xs
xsm
sm
md
lg

“โกศลวัฒน์” เผยข้อกฎหมาย ครูยึดโทรศัพท์ นร. เตือนเข้าข่ายข้อหายักยอกทรัพย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“โกศลวัฒน์” รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง เตือนกรณีครูยึดของนักเรียนไม่คืน เสี่ยงคดีอาญา เข้าข่ายยักยอกทรัพย์เด็ก มีโทษคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากกรณีโลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปของผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง ซึ่งเป็นครูสาว ได้ถ่ายคลิปเปิดกรุรื้อสมบัติฝ่ายกิจการโรงเรียน พบว่ามีโทรศัพท์มือถือของเด็กนักเรียนซึ่งถูกยึดมาตั้งแต่สมัยปี 2555 หรือประมาณ 9 ปีที่แล้วหลายเครื่อง จนถูกโซเชียลเข้ามาวิจารณ์อย่างหนักว่ายึดแล้วทำไมถึงไม่คืน สมัยก่อนโทรศัพท์มือถือราคาแพงมาก

ต่อมาครูคนดังกล่าวได้อัดคลิปชี้แจงระบุว่า กฎคือกฎ เคยบอกไปแล้วตอนปฐมนิเทศและเคยให้คืนแล้วแต่นักเรียนไม่มาเอาเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว “โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง” ระบุถึงกรณีดังกล่าวที่เป็นประเด็นในโลกโซเชียลว่า

“ครูยึดโทรศัพท์มือถือของนักเรียน มีคลิปในติ๊กต็อก คุณหนุ่ย พงศ์สุข แบไต๋ ถามมา อัยการหนุ่ยตอบไป

บางโรงเรียนเคยมีกฎห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าโรงเรียน โรงเรียนประกาศว่าถ้าพบเห็นจะยึดและให้มารับคืนตอนปิดเทอม ซึ่งยาวนานได้ถึงสามเดือน เรื่องนี้ครูโรงเรียนใหญ่มากๆ ในกรุงเทพฯ เคยโทร.มาปรึกษาเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว โรงเรียนยึดโทรศัพท์มือถือจากนักเรียนเพราะมีระเบียบห้ามนักเรียนเอาโทรศัพท์เข้าโรงเรียน ซึ่งเข้าใจได้ว่าในยุค 10 ปีที่แล้วโทรศัพท์ไม่สามารถเล่นโซเชียลได้เหมือนวันนี้ด้วยซ้ำ และย้อนไปนะครับ โรงเรียนใหญ่ โรงเรียนดังมากเท่าไหร่รถยิ่งติดมากเท่านั้น เวลาผู้ปกครองไปรับบุตรหลาน มักไม่มีที่จอดรถใช้วิธีวนรถไปรับหน้าโรงเรียน หลายคนจึงเอาโทรศัพท์มือถือมอบให้บุตรหลานเพื่อโทร.นัดแนะให้ออกมาที่หน้าโรงเรียนโดยไม่ต้องมายืนรออย่างไม่รู้ว่ารถจะมาถึงตอนไหน จราจรในกรุงเทพฯ ใครก็รู้ว่ารถติดอาจมาช้าได้เป็นชั่วโมง โดยเฉพาะเวลาโรงเรียนเลิกหรืองานเลิก พ่อแม่ที่รักลูกก็จะเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกถ้าต้องออกมารอนอกโรงเรียน ก็มักจะบอกว่าเอาโทรศัพท์ให้ลูกเพื่อจะได้โทร.ให้มาขึ้นรถโดยลูกไม่ต้องมาอยู่นอกโรงเรียนหรือรอที่หน้าโรงเรียนเป็นห่วงลูกให้ลูกรอ ผู้ปกครองมารับให้อยู่แต่ในโรงเรียน ครูพบเห็นโทรศัพท์ก็ยึดตามระเบียบโรงเรียน

แต่ปัญหาคือระเบียบของโรงเรียน แม้ผู้ปกครองจะเคยตกลงด้วย..แต่ระเบียบไม่ได้ใหญ่กว่ากฎหมายอาญา โดยเฉพาะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจครูในการไปยึดทรัพย์ของเด็กแล้วไม่คืนให้เด็ก โดยเฉพาะเด็กนักเรียนยังทำมาหากินไม่ได้ เงินที่ซื้อโทรศัพท์มาเป็นของผู้ปกครองแน่ๆ จึงเคยแนะนำครูไปว่าระวังนะครับผู้ปกครองเด็กอาจจะไปแจ้งความว่ายักยอกทรัพย์ของเด็ก หรือของผู้ปกครอง จะมีผลไปถึงการกล่าวหาครูเป็นคดีอาญาได้ ไม่ว่าจะเป็นลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์แล้วแต่พฤติการณ์

ผมจึงแนะนำว่าถ้าผู้ปกครองมาทวงคืนก็ควรคืนให้ผู้ปกครองไป อาจจะยึดไว้ยาวนานจนปิดเทอมอาจมีปัญหาใหญ่ตามมา บางโรงเรียนก็มีทางออกคือพอเด็กมาโรงเรียนแล้วให้ทุกคนเอาโทรศัพท์มือถือมาใส่ไว้ในตะกร้าหน้าห้องเรียน เลิกเรียนแล้วจึงค่อยมาเอาโทรศัพท์คืนไปเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กโทรศัพท์ในระหว่างเรียน

ปัญหาคือ กฎหมายใหญ่กว่าระเบียบของโรงเรียน ระเบียบของบริษัทไม่ได้ใหญ่กว่ากฎหมาย เพราะระเบียบของโรงเรียนหรือระเบียบของบริษัทคงใช้ได้เฉพาะในบริษัท ในโรงเรียน เท่านั้น แต่กฎหมายเป็นระเบียบของสังคมโดยรวม เป็นกติกาของสังคมโดยรวม ซึ่งมีโทษทางอาญาด้วย คุณอ้างทำตามระเบียบถ้าผิดกฎหมาย ถูกแจ้งความดำเนินคดี ระเบียบช่วยคุณไม่ได้ อาจติดคุกเพราะระเบียบของคุณเอง มันขัดกฎหมายมาเยอะแล้ว ผมไปติดต่องานหลายที่ชอบอ้างระเบียบ ที่มันฝ่าฝืนกฎหมายเพราะเอามาใช้กับคนภายนอกไม่ได้นะครับ ระวังจะถูกแจ้งความดำเนินคดี

ต่อไปไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หรือบริษัทห้างร้าน ระเบียบมีไว้ใช้กับคนในโรงเรียนหรือในบริษัท แต่คงใช้กับคนภายนอกกับสังคมโดยรวมไม่ได้นะครับ สังคมโดยรวมต้องใช้กฎหมายเท่านั้น ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ มาตรา ๓๕๒ ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

กำลังโหลดความคิดเห็น...