ชาวหนองแคจัดงานวันคล้ายวันเกิด พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี อย่างอบอุ่น ท่ามกลางมิตรสหายสนิท
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2565 เวลา 18.00 น. ที่อาคารสิงห์สเตชั่น ต.กุ่มหัก อ.หนองแค จ.สระบุรี ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมครบรอบวันคล้ายวันเกิด อายุ 53 ปี ให้แก่ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี โดย พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช นั้นเป็นชาวหนองแคแต่กำเนิด ทั้งพัฒนาสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ชาวหนองแค และทุกพื้นที่ที่ได้เคยไปรับราชการ อย่างล่าสุดที่ดำรงตำแหน่ง ผกก.สน.คันนายาว ถึง 4 ปี ก็ได้สร้างพัฒนาทั้งความเจริญ ความสามัคคีของจิตอาสาฯ และประชาชน
ในปีนี้ พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สภ.หนองแค ได้เป็นผู้กล่าวนำอวยพรฯ นอกจากนี้ยังมีแขกผู้มีเกียรติ ข้าราชการตำรวจร่วมงานมากมาย เช่น นายทินกร บุญสาน นายก อบต.หนองโรง กลุ่มเพื่อนจากโรงเรียนสรกิจพิทยา ข้าราชการตำรวจจาก ภ.จว.สระบุรี ข้าราชการตำรวจ สภ.หนองแค นำโดย ร.ต.อ.อุเทน เลิศเมือง ด.ต.สนธญา ฐิติโสภณ ซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลโครงการชุมชนยั่งยืนแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ในอันดับ 1 ในระดับภาค และอันดับ 5 ในระดับประเทศ ซึ่งมี พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี และ พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สภ.หนองแค เป็นผู้ผลักดันควบคุมในการดำเนินการโครงการดังกล่าว
ประวัติโดยย่อ
พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช อายุ 53 ปี ชาว อ.หนองแค จ.สระบุรี จบจากนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 30 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 46 เริ่มรับราชการครั้งแรกปี 2536 ในตำแหน่ง รอง สว.ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปลายปี 2536 ดำรงตำแหน่ง รอง สว.สส. สน.ดอนเมือง ปี 2539 ดำรงตำแหน่ง รอง สว.สส. สน.สายไหม ปี 2540 ดำรงตำแหน่ง สวป.สน.บางเขน ปี 2543-2547 ดำรงตำแหน่ง พงส.สน.บางเขน ปี 2548 ดำรงตำแหน่ง พงส.บก.ป. ปี 2555 ดำรงตำแหน่ง พงส.ผนพ.กก.2 บก.ป. ปี 2559 ดำรงตำแหน่ง พงส.ผท.ค.สน.บางเขน ปี 2559 ดำรงตำแหน่ง ผกก.(สอบสวน) สน.บางเขน กลางปี 2559 ดำรงตำแหน่ง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. จนกระทั่งปลายปี 2559 ดำรงตำแหน่ง ผกก.สน.คันนายาว จนปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี
พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช นับเป็นนายตำรวจที่อยู่เบื้องหลังการปิดคดีสำคัญหลายคดีล้วนเป็นคดีใหญ่ ซึ่งถือเป็นที่ไว้ใจของ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พล.ต.ต.อัครเดช พิมลศรี อดีต ผบก.ป. โดยที่โดดเด่นสมัยนั้นยังคงยศ พ.ต.ท.สิงห์ สิงห์เดช พงส.(สบ 2) กก.2 บก.ป คดีที่สอบสวนจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ได้แก่
ปี 2553 ร่วมจับกุม นายประทีป สกุลเพทายเลิศ อายุ 52 ปี รองผู้อำนวยการ (ระดับ 8) โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้อุบายหลอกลวงและเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล พรากผู้เยาว์ และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 6.35 มม. พร้อมกระสุน 6 นัด แมกกาซีน และซองอาวุธปืน จับกุมได้ที่บริเวณโรงเรียนดังกล่าว
ในปี 2555 ตามคำสั่ง พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 ยศสมัยนั้น สามารถปิดคดี จับกุม นายเต็มพงษ์ ฤทธิ์เดช หรือ ส.จ.โต้ง อายุ 36 ปี พร้อมพวก ส.จ.โต้งนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นใน จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีอิทธิพล ฮั้วประมูลงาน และยังใช้อาวุธปืนข่มขู่และทำร้ายนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี อีกด้วย
ปี 2555 หลังจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในขณะนั้น ได้สั่งการแบบลับๆ ไปยัง พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม ให้เข้าจับกุมตัว นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ เจ้าพ่อภาคตะวันออก ผู้ต้องหาคดีทุจริตที่ดินเขาไม้แก้ว จ.ชลบุรี และคดีจ้างวานฆ่า นายประยูร สิทธิโชติ หรือกำนันยูร ซึ่งงานนี้เป็นความลับระดับสูงสุด หลังรับคำสั่ง พ.ต.อ.อธิปเริ่มตั้งทีมทำงานขึ้นมาทั้งหมด 30 นาย โดยมี พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ร่วมทำการสอบสวนอยู่ในทีมจนสามารถจับกุมปิดคดีได้อย่างสวยงาม ปี 2557 ปิดคดี พล.ท.มนัส เปาริก หรือ เสธ.หยอย อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงคราม ที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครอง และ พล.ท.มนัส เป็นผู้จัดหาอาวุธต่างๆ ให้กลุ่มชายชุดดำ ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงใส่ทหารและประชาชนในช่วงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณแยกคอกวัว เขตพระนคร เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553
ปี 2557 สามารถร่วมปิดคดีแก๊งรัสเซียแฮกข้อมูลธนาคารกรุงไทย จนนำไปสู่การจับกุมตัว นายฟาริด เอสเซ้บบาร์ อายุ 27 ปี แฮกเกอร์สัญชาติรัสเซีย และพวกรวม 3 คน หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขอให้ตามดูพฤติกรรมชาวต่างชาติสัญชาติรัสเซียและโมร็อกโกกลุ่มนี้ และคดีนี้เป็นคดีสำคัญ ที่ทาง FBI เดินทางมาร่วมทำสำนวนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย หลังจากที่ นายฟาริด เคยถูกสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) จับกุมเมื่ออายุ 17 ปี เนื่องจากเข้าไปแฮกข้อมูล ทำให้ถูกดำเนินคดีจำคุก 1 ปี ก่อนปล่อยตัวและกระทำผิดซ้ำ
จากข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว จะเห็นได้ว่า พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช เป็นผู้ทำงานอยู่เบื้องหลังการจับกุม ปิดคดีสำคัญมากมาย ซึ่งทำงานด้านสอบสวนมาเกือบตลอดทำให้มีความชำนาญในการทำคดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ท่านไม่เคยลืมตัวตนและพยายามสร้างคน สร้างความอบอุ่นทั้งแก่ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา ประชาชนทุกหมู่เหล่า
ขณะที่ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ได้มาดำรงตำแหน่ง ผกก.สน.คันนายาว ก็คิดริเริ่มสร้างโครงการต่างๆมากมาย โดยโครงการที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น โครงการศาสตร์พระราชา ในปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้น้อมนำเอาคำสอนและวิถีพระราชาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ มาเผยแพร่และใช้สร้างความสามัคคีแก่ สถานีตำรวจ ประชาชน ชุมชน คือ ศาสตร์พระราชาด้านเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ทุกคนได้รู้การใช้ชีวิตแบบพอเพียง ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ไม่เป็นหนี้ ศาสตร์พระราชาด้านสหกรณ์ สอนเรื่องการเก็บออม สร้างกลุ่มเครือข่าย ช่วยกันออมเงินเพื่อนำมาปันผลรายได้และช่วยเหลือคนในชุมชน ทำให้ไม่เป็นหนี้นอกระบบ ศาสตร์ด้านการดนตรี ดนตรีเป็นศิลปะที่สำคัญ และนำมาใช้ขัดเกลาจิตใจคนได้สามารถเพิ่มทักษะเชาวน์ให้สูงขึ้น ศาสตร์ด้านการกีฬา การออกกำลังกายเล่นกีฬาทำให้สุขภาพแข็งแรง สุขภาพจิตดี รู้ถึงน้ำใจนักกีฬา ศาสตร์ด้านจิตอาสา อาสาสมัครถือเป็นบุคคล หน่วยงานสำคัญที่ช่วยเหลือสังคมได้เป็นอย่างยิ่ง
เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2561 พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ได้เปิดโครงการศาสตร์พระราชา ด้านการกีฬาต่อต้านยาเสพติด โดยจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน โรงเรียนในเขตพื้นที่คันนายาว 12 โรงเรียน เพื่อสร้างความรักสามัคคีแก่ชุมชน ลดช่องหว่างระหว่างตำรวจกับประชาชน ส่งเสริมร่างกายให้แข็งแรง รู้จักแพ้ ชนะ อภัย อีกด้วย


