คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดี อาจารย์กิรติ ศรีสุชาติ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และผู้ช่วยศาสตราจารย์กมลวรรณ พัชรพรพิพัฒน์ สารสุข หัวหน้าหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ให้การต้อนรับ Mr. Kenichi Kakui ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มสนับสนุนประสบการณ์ด้าน Inking Experience Support Group หน่วยงาน Creative Experience ประจำญี่ปุ่น ไต้หวัน และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมชมห้อง Wacom Living Lab ซึ่งเป็นพื้นที่จัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่นักศึกษาได้ทำเวิร์กช็อปจริง พร้อมทั้งเยี่ยมชมห้องศิลปกรรมโชว์เคส ซึ่งจัดแสดงผลงานของนักศึกษา เพื่อสะท้อนศักยภาพสู่สายตาภายนอก
อาจารย์กิรติ ศรีสุชาติ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า การที่ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทด้านเทคโนโลยีสร้างสรรค์จากประเทศญี่ปุ่นเดินทางมาเยี่ยมชมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ DPU ภายใต้การนำของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี ที่ให้ความสำคัญกับห้อง Wacom Living Lab เพื่อเป็นศูนย์การเรียนและฝึกอบรม (Training Center) ด้านการใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์ โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมฝึกอบรมและเวิร์กช็อปร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Wacom ทั้งในการจัดกิจกรรม ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม และแนวทางการออกประกาศนียบัตรที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น
“ความร่วมมือดังกล่าวช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้กับนักศึกษา เนื่องจากอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือระดับมืออาชีพ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การทำงานจริงได้ทันที นักศึกษาไม่จำเป็นต้องรอให้สำเร็จการศึกษา แต่สามารถรับงานหรือสร้างผลงานในเชิงอาชีพได้ตั้งแต่ระหว่างเรียน ขณะเดียวกันยังช่วยเปิดโอกาสให้คณะได้เชื่อมโยงกับเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมงานแฟร์ การสร้างพันธมิตรใหม่ หรือการเรียนรู้แนวโน้มของตลาด ซึ่งนำกลับมาพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็ว” รองคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว
สำหรับห้อง Wacom Living Lab อาจารย์กิรติ อธิบายว่า ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับทักษะของนักศึกษา เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้อุปกรณ์จริงที่ใช้ในอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ได้หลากหลาย และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานศิลปะ แต่ยังครอบคลุมถึงสาขาอื่น เช่น การแพทย์ วิศวกรรม และงานออกแบบเชิงอุตสาหกรรม นอกจากนี้คณะยังเปิดพื้นที่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาเรียนรู้ผ่านการจัดอบรมในช่วงวันหยุด ซึ่งนอกจากจะเป็นการบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังช่วยสร้างการรับรู้และยกระดับบทบาทของคณะในวงการวิชาชีพ จนได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ
รองคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตมีแผนต่อยอดความร่วมมือทั้งในรูปแบบการจัดอบรมเคลื่อนที่ (Mobile Training) เพื่อขยายโอกาสสู่ภูมิภาค รวมถึงการพัฒนาโครงการ Artist Talk เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากศิลปินตัวจริงในอุตสาหกรรม โดยเน้นให้เห็นเส้นทางอาชีพอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การสร้างตัวตน การวางแผนธุรกิจ ไปจนถึงการต่อยอดผลงานสู่สินค้าและการตลาด เพื่อให้นักศึกษามองเห็นภาพของการเป็น “ศิลปินมืออาชีพ” ที่ต้องมีทั้งความคิดสร้างสรรค์และทักษะการบริหารจัดการควบคู่กัน
ด้าน Mr. Kenichi Kakui ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มสนับสนุนประสบการณ์ด้าน Inking Experience Support Group หน่วยงาน Creative Experience ประจำภูมิภาคญี่ปุ่น ไต้หวัน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า องค์กรให้ความสำคัญกับบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลและอุปกรณ์สร้างสรรค์ในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในภาคการศึกษา จึงเดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมอบรมและอีเวนต์ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ และในปีนี้มีแผนขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมตลอดทั้งปี ผ่านการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป และจัดสัมมนาต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง และพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับการทำงานในอนาคต
“การเดินทางมาเยี่ยมชมในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อศึกษารูปแบบการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยไทย ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในห้องเรียนอย่างเข้มข้น โดยผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศการเรียนรู้จริง ทั้งการสังเกตการเรียนการสอนในชั้นเรียน การเข้าร่วมเวิร์กช็อปของนักศึกษา และการเรียนรู้จุดเด่นของหลักสูตรที่เน้นการลงมือปฏิบัติควบคู่กับการใช้เครื่องมือสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ” Mr. Kenichi Kakui กล่าว
ภายหลังการเยี่ยมชม พบว่านักศึกษาสามารถสร้างผลงานได้ในระดับคุณภาพสูง แม้จะเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 โดยเฉพาะผลงานด้านการออกแบบคาแร็กเตอร์ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษาไทยในการพัฒนาสู่ระดับมืออาชีพ และสามารถต่อยอดสู่เวทีนานาชาติได้ในอนาคต ขณะเดียวกันยังมองเห็นว่านักศึกษาไทยมีผลงานโดดเด่นในเวทีการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงในประเทศญี่ปุ่น
สำหรับทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป จะพัฒนาไปสู่การทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาและองค์กรจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการหารือเพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เช่น การแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ การขยายห้องเรียนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และการพัฒนาระบบการรับรองหรือการออกประกาศนียบัตรร่วมกับมหาวิทยาลัย เพื่อยกระดับการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานวิชาชีพในระดับสากลต่อไป


