นักศึกษาหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดประสบการณ์นักศึกษาเรียนรู้ระดับนานาชาติ ผ่านการเดินทางไปทัศนศึกษา ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้รายวิชาประวัติศาสตร์และศิลปกรรมไทยเพื่อการนำเที่ยวในยุคโลกาภิวัตน์ โดยมีอาจารย์กฤติเดช ทองเพิ่ม และคุณกัญญชุดา สุขะวัฒนะ ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมเดินทาง เพื่อให้คำแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่มัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยวตลอดการเดินทาง พร้อมด้วยบริษัทนำเที่ยวที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการนำคณะนักศึกษาเดินทางจากไทยไปเมืองปีนังเพื่อศึกษาเรียนรู้ในครั้งนี้
การศึกษาภาคสนามครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวัฒนธรรมไทยที่ปรากฏอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมืองปีนัง เมืองท่าประวัติศาสตร์สำคัญของภูมิภาคที่ได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งตะวันออก” และเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม
ตลอดการทัศนศึกษา นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านพื้นที่จริง ทั้งการสำรวจสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมในย่านเมืองมรดกโลกจอร์จทาวน์ (George Town World Heritage Site) การศึกษาศิลปะร่วมสมัยในย่าน Penang Street Art การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนชาวประมงดั้งเดิมที่ หมู่บ้านประมงริมทะเลชิว เจ็ตตี้ รวมถึงการศึกษาศิลปกรรมไทยในต่างแดนผ่านการเยี่ยมชม ณ วัดไชยมังคลาราม วัดไทยเก่าแก่ในปีนังที่มีพระนอนขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนการเผยแพร่วัฒนธรรมและศิลปกรรมไทยสู่สังคมพหุวัฒนธรรมในภูมิภาค นอกจากนี้ นักศึกษายังได้สัมผัสภูมิทัศน์ของเมืองปีนังจาก Penang Hill จุดชมวิวสำคัญของเกาะที่มีความสูงกว่า 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งช่วยให้นักศึกษาเข้าใจบริบททางภูมิศาสตร์ เมืองท่า และพัฒนาการของเมืองท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน การเรียนรู้ครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเนื้อหาในตำรา แต่เป็นการเปิดมุมมองให้นักศึกษาเห็นความเชื่อมโยงของประวัติศาสตร์ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านพื้นที่จริงที่สะท้อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การค้า และการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในอดีต อีกทั้ง ยังทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้บริบทของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในฐานะเป็นมรดกวัฒนธรรมในระดับอาเซียน (ASEAN Cultural Tourism) ที่ปรากฏอยู่นอกประเทศไทย
ด้าน อาจารย์ศิริพร พานิชเกษม อาจารย์ผู้สอนรายวิชา กล่าวว่า “การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมเพื่อการนำเที่ยว จำเป็นต้องเปิดมุมมองให้นักศึกษาเห็นความเชื่อมโยงของวัฒนธรรมไทยกับภูมิภาคโดยรอบ การพานักศึกษาออกภาคสนามในต่างประเทศจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจบริบทของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวในมิติที่กว้างขึ้น และเป็นองค์ความรู้สำคัญสำหรับนักศึกษาที่เตรียมก้าวสู่การเป็นมัคคุเทศก์และผู้ประกอบวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวในอนาคต”
การทัศนศึกษาครั้งนี้สะท้อนแนวทางการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรที่เน้น การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential Learning) โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ออกจากห้องเรียนไปสัมผัสบริบทของการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ เรียนรู้การเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวัฒนธรรมกับการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมสมัย ทั้งยังส่งเสริมประสบการณ์ที่ช่วยเสริมสร้างมุมมองด้าน Global Tourism ให้กับนักศึกษา พร้อมทั้งพัฒนาทักษะการตีความคุณค่าทางวัฒนธรรมและการออกแบบเรื่องเล่าทางการท่องเที่ยว (Tourism Interpretation) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ในระดับสากล
การศึกษาภาคสนามในต่างประเทศจึงเป็นโอกาสในการเปิดโลกทัศน์ทางการเรียนรู้และเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาได้พัฒนาศักยภาพสู่การเป็นมืออาชีพด้านการท่องเที่ยวและการบริการ (Hospitality Professional) ที่สามารถทำงานได้ในบริบทการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและระดับโลกในอนาคต


