มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยสายงานกิจการนักศึกษา และสายงานทรัพยากรส่วนบุคคล จัดกิจกรรม “สงกรานต์ @DPU” ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 9–10 เมษายน 2569 ภายใต้ธีม “ห่มสไบ ใส่ยีนส์” เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาไทยและนักศึกษานานาชาติได้มีส่วนร่วมสืบสานประเพณีไทย ควบคู่กับความสนุกสนานในการประยุกต์วัฒนธรรมร่วมสมัย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระพุทธรูป พร้อมด้วย ผศ.ดร. พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ ผศ.ดร. ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ อาจารย์พิไลพรรณ นวานุช รองอธิการบดีสายงานทรัพยากรบุคคล ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา ตลอดจนผู้บริหาร คณบดี คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ศาลาธรรมธัช และ บริเวณโดยรอบ DPU
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายความเป็นไทย เริ่มต้นด้วยขบวนนางสงกรานต์และการแสดงจากชมรมศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่พิธีสรงน้ำพระพุทธรูปและกิจกรรมรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ตามประเพณีไทย ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศผ่านบูธชิมขนมไทย เครื่องดื่มสมุนไพร และบูธถ่ายภาพในธีมห่มสไบ ใส่ยีนส์ กับดอกบัวช่อสวย ๆ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความเคารพ ความผูกพัน และความเป็นหนึ่งเดียวของชาว DPU
ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวในโอกาสเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ไทยว่า เนื่องในกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ของมหาวิทยาลัย โดยแม้ในยามนี้จะมีสถานการณ์ความท้าทายทั้งในระดับประเทศและระดับโลกที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานของทุกภาคส่วน แต่ท่ามกลางเรื่องดังกล่าว สิ่งสำคัญที่ควรยึดมั่นคือ “กำลังใจ” และความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด
ดร.ดาริกา กล่าวว่า บุคลากรของมหาวิทยาลัยทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสายวิชาการหรือสายสนับสนุนมีบทบาทร่วมกันในการ “สร้างคน” ซึ่งเป็นภารกิจหลักของสถาบัน โดยการดำเนินงานครอบคลุมทั้งการพัฒนางานวิจัยควบคู่กับการดูแลและพัฒนานักศึกษาอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถก้าวสู่โลกภายนอกได้อย่างมีคุณภาพ การผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพและพร้อมทำงานจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้มหาวิทยาลัยเติบโตได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน คณาจารย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องยังมีบทบาทในการดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต
ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิการบดี DPU ยังได้กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ขอให้บุคลากร นักศึกษา และครอบครัวทุกคนประสบความสุข ความสำเร็จ มีสุขภาพแข็งแรง และมีกำลังใจในการก้าวผ่านทุกความท้าทาย พร้อมเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีในระยะเวลาอันใกล้
ด้าน ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดี สายงานกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า การจัดงานสงกรานต์ของ DPU ในปีนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการสร้างพื้นที่กลางให้คนหลากหลายเชื้อชาติและสัญชาติภายในมหาวิทยาลัยได้มาพบปะ ทำกิจกรรม และเรียนรู้ร่วมกัน เนื่องจาก DPU มีนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก การออกแบบงานจึงให้ความสำคัญทั้งการสืบสานประเพณีไทยควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงได้ สนุก และนำไปบอกต่อได้
สำหรับแนวคิดของงานสงกรานต์ในปีนี้ เป็นการหยิบกลิ่นอายความเป็นไทยมาผสมผสานกับกระแสความร่วมสมัยที่คนรุ่นใหม่กำลังให้ความสนใจ เพื่อให้ประเพณีไทยไม่ถูกมองว่า เป็นเรื่องไกลตัวหรือยึดติดอยู่กับรูปแบบเดิม แต่สามารถถูกตีความใหม่และประยุกต์เข้ากับชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์ โดยธีมที่นำมาใช้เป็นภาพแทนของงาน ได้แก่ การแต่งกายสไตล์ “ห่มสไบ ใส่ยีนส์” ซึ่งสะท้อนการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับความทันสมัยอย่างลงตัว รวมถึงการใช้ “ดอกบัว” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความหมายในเชิงวัฒนธรรมและศาสนา มาเป็นองค์ประกอบสำคัญของการตกแต่งและการถ่ายภาพในงาน โดยชมรมวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยได้ร่วมกันประดิษฐ์ดอกบัวพับอย่างสวยงามเพื่อสร้างบรรยากาศเฉพาะตัวให้กับกิจกรรมครั้งนี้
“กิจกรรมในวันที่ 9 เมษายน เน้นบรรยากาศแห่งความสนุกสนานและการมีส่วนร่วมของนักศึกษาทั้งชาวไทยและนานาชาติ โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีสรงน้ำพระ กิจกรรมถ่ายภาพในธีมไทยร่วมสมัย และมุมถ่ายภาพกับดอกบัวที่ออกให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและสอดคล้องกับยุคสมัย ขณะเดียวกัน ในช่วงเย็นยังมีไฮไลต์สำคัญคือการจัด “หนังกลางแปลง” ทั้งหนังสั้นผลงานนักศึกษา และ ภาพยนตร์ที่ศิษย์เก่าเป็นนักแสดงนำ ในบรรยากาศแบบเทศกาล ที่แตกต่างจากหนังกลางแปลงในรูปแบบดั้งเดิม โดยใช้จอดิจิทัลที่ให้ภาพคมชัด ณ บริเวณหน้าหอสมุด ซึ่งมีลักษณะเป็นขั้นบันไดเอื้อต่อการรับชม ให้ความรู้สึกเสมือนโรงภาพยนตร์กลางแจ้ง พร้อมการตกแต่งแสงสีเพื่อสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและเหมาะแก่การสร้างความทรงจำร่วมกัน” รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา DPU กล่าว
ภาพยนตร์ที่นำมาฉายมี ปอนด์ คุณพัทธ์ พิเชษฐ์วรวุฒิ ศิษย์เก่าคณะนิเทศศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยร่วมแสดง จึงได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พูดคุยกับนักแสดงอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล นำผลงานภาพยนตร์สั้นของนักศึกษามาร่วมฉายอีก 2 เรื่อง ส่งผลให้กิจกรรมดังกล่าวกลายเป็นเวทีนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ของผู้เรียน และเปิดมุมมองให้ผู้ชมได้เข้าใจการทำงานของวงการภาพยนตร์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ภายในงานยังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษานำสินค้ามาจำหน่ายในรูปแบบตลาดขนาดย่อม เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และป๊อปคอร์น ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเพลิดเพลินกับทั้งการรับชมภาพยนตร์และกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างใกล้ชิดและเข้าถึงง่าย
ส่วนกิจกรรมในวันที่ 10 เมษายน โฟกัสความสนุกสนานตามขนบธรรมเนียมไทย บริเวณศาลาธรรมธัช ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐาน โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระ และอวยพรเนื่องในโอกาสปีใหม่ไทย พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบุคลากรได้ร่วมพิธีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ในรูปแบบที่ประยุกต์ให้ร่วมสมัย และเหมาะสมกับบริบทของมหาวิทยาลัย ผ่านการใช้ “น้ำอบไทย” หรือน้ำหอมไทย พรมน้ำที่มือแทนการใช้น้ำในปริมาณมาก เพื่อรักษาแก่นของประเพณีไทยไว้ สะท้อนภาพลักษณ์ของงานที่สุภาพ สวยงาม และร่วมสมัย ภายในงานยังมีการจัดเตรียมขนมไทยและเครื่องดื่มไทยไว้บริการแก่ผู้เข้าร่วม อาทิ ขนมเบื้อง ลูกชุบ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น ตลอดจนเครื่องดื่มอย่างน้ำอัญชันมะนาวและน้ำใบเตยอีกด้วย
รองอธิการบดี สายงานกิจการนักศึกษา DPU ยังเน้นย้ำว่า กิจกรรมสงกรานต์ครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาทั้ง “เบื้องหน้า” และ “เบื้องหลัง” โดยเฉพาะนักศึกษาที่มีส่วนร่วมในการจัดงาน ซึ่งจะได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่การวางแนวคิด การออกแบบกิจกรรม การจัดตกแต่งสถานที่ การวางพิธีการ การประสานงาน ไปจนถึงการจัดอีเวนต์ในรูปแบบไทยประยุกต์ ซึ่งถือเป็นรูปแบบการจัดงานที่สอดรับกับแนวโน้มของสังคมปัจจุบัน ขณะเดียวกันนักศึกษาจากชมรมต่าง ๆ ยังได้ร่วมแสดงศักยภาพ อาทิ ชมรมถ่ายภาพที่เข้ามาช่วยบริการถ่ายภาพและพิมพ์ภาพให้ผู้ร่วมงาน ชมรมวัฒนธรรมจัดเตรียมชุดไทยและองค์ประกอบทางศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ตลอดจนกลุ่มนักศึกษาที่ร่วมขบวนเดินแบบไทย การฟ้อนรำ และการแสดงนาฏศิลป์ไทย เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชื่นชมอย่างเต็มที่
“อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ มหาวิทยาลัยมองการออกร้านของนักศึกษาในฐานะพื้นที่การเรียนรู้ด้านการประกอบการ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกคิดตั้งแต่การคำนวณต้นทุน การตั้งราคา การบริหารกำไร ไปจนถึงการสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกับความสุขของผู้ร่วมงาน แนวคิดดังกล่าวเป็นการปลูกฝังมุมมองการทำงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคม และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มหาวิทยาลัยมุ่งผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในหมู่นักศึกษา” รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา DPU กล่าว
ในโอกาสปีใหม่ไทย ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ยังได้ฝากคำอวยพรถึงนักศึกษาและบุคลากรทุกคนว่า ปัจจุบันต้องเจอวิกฤตในหลายด้าน แต่คนไทยยังสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ไปได้ด้วยการเรียนรู้ การปรับตัว และการมองไปข้างหน้าด้วยความหวัง จึงขอให้ทุกคนถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมา มาใช้เป็นพลังในการเริ่มต้นปีใหม่ไทยได้อย่างเข้มแข็ง และก้าวไปกับโลกยุคใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ


