xs
xsm
sm
md
lg

“หมอมนูญ” แนะไทยปูพรมฉีด “แอสตร้าเซนเนก้า” ให้ทุกคน 1 เข็ม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ก่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ แนะรัฐเลียนแบบอังกฤษ ฉีด “แอสตร้าเซนเนก้า” 1 เข็มให้ทุกคนก่อนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันและมีประสิทธิภาพครอบคลุมสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่อาจหลบหลีกภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีนปัจจุบัน

วันนี้ (9 พ.ค.) เพจ “หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC” หรือ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับวัคซีนแบบฉีดเข็มเดียวตัวที่ 2 ของโลกชื่อสปุตนิกไลท์ หลังได้รับการอนุมัติจากประเทศรัสเซีย มีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ได้ 79.4%

ทั้งนี้ หมอมนูญได้ระบุข้อความว่า วัคซีนของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็นวัคซีนตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองให้ฉีดเข็มเดียว มีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ได้ 66%

วัคซีนสปุตนิกไลท์ของรัสเซีย บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันของสหรัฐอเมริกา และบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าของอังกฤษ ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน โดยอาศัยอะดีโนไวรัสเป็นพาหะนำสารพันธุกรรมที่ตัดต่อเอาเฉพาะส่วนที่จะถอดรหัสเป็นหนามของไวรัสโควิด-19 เข้าไปในเซลล์ของมนุษย์เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา

วัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าหลังฉีดเข็มแรก 4 สัปดาห์ป้องกันโรคโควิด-19 ได้ 76% หลังให้ 2 โดสป้องกันได้ 81% เมื่อเทียบดูประสิทธิภาพแล้ว วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าสามารถนำมาใช้เป็นวัคซีนที่ให้เข็มเดียวจบ เหมือนกับวัคซีนของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันและสปุตนิกไลท์ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ สหราชอาณาจักรใช้วัคซีนบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลัก หลังจากให้วัคซีนนี้ทุกคนเข็มแรกจำนวนคนอังกฤษติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เราควรทำตามประเทศอังกฤษ ปูพรมฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าทุกคนเข็มเดียวก่อน (คนไทยอายุ 18 ปี ขึ้นไป 57 ล้านคน แรงงานต่างด้าวและคนต่างชาติอาศัยในประเทศไทยอีก 4 ล้านคน) คนที่ได้วัคซีนบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเข็มเดียวไม่ต้องกังวล เพราะปีหน้าจะต้องได้วัคซีนรุ่นใหม่เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันและมีประสิทธิภาพครอบคลุมสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่อาจหลบหลีกภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีนปัจจุบัน การให้วัคซีนต้องแข่งกับเวลา ถ้าประเทศไทยใช้นโยบายฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าทุกคนเข็มเดียว นอกจากประหยัดทั้งงบประมาณในการสั่งซื้อวัคซีนแล้ว ยังช่วยทำให้คนในประเทศเกิดภูมิคุ้มกันหมู่เร็วขึ้น

ไม่จำเป็นต้องจัดหาวัคซีน 150-200 ล้านโดสปีนี้เผื่อสำรองเก็บไว้สำหรับปีหน้า เป็นที่ทราบกันดีวัคซีนปีนี้มีประสิทธิภาพต่ำกับเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ บราซิล และอินเดียที่อาจระบาดไปทั่วโลก ประเทศไทยต้องมองไปข้างหน้าเตรียมจัดซื้อและผลิตวัคซีนรุ่นใหม่สำหรับปีต่อไปแต่เนิ่นๆ

กำลังโหลดความคิดเห็น...