xs
xsm
sm
md
lg

เฌอปราง อารีย์กุล : ตัวตนที่เรียบง่ายและบทบาทที่อยากเป็น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

‘แคปเฌอ’ ‘กัปตันเฌอปราง’ คือคำเรียกขานที่ผู้คนมีต่อเธอคนนี้ ‘เฌอปราง อารีย์กุล’ กัปตันวงคนเก่งแห่ง BNK48 วงไอดอลชื่อดัง ที่แม้จะจบการศึกษาภาควิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยการคว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 แต่งานในวงการบันเทิงของเฌอปรางก็ยังคงโลดแล่นอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าในฐานะ บทบาทในการเป็นโปรดิวเซอร์ ‘Ganbare! Kenkyuusei’ โปรดิวเซอร์สเตจเทรนนีให้สมาชิกรุ่นที่สาม ซึ่งนับเป็นการแสดงความสามารถอีกด้านของเฌอปราง นอกเหนือจากการแสดงภาพยนตร์ ซีรี่ยส์ หรือมิวสิกวิดีโอที่เคยมีให้เห็นผ่านตา ล่าสุด เฌอปรางยังมีผลงานละครพีเรียดที่อยู่ในช่วงของการเวิร์คช้อปเรียนรู้ตัวละครจากเรื่อง บุษบาลุยไฟ ที่กำกับโดยครูช่าง (ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง)


เฌอปรางให้สัมภาษณ์พิเศษผู้จัดการออนไลน์ ในหลากหลายประเด็นทั้งบทบาทและการตีความตัวละครในบุษบาลุยไฟ การเปิดเผยตัวตนอันเรียบง่ายที่น้อยคนจะได้รู้ อาทิ มีความฝันอยากปลูกอาหารที่เด็ดกินได้รอบ ๆ บ้านซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่ยั่งยืน เปิดเผยให้เห็นถึงแง่มุมความเป็นเด็กสาวธรรมดา ติดเกมส์ ชอบอ่านการ์ตูน แต่งตัวเรียบง่ายชอบสวมเสื้อยืด กางเกงวอร์ม

ขณะเดียวกัน จิตใจที่เข้มแข็ง ก้าวผ่านทุกอุปสรรคของแรงกดดันต่าง ๆ มาได้กระทั่งถึงทุกวันนี้ คือบทพิสูจน์ว่าเด็กสาวคนนี้ มีทัศนคติที่น่าสนใจ ไม่ธรรมดา และถ้อยความเหล่านี้ คืออีกด้านของตัวตนที่ทั้งเรียบง่ายและแข็งแกร่งของเธอคนนี้ ‘เฌอปราง อารีย์กุล’ กัปตันวง BNK48 กับหลากหลายหัวข้อสนทนาที่ล้วนแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างไม่ยอมย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา

>>> ตัวตนที่เรียบง่าย : ติดเกมส์ อ่านการ์ตูน ปลูกผัก เสื้อยืด-กางเกงวอร์ม

เมื่อถามถึงตัวตนในด้านที่ไม่มีใครรู้มากนัก เฌอปรางเล่าว่าเฌอเป็นคนติดอะไรจริงจัง...

“สมมติมีเกมส์มาใหม่ เฌอก็จะเล่นจริงจังในช่วงหนึ่ง แล้วพอเริ่มเบื่อก็จะหายไปเลย เป็นคนติดเกมส์ค่ะ ยอมรับว่าชอบเล่นเกมส์ แล้วก็ยังคงอ่านการ์ตูนอยู่ รู้สึกทุกวันนี้ ยังคงแฮบปี้กับการอ่านการ์ตูน แล้วก็อ่านนิยาย อ่านหนังสือ อ่านหลากหลาย แต่หลังๆ ชอบอ่านนิยาย คนอาจจะไม่รู้ว่าเฌอชอบอ่านนิยายย้อนยุค เช่นเฌอชอบอ่านนิยายที่นางเอกย้อนยุคกลับไปในอดีต ชอบแนวนั้น ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

“แล้วตอนนี้สนใจการทำเกษตร อยากปลูกบ้านที่มีอาหารที่เราไปเด็ดรับประทานได้รอบ ๆ บ้านมาทำอาหารได้ อยากกินอะไรก็ไปเด็ดมากินได้ อาจจะได้แรงบันดาลใจมาจากการอ่านนิยายก็ได้ การที่เราได้ทำอะไรกินเองโดยไม่ต้องซื้อก็เป็นความยั่งยืนหรือเปล่า ไม่พึ่งพาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกินไป อย่างตอนนี้ พึ่งพาในการแลกเปลี่ยนเงินตราอย่างชัดเจนมาก ๆ ถึงจุดหนึ่ง ถ้าไม่อยากพึ่งพาตรงนั้นเยอะ ก็เลยอยากจะปลูกบางอย่างไว้กิน อะไรแบบนี้ค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นด้านที่ทุกคนไม่เคยรู้รึเปล่า เฌอก็จะมีความคิดแบบนี้ไหลไปเรื่อยของเฌอ แล้วก็พยายามดำเนินชีวิตให้ดีในทุก ๆ วันค่ะ”

“ตอนนี้เฌอแต่งตัวยังไม่ค่อยเก่งค่ะ ก็พยายามที่จะแต่งตัวมากขึ้นแล้วกันค่ะ ถ้ามันจำเป็นต้องแต่ง ถ้ามันไม่จำเป็นมาก เฌอก็จะใส่แค่เสื้อยืด กางเกงวอร์ม กางเกงออกกำลังกายสบาย ๆ ซะมากกว่าค่ะ เป็นคนไม่ค่อยแต่งตัว” เฌอปรางระบุถึงความเรียบง่ายในแบบของตัวเอง

>>> วันว่างของเฌอปราง


เฌอปรางเล่าวว่ามีวันหยุดไม่แน่นอน เมื่อไหร่ที่เป็นวันหยุดก็จะชอบเล่นเกมส์ นอน อ่านการ์ตูน อ่านนิยาย ทำอาหาร ซึ่งสิ่งที่เฌอทำในช่วงนี้คือนอน ผ่อนคลาย พักผ่อน ช่วงที่หยุดยาวเนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำให้มีวันว่างต่อกันหลายวัน วันว่างจริง ๆ ก็พักผ่อน ทำอาหาร ออกกำลังกาย ที่ทำประจำ อ่านการ์ตูน เล่นเกมส์ อ่านนิยาย

เมื่อถามว่ามีวันหยุดบ่อยแค่ไหน เฌอปรางตอบว่า ช่วง 2 ปี แรก แทบไม่มีวันหยุดเท่าไหร่ ต่อเมื่อเรียนจบแล้ว เฌอมักจะขอวันหยุดไว้ 2 วันต่อเดือน

“คือถ้างานเยอะจริง ๆ เฌอจะขอไว้หน่อย เพื่อไปทำกายภาพค่ะ ( หัวเราะ ) ไปปรับสมดุลร่างกายตัวเอง ไปหาหมอผิวหนังบ้าง ไปกดสิวบ้าง ไปทำทรีตเมนท์ผมบ้าง เดี๋ยวผมเสียหมด เฌอเลยขอไว้ 2 วันต่อเดือน แต่บางทีบริษัทก็จะบอกว่า ไม่ได้จริง ๆ ให้ลาไม่ได้ หรือบางทีเฌอก็ได้วันลามา ซึ่งก็นาน ๆ มีที อย่างช่วงนี้ วันว่างติดกัน วันหยุดเฌอไม่แน่นอน คือถ้างานเยอะมาก เฌอจะขอ 2 วันต่อเดือน แต่ถ้างานไม่เยอะมาก ก็จะมีวันว่างประปราย แต่ส่วนใหญ่ เสาร์ อาทิตย์ จะมีงาน” เฌอปรางระบุ


>>> สิ่งที่อยากทำในฐานะกัปตัน BNK48และบทบาทที่อยากทำในวงการบันเทิง

เฌอปรางกล่าวว่า ในฐานะกัปตัน BNK48 ด้วยความที่เราเป็นรุ่นหนึ่ง และเราชอบAKB48 มาก่อน

“ก็จะอยู่จนกว่าเราจะรู้สึกจะสบายใจจนกว่าปล่อยมือ ในฐานะกัปตัน คือสร้างรุ่นใหม่ขึ้นมา สร้างเจนเนอเรชั่นใหม่ขึ้นมา มันเป็นการส่งต่อ ซึ่งเฌอรู้สึกว่าเฌอได้รับมาจากประเทศญี่ปุ่น ได้รับมาจากผู้ที่เฌอชื่นชอบ แล้วเฌอก็เลยได้รับแรงบันดาลใจมาและอยากส่งแรงบันดาลใจต่อ”

เฌอปรางเล่าถึงอนาคตที่วางไว้ในฐานะกัปตัน BNK48 และกล่าวด้วยว่าบทบาทในวงการบันเทิงที่อยากทำ คือการแสดงบทบาทใหม่ๆ เช่น เฌอปรางซอบศิลปะการต่อสู้ เป็นบทบาทใหม่ที่อยากทำ สนุกสนาน หรือรับบทเป็นคนอีกประเภทหนึ่งไปเลย บ้าๆ หรือแสดงเป็นคนในอาชีพที่เราไม่เคยทำ เช่น เชฟ

“เฌออยากลองรับบทผู้มีทักษะเฉพาะบางอย่าง เพราะถ้าไม่ใช่งานแสดงก็ไม่มีโอกาสได้ลอง งานแสดงมีความได้เปรียบตรงนี้ เป็นสิ่งที่อยากทำ และเฌอชอบถ่ายแบบ ถ่ายนิตยสาร แต่เฌอไม่ใช่คนสวย เป็นนางแบบไม่ได้ แต่ก็ชอบถ่ายแบบ” เฌอระบุถึงสิ่งที่ชอบและอยากทำ

>>> เพลงที่ทำให้รู้สึกภูมิใจ

เมื่อถามถึงเพลงของ BNK48ที่ประทับใจ เฌอปรางตอบว่ามีหลายเพลง เลือกไม่ได้ ชอบทุกเพลงเลย

“ด้วยความชอบไอดอลด้วยมั้งคะ แต่เรียกว่าเพลงที่ภูมิใจก็แล้วกันค่ะ คือเพลงออริจินัลของพวกเรา เป็นซิงเกิลหลัก เพลง ‘ดี อะ’ ที่จะออกในเดือนมิถุนายน 2564 นี้ เพราะเราก็อยากมีเพลงที่ถูกออกแบบมาเพื่อ BNK48 โดยเฉพาะบ้าง ซึ่งก็เป็นเพลงนี้แหละค่ะ ก็เลยรู้สึกภูมิใจที่สุดที่มีเพลงนี้ขึ้นมา” เฌอปรางกล่าวว่า นอกจากเพลงนี้ก็ต้องเป็นเพลง Beginner คือ ซิงเกิลที่ 6 ซึ่งแฟนๆ เป็นคนโหวตให้เป็นเซ็นเตอร์

“เฌอรู้สึกว่าได้รับการยอมรับและพิสูจน์อย่างตรงไปตรงมา แล้วก็เป็นเพลงที่ค่อนข้างย้ำเตือนตัวเองว่า เราก็เป็นผู้เริ่มต้นใหม่ในทุก ๆ วัน เราเริ่มต้นใหม่ได้ ล้มลุกคลุกคลานมากี่ครั้ง เราก็แค่ลุกขึ้นมาใหม่ ขอแค่ยังมีแรงใจ ยังจุดไฟตัวเองติด ลุกขึ้นมาได้ เป็น บีกินเนอร์ เป็นผู้เริ่มต้น เหมือนเล่นเกมส์ แม้เราจะแพ้ เราก็เริ่มเกมส์ใหม่ได้ และในทุก ๆ วันก็เหมือนเป็นบีกินเนอร์ เราเป็นผู้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในทุก ๆ วัน เหตุผลที่ชัดที่สุดคือ ได้รับเลือกให้อยู่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ จากแฟน ๆ ค่ะ รู้สึกขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริง ๆ”
เฌอปรางถ่ายทอดความรู้สึก

นอกจากนี้ เฌอปรางเล่าถึงซิงเกิลใหม่ WAROTA PEOPLE ด้วยว่า “วาโรตะ แปลว่า หัวเราะค่ะ ทิ้งมันซะ โยนมันไป แล้วมาเฮฮา ด้วยความที่เราอยากให้ทุกคน มาฟังเพลง BNK48 ปล่อยเรื่องอื่นไป อยากให้ทุกคนมาเฮฮากัน มาแฮบปี้ ท่าเต้นวาโรตะพีเพิ่ล ก็ตลกดี อาจทำให้ผ่านเรื่องราวเครียดๆ ไปได้” เฌอปรางระบุถึงซิงเกิลใหม่ล่าสุด


>>> บทบาทในการเป็นโปรดิวเซอร์ ‘Ganbare! Kenkyuusei’

เฌอปรางเล่าถึงการเป็นโปรดิวเซอร์สเตจเทรนนี ว่า “น้อง ๆ รุ่นที่สาม ตอนที่เขาเข้ามายังไม่มีเสตจเทรนนีเลย แล้วถ้าเขาใช้เสตจเดิมก็จะดูเหมือนกับรุ่นพี่เกินไป เพราะฉะนั้น มันก็ต้องมีส่วนที่น้อง ๆ ได้เรียนเต้นเพลงหลัก เพลงซิงเกิลอื่น ๆ ของพวกเราเพื่อใช้ในอนาคต ในการที่จะไปออกอีเวนท์ ออกงานร่วมกับพี่ ๆ เฌอก็เลยเสนอขึ้นไปว่างั้นทำเสตจ เคงคิวเซย์ใหม่เลยไหม เนื่องจากเรามีการประชุมกันอยู่เรื่อย ๆ และมีการพูดถึง ความเป็นไปของวง หรือระบบการทำงานข้างในกัน การฝึกฝน เมมเบอร์ค่อนข้างจะดูแลกันเองเป็นหลัก ในการเรียนท่า หรือขึ้นสเตจ จะเป็นพวกเราเป็นหลัก เฌอก็เลยได้รับบทให้เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับสมาชิกรุ่นที่สาม ก็จัดการดูแลสเตจ ฝึกเด็ก หรือสเตจคิงคิวเซย์ ชุดใหม่อันนี้ขึ้นมา ซึ่งก็ได้เป็นคนตั้งชื่อว่า ‘กันบาเระ เคงคิวเซย์’ หรือ ‘พยายามเข้านะ น้อง ๆ ทุกคน’ ค่ะ”

เฌอปรางเล่าถึงความเป็นมา ก่อนจะบอกกล่าวถึงรายละเอียดในการทำงานว่า มีตั้งแต่ เริ่มคุยงาน ซึ่งเฌอปรางได้แรงบันดาลใจมาจากเมมเบอร์ AKB48 ที่ชื่อว่า ‘มุรายามะยุยริ’ ซึ่งเฌอปรางมีโอกาสได้ไปทำความรู้จักตอนที่ได้มีโอกาสไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น

“ตอนไปถ่ายทำเอ็มวีที่ญี่ปุ่น และได้เข้าไปดูการซ้อมของเขา แล้วก็ตอนแรกไม่รู้จักเมมเบอร์คนนี้เลย แต่รู้ว่าเขาเป็นโปรดิวเซอร์ของสเตจเทรนนีของน้อง ๆ เอเคบี 48 รุ่น 16 เฌอก็เลยรู้สึกชื่นชมและคิดว่า เอ๊ะ! เราจะมีโอกาสทำแบบนี้บ้างมั้ยที่ BNK48 ได้เห็นการทำงานของทางนู้นก็รู้สึกว่าเก่งมาก ๆ เลย ดูดีมากเลย อันนี้ก็เป็นโอกาสหนึ่ง มองเป็นช่องทางหนึ่งก็ลองเสนอเขาดู ก็เลยได้มีโอกาสลองทำ นี่คือแรงบันดาลใจตอนนั้น แล้วก็เริ่มพูดคุยมา มีน้อง ๆ รุ่นสาม เราก็เข้ามาพูดคุยในฐานะกัปตันวงอยู่แล้ว งั้นเราก็ลุยเรื่องสเตจเทรนนีกับน้อง ๆ ไปเลย”

เฌอปรางบอกเล่าแรงบันดาลใจจากไอดอลญี่ปุ่น และเล่าถึงการทำงานในฐานะโปรดิวเซอร์ว่า มีเสนอทางญี่ปุ่น เป็นคนคิดเซ็ตลิสต์เพลง โดยมีเงื่อนไขว่าให้นำเอาเพลงที่มีอยู่แล้วในวงBNK48 มาจัดเซ็ตลิสต์ใหม่ โดยทางญี่ปุ่นมีข้อจำกัดว่า ถ้าเป็นเพลงออริจินัลต้องให้อยู่ใกล้ๆ กัน ไม่ข้ามไปข้ามมาจนเกินไป ต้องมีการตรวจสเตจก่อนที่จะทำการแสดง มีการไลฟ์คุยกัน และมีการส่งฟีดแบ็คไปมา ระหว่างทางไทยและญี่ปุ่น

“และเรื่องชุด เฌอก็เป็นคนที่คอยดู คอยออกแบบไปด้วย ว่าอยากให้เป็นโทนแบบไหน ประมาณไหน แล้วก็มีการตัดชุดเพิ่มได้หนึ่งชุด แล้วจะเอาชุดไหน ใช้ในช่วงไหน สุดท้ายก็เป็นคนคอยดูภาพรวมของการฝึกซ้อม ซึ่งก็ต้องผสานงานกับทางครูร้องครูเต้น เข้ามาดูน้องๆ แล้วก็ ดูภาพรวมของสเตจค่ะ ก็ทั้งแสง สี เสียง การร้องจะเป็นประมาณไหนบ้าง มีเสียงในช่วงไหนบ้าง น้องจะร้องกันอย่างไร ประมาณนั้นค่ะ รายละเอียดในการทำงาน” เฌอปรางบอกเล่าถึงบทบาทในฐานะโปรดิวเซอร์สเตจเทรนนีที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก


>>> บทบาทในละครพีเรียด ‘บุษบาลุยไฟ’

เฌอปรางเล่าถึงบทบาทการแสดงละครพีเรียดเรื่องบุษบาลุยไฟว่าเป็นบทบาทที่ได้เล่นย้อนเป็นคนในสมัยก่อน ได้เรียนรู้คำไทยที่เราไม่เคยรู้จัก ซึ่งช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ของเฌอขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะเฌอเป็นคนที่มีคลังคำศัพท์น้อย เรื่องนี้หลังจากที่อ่าน โดยภาพรวมสนุกมาก ๆ

“ละครเล่าถึงการมีโรงเรียนสตรีแห่งแรก ว่าเป็นอย่างไร แล้วก็ช่วงตอนนั้น ความแตกต่างระหว่างผู้ชายผู้หญิงเป็นประมาณไหน วัฒนธรรมเป็นประมาณไหน กว่าเราจะมีทุกวันนี้ได้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ผ่านความลำบากในการเปลี่ยนแปลง ก็ได้รู้ตรงนั้นจากการอ่านบท ซึ่งก็หวังว่าตัวเองจะสามารถถ่ายทอดออกไปได้ตามบทบาทที่ได้รับ มีความน่าสนใจที่เราจะมีการปลอมเป็นผู้ชายด้วย จะเป็นอย่างไรนั้นต้องรอติดตามกันนะคะ ว่าจะมีในช่วงไหน หรือจะนานแค่ไหน จะมากน้อยอย่างไร และทำไมต้องมีการแสดงในแสดงอีกทีหนึ่ง ด้วยการเป็นผู้ชาย ในคราบของผู้หญิงในละครอีกทีหนึ่งซึ่งน่าสนุกมาก ๆ ค่ะ ก็ตื่นเต้นที่จะได้เจอรุ่นพี่นักแสดงท่านอื่น ๆ ที่จะได้ร่วมงานกันมาก ๆ

“ตอนให้สัมภาษณ์ในขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะเจอใครบ้าง แต่เท่าที่ได้ไปเจอครูช่าง (ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง ) และทีมนักแสดงบางส่วน ก็รู้สึก โอ้ว! เป็นอีกรุ่นนึงเลยที่เรารู้สึกเกร็งมาก ๆ เราเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในสายงานแสดงชัดขนาดนั้น แต่ก็จะทำให้ดีที่สุดนะคะ” เฌอปรางเล่าถึงรายละเอียดของบทที่ได้รับในละคร บุษบาลุยไฟ ก่อนจะกล่าวว่า ตัวละครตัวนี้ เป็นเด็กที่แก่น ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไม ผู้หญิงถึงไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนผู้ชาย ทำไม เป็นลูกพ่อเหมือนกัน แต่พ่อไม่ให้เราเรียนหนังสือ เราอยากอ่านออกเขียนได้เหมือนพ่อบ้าง ทำไมเราอ่านหนังสือไม่ได้ อยากอ่านหนังสือออก เป็นเด็กที่อยากเข้าใจหนังสือ อยากอ่านตัวหนังสือออก

“มีความแก่นเซี้ยว พอสมควร แต่ก็มีความเป็นผู้หญิง อ่อนไหว รู้สึกว่าค่อนข้างคล้าย ใกล้เราหน่อย คำพูดคำจา การช่างพูด ช่างเจรจาอาจจะมากกว่าเฌอ แต่ก็รู้สึกไม่ห่างกันมากเท่าไหร่ แต่ก็ต้องใช้พลังงานเยอะ ในการที่จะเป็นตัวเขา ในละครบุษบาลุยไฟค่ะ” เฌอปรางระบุ โดยกล่าวเพิ่มเติมว่าต้องเรียนการแสดงกับคณะละครมรดกใหม่ของครูช่าง โดยมีครูช่างเป็นผู้กำกับ


>>> นับแต่เดบิวต์ แรงบันดาลใจในการก้าวผ่านอุปสรรค ปัญหา

เฌอกล่าวว่าประสบการณ์ที่ผ่านมานับแต่เดบิวต์ เป็นทั้งแรงบันดาลใจ ความกดดัน เนื่องจากทักษะต่าง ๆ ในการที่จะเป็นไอดอล เฌอปรางกล่าวว่าตนเองแทบจะไม่มีเลย ไม่ได้ร้อง ไม่ได้เต้นมาก่อนเลย

“ตรงนี้ก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจได้ว่า สี่ปีที่ผ่านมา เฌอพัฒนามาถึงจุดนี้ได้ เฌอดีใจกับตัวเองมากค่ะ ( หัวเราะ ) ถ้าไม่หยุดทำ มันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ อาจไม่ดีที่สุด แต่ก็อยู่ในมาตรฐาน ภาพรวมก็อยู่กับเพื่อน ๆ ได้ มันก้าวผ่านได้ ถ้าเราให้เวลากับมัน ลงแรงลงเวลากับมันมากพอ อุปสรรคเยอะมากค่ะ เต้น ร้อง การใช้โซเชียลมีเดีย ด้วย เพราะปกติเฌอเป็นคนไม่โพสต์โซเชียลเท่าไหร่ ค่อนข้างน้อยมาก ๆ ก็ต้องมาฝึกโพสต์ และการรับมือกับผู้คนมากมาย หลากหลาย งานจับมือ เราจะคุยกับคนอย่างไร ต้องบอกว่า ทุกอย่าง

“ช่วงต้น ๆ ของเฌอในการเข้าวงการ ในการเป็นไอดอล BNK48 เป็นอะไรที่เป็นประสบการณ์ที่เฌอคิดว่าเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ แล้วก็เป็นแรงกดดัน และเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองด้วยว่า ‘ฉันผ่านมาได้แล้วนะ’ ในช่วงนั้น ไม่ว่าเจออะไรในอนาคต ก็น่าจะผ่านไปได้อีก ถ้าเรามีความอดทน มุมานะ ไม่ย่อท้อ ไม่ต้องคิดมาก ก็ทำลงไปก่อนเลย แล้วก็ใช้เวลากับมันให้เต็มที่ อย่างน้อยก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว”เฌอปรางระบุ และเล่าเพิ่มเติมว่า โอกาสและสิ่งที่ได้รับมาในตอนนั้น รู้สึกเป็นแรงกัดดัน และตัวเองก็กดดันตัวเองเข้าไปอีก ว่าเขาเลือกเรามาแล้ว เขาเลือกเราเป็น 30 คนสุดท้าย ให้เข้าเป็นรุ่นที่ 1 ถือว่าเราผ่านด่านมาได้พอสมควรแล้วจากพันกว่าคน

“ลองดูสักตั้ง น่าจะทำได้นะทั้งสองอย่าง เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย” เฌอเล่าว่าเป็นความคิดและความตั้งใจในขณะนั้น และเป็นความชอบของตัวเอง นั่นคือความชอบไอดอล “เราชอบวง AKB48 เป็นความอยากรู้ เราอยากรู้ ก็เลยลองทำมันดู” เฌอระบุถึงการเป็นส่วนหนึ่งของวง BNK48

ส่วนปัญหาและอุปสรรค เฌอกล่าวว่า “ทักษะทุกอย่างในวงการบันเทิง เป็นปัญหาและอุปสรรคสำหรับเฌอ แต่เฌอก็รู้สึกว่าเราก็ลองทำแล้วกัน ก็กลายเป็นทำได้ดี ได้เรียนรู้ ใช้คำพูดผิดบ้างในตอนสัมภาษณ์ ภาษากายดูไม่ดี หรือทำอะไรที่เราไม่ทันคิดก็มี ก็ต้องปรับปรุง แก้ไข แล้วก็รับฟีดแบ็คจากทางคุณครู เพื่อน ๆ จากคนที่คอยดูพวกเรา บางทีก็จากแฟน ๆ ด้วย”

เฌอปรางเล่าถึงการรับมือกับอุปสรรคว่า เฌอก็บอกไม่ได้เหมือนกัน ว่าเวลารู้สึกไม่ดี เฌอจะผ่านมันไปได้ยังไง นอกจากรักตัวเอง ขอบคุณตัวเองที่ผ่านช่วงเวลาต่างๆมาได้ และยังมีคนที่คอยดูพวกเราอยู่ ดูเฌออยู่ ยังมีคนที่รักเฌออยู่ ยังมีหลายคนที่หวังดีอยู่แล้วก็ก้าวเดินต่อไป

“เฌอก็เคยถึงจุดที่คิดว่าเหนื่อยขนาดนี้ทำไม จะอยู่ทำไมนะ ถึงหายไปคงไม่เป็นอะไรมั้ง เค้าก็คงก้าวต่อไปกันได้อยู่ดีในอนาคต แต่สุดท้ายก็ อ่ะ ไม่คิดอะไรล่ะ หรือคิดมากจนนอนไม่หลับ คิดทั้งคืน คิดวนไป คิด คิด คิด แค่ไม่เอาตัวเองไปทำอะไร แค่ปล่อยให้ตัวเองคิด บางทีก็นอนซะ ออกกำลังกาย นอนแล้วตื่นเช้ามาแล้ว บอกว่า วันนี้ช่างมัน แล้วก็หลับ แล้ววันใหม่ค่อยว่ากัน”
เฌอเล่าถึงวิธีจัดการกับความรู้สึกในแบบของตัวเอง


>>> เคล็ดลับในการเป็นเซ็นเตอร์ หรือติดเซ็มบัตสึทุกซิงเกิล

เมื่อถามว่ามีเคล็ดลับอะไรถึงติดเซ็มบัตสึทุกซิงเกิล เฌอปรางตอบว่า การที่ติดเซ็มบัตสึมาโดยตลอดทุกซิงเกิล ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเฌอคนเดียว เป็นทางผู้ใหญ่ที่มองเห็นศักยภาพของเรา

“เฌอก็ต้องขอขอบคุณมาก ๆ ที่มองเห็นอะไรบางอย่าง เฌอก็ไม่แน่ใจว่าอะไรบ้าง แต่ก็คงเป็นความไม่ท้อง่ายๆ ความอดทนสูง ความพยายาม ที่เฌอก็ทำไปโดยที่ไม่คิดอะไร ก็แค่พยายามทำๆๆๆ ก็ขอบคุณที่การพยายามทำของเฌอมันพอจะเห็นผลลัพธ์บางอย่าง หรือเห็นความเปลี่ยนแปลงในทักษะว่าเออมันดีขึ้นนะในช่วงระยะเวลาหนึ่ง” เฌอปรางระบุและเพิ่มเติมว่า บุคลิกท่าทางก็อาจจะมีผล แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ซึ่งสุดท้าย ทางผู้บริหารเลือกให้เป็นกัปตันวง เราก็ต้องทำให้ดี ซึ่งนั่นก็คงนับว่ามีส่วนในตำแหน่งที่เขาเลือกให้มาทำ พอเป็นเซ็มบัตสึ การถูกโปรโมท ให้ทำนั่น ทำนี่ ก็คงมีส่วนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากนั้น ก็คือแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุน เพราะมีซิงเกิลที่แฟน ๆ เลือกเข้ามา โหวตเข้ามา ซึ่งก็ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ

“ขอบคุณมาก ๆ ที่ทำให้เฌอติดอยู่ในซิงเกิล จนถึงขั้นไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นได้ ก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้น ประหลาดใจ และไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่าจะมีโอกาสทำแบบนี้ จากที่เราเป็นเพียงคนที่ชื่นชอบ AKB48 แต่ได้เข้าไปอยู่ ได้เข้าไปเจอ ไอดอลที่เราชอบด้วย ได้ไปเจอคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกอย่าง ได้ไปเจอเขาเพราะแฟน ๆ ส่งให้เราไป รู้สึกเป็นแรงผลักดันให้เฌอก้าวต่อไป ไม่ยอมแพ้กับมันง่ายๆ” เฌอกล่าวขอบคุณแฟน ๆ ที่สนับสนุน ส่วนเคล็ดลับอื่น ๆ เฌอไม่รู้จริง ๆ แต่เฌอก็พยายามดูแลตัวเอง

“เฌอทำงานตรงนี้ต้องดูแลตัวเอง รักษารูปร่าง ร่างกายเราให้พร้อมเสมอ ความแข็งแรง การออกกำลังกายที่ทำให้เราสามารถไปเต้น ร้อง ได้ ถ้าแข็งแรงก็ร้องเพลงได้ดีขึ้นด้วย ผิวพรรณ รูปร่างหน้าตา การทำผม การดูแลผิว เฌอรู้สึกว่าเฌอมีทักษะในการดูแลตัวเองเยอะขึ้นมาก ทักษะการแต่งหน้าเพิ่มขึ้นมาแบบมหาศาลมาก สกิลการแต่งหน้าคนละสกิลกับเมื่อก่อนเลย ก็อาจมีส่วน เพราะต้องแต่งหน้าทำผมเองในบางครั้งที่จะออกอีเวนท์ ออกงาน”
เฌอระบุถึงสิ่งที่อาจเป็นเคล็ดลับสำคัญ

เมื่อถามว่าการติดเซ็มบัตสึเป็นแรงกดดันไหม

เฌอปรางกล่าวว่า เรียกว่าเป็นแรงผลักดันดีกว่าค่ะ มันไม่ได้กดเรา แต่ผลักเรา ผลักให้เฌอทำนู่นทำนี่ ผลักให้เฌอดูแลตัวเอง ทั้งผม ผิว ดูแลรูปร่าง ดังนั้น เป็นแรงผลักดัน ด้วยการงาน ด้วยแฟนๆ ด้วยแรงขับเคลื่อนทั้งหมดที่พูดถึง ก็เลยเป็นแรงผลักดันให้เฌอไม่ขี้เกียจในการดูแลตัวเอง

เฌอปรางฝากถึงสมาชิกหรือเมมเบอร์ที่อยากเป็นเซ็มบัตสึหรือเซ็นเตอร์ โดยเซ็นเตอร์ ขึ้นอยู่กับแต่ละเพลง ขึ้นอยู่กับทางผู้ใหญ่ ขึ้นอยู่กับแต่ละเงื่อนไข แต่ละซิงเกิลว่าจะถูกเลือกโดยใครบ้าง โดยอะไรบ้าง บางครั้งก็ลือกด้วยการเป่ายิงฉุบ เซ็นเตอร์ก็โชคดีมาก ๆ หรือเหมาะสมตามเพลง ตามที่ผู้ใหญ่มองเห็น


>>> สู้ ๆ นะรุ่นน้อง พยายามให้ดีที่สุด

ส่วนการเป็นเซ็มบัตสึหรือ 1 ใน 16 คนนั้น เฌอปรางกล่าวว่า มาถึงจุดหนึ่งก็ต้องบอกว่า รุ่นเรา มีแค่ 16 ที่ แต่ละซิงเกิลส่วนใหญ่ ณ ขณะนี้ ของพวกเราจะมี 16 ตำแหน่ง สำหรับน้อง ๆ ในอนาคตก็ขอให้เป็นตัวของตัวเองที่สุด ชัดเจนในสิ่งที่เราอยากทำ มีความสุข รักษาจิตใจที่แข็งแรง เป็นแรงใจที่ดีให้กับแฟน ๆ ความเป็นแต่ละคนที่ผู้ใหญ่เขาจะเลือกไม่รู้จะเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วก็คือตัวตนที่แต่ละคนเป็นและทำมาจริง ๆ

“จะพูดยังไงดี สู้ ๆ ค่ะ ก็พยายามให้ดีที่สุด หลาย ๆ คนต้องใช้เวลามากกว่ารุ่นพวกเฌอ รุ่น 1 แน่ๆ รุ่น 3 รุ่น 4 รุ่น 5 อาจต้องใช้เวลาเยอะกว่าจะได้ถึงจุดนั้น กว่าจะได้อออกสื่อ กว่าจะได้อยู่มในเอ็มวี เป็นเซ็มบัตสึ หรือเป็นเซ็นเตอร์ ต้องใช้เวลาเยอะกว่าพวกเรามาก ๆ ก็อยากให้อดทน พยายาม ไม่ย่อท้อ แล้วก็ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และมีทัศนคติที่ดี”

“สู้ ๆ นะ เป็นอะไรที่เฌอบอกน้อง ๆ รุ่น 3 ตลอด สู้ ๆ นะ เป็นกำลังใจให้ แม้อาจจะไม่ได้เป็นเซ็มบัตสึหรือเซ็นเตอร์ อย่างที่หวัง แต่พวกเธอจะไม่เสียดายเวลาที่ผ่านไปแน่ ๆ และไม่เสียดายเวลาที่กำลังใช้อยู่ ที่จะก้าวต่อไปในอนาคต” คือคำกล่าวให้กำลังใจที่เข้มแข็งสมเป็น ‘แคปเฌอ’ กัปตันคนเก่งแห่ง BNK48


กำลังโหลดความคิดเห็น...