xs
xsm
sm
md
lg

DPU เปิดเวทีการเรียนรู้ใน “รัฐสภา” พานักศึกษา ป.โท–เอก สาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพและความงาม ศึกษากลไกนโยบายสาธารณะ เชื่อมองค์ความรู้สุขภาพ ธุรกิจ และกฎหมาย สู่ผู้นำอุตสาหกรรมสุขภาพไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ จัดกิจกรรมศึกษาดูงานเชิงวิชาการ ณ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดมุมมองด้านระบบนิติบัญญัติและนโยบายสาธารณะให้แก่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาการจัดการธุรกิจสุขภาพและความงาม โดยมี ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีด้านพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ รศ.ดร.สุดาวรรณ สมใจ ประธานหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพและความงาม และ ดร.พญ.ณัฐฐาภณิตา รพีพงษ์พัฒนา ผู้อำนวยการหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพและความงาม ร่วมเป็นผู้นำนักศึกษาเข้าศึกษาดูงานในครั้งนี้

กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณนามัย (หมอวี) สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิบรรยายพิเศษเกี่ยวกับบทบาทของรัฐสภาในการกำหนดทิศทางนโยบายด้านสุขภาพของประเทศ พร้อมอธิบายกลไกทางกฎหมายและนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามของไทย ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับประเทศ

นอกจากนี้ นักศึกษาและคณาจารย์ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่สำคัญภายในอาคารรัฐสภา เพื่อเรียนรู้บรรยากาศการทำงานของสถาบันนิติบัญญัติและกระบวนการกำหนดนโยบายของประเทศอย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในมิติของนโยบายสาธารณะควบคู่กับองค์ความรู้ด้านธุรกิจสุขภาพและความงามได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีด้านพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามกำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจใหม่ของโลก และประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness และ Longevity ของภูมิภาค การพัฒนาผู้นำในอุตสาหกรรมนี้จึงไม่สามารถจำกัดอยู่เพียงองค์ความรู้ด้านธุรกิจหรือวิทยาศาสตร์สุขภาพเท่านั้น แต่จำเป็นต้องเข้าใจมิติของนโยบายสาธารณะ กฎหมาย และระบบกำกับดูแลของประเทศควบคู่กันไป

“ด้วยเหตุนี้ หลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาการจัดการธุรกิจสุขภาพและความงามของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Interdisciplinary Education ที่ผสานองค์ความรู้จากศาสตร์ด้านสุขภาพ การบริหารธุรกิจ และนโยบายสาธารณะ เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมสุขภาพ ซึ่งการนำคณะนักศึกษาเข้าศึกษาดูงานในรัฐสภาครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเรียนรู้แบบ Experiential Learning ที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจโครงสร้างเชิงระบบของอุตสาหกรรมสุขภาพ ตั้งแต่ระดับงานวิจัย นวัตกรรม การบริหารธุรกิจ ไปจนถึงระดับนโยบายของประเทศ เพราะผู้ที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสุขภาพยุคใหม่ จำเป็นต้องมีมุมมองที่ครอบคลุมทั้งระบบ” ผู้ช่วยรองอธิการบดีด้านพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว

ทั้งนี้ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจสุขภาพและความงาม ภายใต้วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดสอนทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก โดยมุ่งพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจสุขภาพ ความงาม และการแพทย์แบบบูรณาการ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ การจัดการองค์กร และการวิเคราะห์นโยบายสาธารณสุข เพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนให้สามารถก้าวสู่บทบาทผู้นำในอุตสาหกรรมสุขภาพยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.พีระยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 10 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมสุขภาพและความงามของไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้าน Medical Tourism ธุรกิจคลินิกเฉพาะทาง เทคโนโลยีการแพทย์ และนวัตกรรมด้าน Longevity มหาวิทยาลัยจึงมุ่งสร้างระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคนโยบาย เพื่อพัฒนาบุคลากรที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศได้อย่างแท้จริง พร้อมสะท้อนแนวทางการจัดการศึกษาที่เน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับบริบทจริงของประเทศ และ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคนโยบายและภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการศึกษาด้านสุขภาพและความงามของไทยสู่มาตรฐานสากล