปี เพื่อให้ผู้เรียนทุกชั้นปีมีโอกาสนำเสนอผลงานในวิชาที่เรียนจริง โดยกำหนดให้ทุกหลักสูตรต้องจัดกิจกรรมร่วมกับพันธมิตรภายนอกที่ทำงานด้วยกันอย่างเข้มข้น ในคลาสเรียนของ คณะนิเทศศาสตร์ DPU อย่างน้อยหลักสูตรละ 4 องค์กร เพื่อสร้างสถานการณ์จำลองเสมือนการทำงานจริงในอุตสาหกรรม พร้อมคำแนะนำต่อผลงานของนักศึกษา ซึ่งมาจากภาคธุรกิจโดยตรง ในงานดังกล่าวนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ทุกชั้นปีได้มีส่วนร่วมและได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มรูปแบบในทุกมิติ
ในช่วงกิจกรรมภาคเช้า ภายในห้องประชุมสุทธิเกตุได้มีการนำเสนอผลงานของนักศึกษาตลอดทั้งวัน เริ่มตั้งแต่การแสดงศักยภาพของสายการสื่อสารแบรนด์ สายคอนเทนต์ สายอินฟลูเอนเซอร์ และสายมีเดียโปรดักชัน สายการแสดง ไปจนถึงสายภาพยนตร์ และสายการสร้างสรรค์อีเวนต์และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งเป็นหลักสูตรใหม่ของคณะที่เปิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์การเติบโตของอุตสาหกรรมอีเวนต์ในปัจจุบัน โดยเน้นการออกแบบประสบการณ์ (Experience Design) ที่สร้างความจดจำให้กับผู้เข้าร่วมงาน มากกว่าการจัดกิจกรรมในรูปแบบดั้งเดิม
นอกจากการแสดงผลงานของนักศึกษาแล้ว ภายในงานยังมีการจัดบูทนิทรรศการจากทั้ง 5 หลักสูตร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกระบวนการเรียนรู้และผลงานจริงอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาและสายอาชีพเข้าร่วมการแข่งขันในหลากหลายรูปแบบ เช่น การประกวดภาพยนตร์สั้น การแข่งขันคอนเทนต์ครีเอเตอร์ การประกวดอินฟลูเอนเซอร์ การแข่งขัน Music Fest และการแข่งขัน Cover Dance ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดดำเนินการโดยนักศึกษาเองภายใต้การดูแลของคณาจารย์ แสดงถึงการเรียนรู้แบบ “Learning by Doing” อย่างแท้จริง
ในช่วงบ่ายของกิจกรรมมีการมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติให้กับพันธมิตรและองค์กรที่ให้การสนับสนุนการเรียนการสอนของคณะนิเทศศาสตร์ เพื่อแสดงถึงความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กิจกรรมในช่วงเย็นและค่ำ บริเวณเวทีกลางแจ้งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่การเปิด Night Market การแสดงพิเศษของนักศึกษาสายการแสดง การประกาศรางวัลจากเวทีการแข่งขันระดับเยาวชน อาทิ High School Influencer Stars Season 2 และ Short Film Contest รวมถึงการแข่งขัน Cover Dance Season 3 และ Music Fest Nitade DPU ซึ่งเป็นรอบชิงชนะเลิศที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก ก่อนปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินวง DEPT เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายภายนอกให้เข้ามาสัมผัสผลงานของนักศึกษาอย่างใกล้ชิด
อีกหนึ่งมิติสำคัญของงานคือการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดงานจริง โดยกำหนดให้ร้อยละ 25 ของนักศึกษาทั้งคณะทำหน้าที่เป็นทีมงาน ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ตั้งแต่การวางแผน การประสานงาน การผลิตสื่อ ไปจนถึงการบริหารจัดการเวที ซึ่งเป็นการเสริมสร้างทักษะวิชาชีพควบคู่ไปกับการเรียนในห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม
คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ กล่าวว่า การจัดงานในลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมครั้งเดียว แต่เป็นการสรุปผลการเรียนรู้ตลอดทั้งปีการศึกษา โดยรวบรวมผลงานที่เกิดขึ้นจริงจากการทำงานกับพันธมิตรมาแสดงในเวทีเดียว เพื่อให้ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ประกอบการ ได้เห็นภาพชัดเจนว่า “การเรียนที่นี่” สามารถต่อยอดไปสู่การทำงานจริงและการสร้างรายได้ได้อย่างไร
ด้านอาจารย์ชัชวรินทร์ พูลสวัสดิ์ หัวหน้าหลักสูตรการสร้างสรรค์อีเวนต์และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ภายในงานมีการนำเสนอผลงานของนักศึกษาทั้งหมด 5 หลักสูตร โดยในปีนี้ได้เปิดตัว “หลักสูตรการสร้างสรรค์อีเวนต์และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง” ซึ่งเป็นหลักสูตรใหม่ของคณะ พร้อมสร้างความร่วมมือแบบ Exclusive เฉพาะห้องเรียนของนิเทศ DPU เท่านั้นกับภาคอุตสาหกรรมจากหลากหลายองค์กรเพื่อร่วมพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม โดยนักศึกษาแต่ละหลักสูตรได้นำผลงานที่เกิดจากการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจมาจัดแสดง สะท้อนศักยภาพการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง
“ในส่วนของหลักสูตรภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล นักศึกษาได้นำเสนอผลงานที่พัฒนาจากการทำงานร่วมกับองค์กรและแบรนด์ เช่น Workpoint - Cool the Earth, Happy Munchy, บริษัทอัศวินภาพยนตร์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), Thai PBS, กรุงเทพมหานคร และ Major Cineplex โดยเป็นผลงานทั้งในรูปแบบภาพยนตร์โฆษณา คลิปสั้น และการเขียนบท ซึ่งสะท้อนกระบวนการทำงานจริงตั้งแต่การรับโจทย์ การพัฒนาแนวคิด ไปจนถึงการผลิตผลงานอย่างเป็นระบบ” หัวหน้าหลักสูตรการสร้างสรรค์อีเวนต์และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง คณะนิเทศศาสตร์ DPU กล่าว
ขณะเดียวกัน หลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ ได้คัดเลือกผลงานตัวแทนปีละ 1 ผลงาน โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ร่วมงานกับ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ชั้นปีที่ 2 ร่วมกับ บริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด (Boxx Music) ส่วนชั้นปีที่ 3 ได้นำผลงานจากโจทย์จริงของพาร์ตเนอร์ อาทิ บริษัทอัศวินภาพยนตร์, แพลตฟอร์ม ArokaGO และ LINE MAN มาจัดแสดง โดยผลงานที่โดดเด่นได้รับรางวัลและเผยแพร่บนแพลตฟอร์มจริง ขณะที่ชั้นปีที่ 4 นำเสนอผลงานผ่านช่องทางของ บริษัท บีบีทีวี นิว มีเดีย จำกัด ซึ่งช่วยต่อยอดสู่การทำงานในระดับอาชีพ
สำหรับหลักสูตรการสื่อสารการแสดงดิจิทัล และหลักสูตรสื่อสารการตลาดดิจิทัล นักศึกษาได้นำเสนอผลงานที่พัฒนาร่วมกับพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น I-CONNIQ HOUSE Entertainment Multiplex, DP Dance Studio, Bare in Mind Production, Action House, Yell Advertising Bangkok, บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด, บริษัท โพสเซฟี่ กรุ๊ป จำกัด และ MR.DIY โดยผลงานครอบคลุมตั้งแต่การแสดง การผลิตสื่อ ไปจนถึงการวางกลยุทธ์แบรนด์ การสร้างคอนเทนต์เพื่อสื่อสารแบรนด์ และการวิเคราะห์ผลลัพธ์ สะท้อนกระบวนการเรียนรู้แบบครบวงจรและศักยภาพของนักศึกษาที่สามารถทำงานร่วมกับภาคธุรกิจได้จริง
ขณะที่นักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตรการสื่อสารการแสดงดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) “ซาบิ” หรือนายณัฐวุฒิ สงกา เปิดเผยถึงบทบาทการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม “นิเทศโชว์เทนเชียล” ว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา ตนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานกิจกรรมสำคัญของคณะ โดยเฉพาะในวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกิจกรรมการประกวด เช่น การประกวด Cover Dance Season3 และการประกวด Music Fest Nitade DPU รวมถึงการประสานงานและบริหารจัดการงานในภาพรวม ก่อนต่อยอดมาสู่กิจกรรม “นิเทศโชว์เทนเชียล” ในวันที่ 27 เมษายนนี้ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของนักศึกษา ทั้งในรูปแบบการประกาศรางวัล การนำเสนอผลงาน และการเปิดพื้นที่ให้พันธมิตรภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมผ่านบูธและการมอบโจทย์การทำงานจริง
สำหรับบทบาทในวันจัดงาน นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ได้รับหน้าที่ดูแลด้านการผลิตคอนเทนต์ของคณะนิเทศศาสตร์ โดยลงพื้นที่สัมภาษณ์ทั้งนักศึกษา ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงศิลปินที่เข้าร่วมแสดง เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศและเรื่องราวของงานผ่านสื่อดิจิทัล ที่นักศึกษาได้ลงมือทำจริงในทุกขั้นตอน
นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงประสบการณ์การเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ว่า ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตคอนเทนต์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาทักษะในระดับที่สูงขึ้น หรือการเป็น “Beyond Content Creator” ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานและต่อยอดสู่การสร้างรายได้ได้ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 โดยตนเองมีประสบการณ์ทำงานจริงในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ การดูแลสื่อโซเชียลมีเดีย การร่วมงานกับบริษัทเอกชน ตลอดจนการทำงานร่วมกับโปรดักชันซีรีส์และการดูแลศิลปินในกองถ่าย ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการที่ผลงานของนักศึกษาได้รับการยอมรับจากภายนอก
ในมุมมองต่อการจัดกิจกรรมครั้งนี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตรการสื่อสารการแสดงดิจิทัล มองว่าเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของคณะและผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาอย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงผลงาน เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และสามารถนำทักษะที่ได้ไปต่อยอดสู่การทำงานในอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม สำหรับการประกวด Short Film Contest ภายใต้หัวข้อ “Infinite Connection : ความสัมพันธ์ไม่สิ้นสุด” ซึ่งจัดโดยหลักสูตรภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ถ่ายทอดแนวคิดและมุมมองผ่านภาพยนตร์สั้น โดยผสานการใช้เทคโนโลยี AI ในการเล่าเรื่องอย่างสร้างสรรค์ ผลปรากฏว่า ทีม Wallflowers คว้ารางวัลชนะเลิศ รองลงมาคือ ทีม BC STUDIO ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และทีม ลองกอง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 พร้อมด้วยรางวัลชมเชยอีก 5 ทีม ได้แก่ Dek Gen z 100%, เทพซ่า888, ชัดเจนในเลนส์เรา, Story Film และ 17y (on-line)
ในส่วนของโครงการ High School Influencer Stars Season 2 แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ Star Award น้องเพลง - ฐิติชญา สุขเพ็ชร์จะนี โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์, น้องต้นเทียน - ทิพย์อัปสร ใจบุญสวัสดิ์ โรงเรียนศึกษานารี, น้องทอฝัน - ทอฝัน กังฮา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี, น้องจิดาภา วสุวัตรศรสกุล & ภูริวิทย์ นวลแดง โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จันทบุรี ประเภท Rising Star Award น้องทิพย์ - สุธาทิพย์ ธีรทองดี,โรงเรียนนวลนรดิศวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก,น้องเนปจูน - พิชามญชุ์ ธีรพิบูลย์เดช โรงเรียนชลกันยานุกูล และ น้องบีเอ็ม - ชนาธิป อุ่มภู โรงเรียนฐานปัญญา
การประกวด Content Creator Challenge ภายใต้หัวข้อ “สกิลของแก๊งเรา Show Your Talent, Share Your Happiness” รางวัลชนะเลิศ ทีม Toxic Film,รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม CNSC 68,รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม ยศวดี, รางวัลชมเชย ทีม 1234 6-79 และ รางวัล Popular Vote ทีม CNSC 68
ขณะเดียวกัน การแข่งขัน NITADE DPU COVER DANCE “เต้นล่าฝัน สนั่นมอ Season 3” ซึ่งจัดโดยหลักสูตรการสื่อสารการแสดงดิจิทัล ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมจำนวนมาก โดยรางวัลชนะเลิศประเภท THE ULTIMATE SOLAR : CLASH (รุ่นมัธยม) ได้แก่ ทีม D-passion ส่วนรุ่นทั่วไป ทีม RCDX Gene คว้ารางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม DxG และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม DXT All Starssss ด้านรุ่นมัธยม ทีม D-passion คว้ารางวัลชนะเลิศ รองลงมาคือ ทีม Trixie และทีม Chilli cheesie ตามลำดับ โดยทีม Chilli cheesie ยังได้รับรางวัล Best Let’s Me Shine Challenge อีกหนึ่งรางวัล
ในส่วนของเวที MUSIC FEST NITADE DPU ภายใต้แนวคิด “ปลุกจังหวะที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบ” ซึ่งจัดโดยหลักสูตรการสร้างสรรค์อีเวนต์และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง เป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถด้านดนตรีได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยวง ข้าวหน้าเป็ด คว้ารางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วง More Garden และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วง Maximyze ขณะที่รางวัลพิเศษตกเป็นของวง The GeezBuns และรางวัล Best Social Media ได้แก่ วง Bannok


