มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดย โรงพยาบาลดีพียู (DPU Hospital) ลงนามความร่วมมือกับ 13 บริษัทพันธมิตร เพื่อ “เตรียมความพร้อม” และเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การวิจัย พร้อมเสริมสร้างการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและบุคลากรด้านสุขภาพ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จริง มุ่งพัฒนาโมเดลโรงพยาบาลเวลเนสต้นแบบ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยในอนาคต ที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health), เวลเนส (Wellness) และความงาม (Beauty) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ และรองอธิการบดีสายงานวิจัยและพัฒนา, ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีสายงานวิชาการ ด้านพัฒนาธุรกิจ และ ผศ.ดร.นพ. มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ ตลอดจนคณบดี ผู้บริหาร และผู้แทนจากทั้ง 13 บริษัทพันธมิตร
การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการ “เตรียมความพร้อมร่วมกัน” ระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมทั้ง 13 บริษัท ที่เข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ ประกอบด้วย บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน), บริษัท ดร. ที เบ็ทเทอร์ไลฟ์ จำกัด, บริษัท Inspire Eternity จำกัด, บริษัท อินโหมด (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท พารากอนแคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท วอนเทค เอเชีย จำกัด, บริษัท Optima Aesthetic จำกัด, บริษัท เลเซอร์เอนจิเนียร์ จำกัด, บริษัท เจบี ครีเอท จำกัด, บริษัท อินโนเบล เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท เมดิทอป จำกัด, บริษัท แอดวานซ์ เมดดิเคิล ซิสเทิม จำกัด, และ คลินิกทันตกรรมฮาชิ เดนทัล และบางกอกวีเนียร์แลป
โดยความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของระบบบริการสุขภาพยุคใหม่ โดยบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา บุคลากร และผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ ให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพและความต้องการของสถานพยาบาล ควบคู่กับการส่งเสริมการวิจัยในสาขาการแพทย์ การพยาบาล สาธารณสุข เทคโนโลยีทางการแพทย์ ตลอดจนนวัตกรรมสุขภาพและการจัดการระบบบริการ
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือยังครอบคลุมถึงการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการฝึกปฏิบัติทางคลินิก การฝึกอบรม รวมถึงการเรียนรู้ในสถานการณ์จริงให้สอดคล้องกับบริบทของโรงพยาบาลและมาตรฐานวิชาชีพ พร้อมสนับสนุนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การฝึกปฏิบัติงาน และสหกิจศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาให้ก้าวเข้าสู่วิชาชีพได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพ
ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตบัณฑิต แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้” (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์เข้ากับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและศักยภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในมิติของสุขภาพและเวลเนส ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศในอนาคต
“การพัฒนาโรงพยาบาลดีพียู ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากมหาวิทยาลัยเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน ทั้งเทคโนโลยี เครื่องมือ และองค์ความรู้เชิงลึก การที่ทั้ง 13 บริษัทเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันนี้ จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรง และทำให้โมเดลนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว
ด้าน ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ กล่าวว่า การจัดทำบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสุขภาพ ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการฝึกปฏิบัติงานในสถานพยาบาล เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาและบุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของระบบบริการสุขภาพในอนาคต
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังมุ่งเน้นการร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านสุขภาพ โดยอาศัยศักยภาพของทั้งภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างประโยชน์ในวงกว้างต่อสังคม
ในส่วนของแนวคิดการพัฒนาโรงพยาบาลดีพียูนั้น ถูกออกแบบให้เป็น “โรงพยาบาลเวลเนส” ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) และการส่งเสริมสุขภาวะของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพียงการรักษาโรค โดยทำหน้าที่เป็นพื้นที่เรียนรู้จริง (Living Lab) สำหรับนักศึกษาในหลากหลายสาขา ทั้งด้านสุขภาพ ความงาม วิทยาศาสตร์การแพทย์ การพยาบาล กายภาพบำบัด รวมถึงธุรกิจสุขภาพและเวลเนส
โมเดลดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ได้สัมผัสเทคโนโลยี เครื่องมือ และนวัตกรรมทางการแพทย์สมัยใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะวิชาชีพและสมรรถนะที่จำเป็นในโลกการทำงาน ขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมสุขภาวะของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย และสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับประเทศ
ผศ.ดร.นพ.มาศ กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลดีพียู เปรียบเสมือน “เด็กหลอดแก้ว” ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจในการสร้างโมเดลใหม่ของระบบบริการสุขภาพ โดยเป็นต้นแบบของ “โรงพยาบาลเวลเนส” ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการส่งเสริมสุขภาวะ มากกว่าการรักษาโรคเพียงอย่างเดียว โดยความร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง 13 บริษัทในครั้งนี้ เปรียบเสมือน “พี่เลี้ยง” ที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี เครื่องมือ และประสบการณ์จริง เพื่อให้โรงพยาบาลดีพียู สามารถพัฒนาไปสู่ต้นแบบด้านสุขภาพและเวลเนสของประเทศได้อย่างแท้จริง” ผศ.ดร.นพ.มาศ ระบุ
สำหรับความร่วมมือกับทั้ง 13 บริษัทพันธมิตรในครั้งนี้ ครอบคลุมองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านโรงพยาบาล คลินิกความงาม เทคโนโลยีทางการแพทย์ และอุปกรณ์นวัตกรรมสุขภาพ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี เครื่องมือ และการถ่ายทอดประสบการณ์จริง รวมถึงการร่วมพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) และพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม (Innovation Platform) เพื่อสร้างกำลังคนด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนส และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป


