xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิ” พูดตรง จบที่ “ปฏิวัติ” ?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สนธิ” เสนอทางออกเดียวคือ “ปฏิวัติ” แล้วถวายอำนาจคืนให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทันที เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ที่ไร้ทหารเกี่ยวข้อง ลุยงานแก้เศรษฐกิจ-ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่แฟร์กับทุกฝ่าย



วันที่ 27 ตุลาคม 2563 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่อง “นิวส์วัน”

โดย นายสนธิ กล่าวในช่วงนึงว่า สำหรับตนการปฏิวัติไม่ใช่ความเลวร้าย ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญให้ทุกคนมีส่วนร่วม ให้เป็นรัฐธรรมนูญที่แฟร์ ต้องมีรัฐบาลแห่งชาติที่ไม่ขึ้นกับใครเลย

ใครก็ตามที่คิดปฏิวัติ อย่าทำพลาดแบบ คสช. ที่ยึดอำนาจเข้าตัวเอง แล้วต่อยอดอำนาจ แต่ต้องเข้ามาแล้วเอาความสงบเข้าสู่บ้านเมือง ด้วยการรีบถวายอำนาจนี้คืนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตนเชื่อว่า พระองค์ไม่ใช้อำนาจนี้หรอก โดยพระองค์จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมาทันที

รัฐบาลแห่งชาติมีหน้าที่ 2 ประการ คือ 1. หาทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 2. รีบดำเนินการทางการเมือง ด้วยการเอาทุกฝ่ายเข้ามา เพื่อร่วมร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ มาคุยกันว่าเราจะอยู่กันอย่างไร ให้เวลา 2 ปี เอาคนจากทุกพรรคมาเป็นรัฐมนตรี แต่ต้องไม่มีคนชื่อ มีชัย ฤชุพันธุ์ และ วิษณุ เครืองาม เข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้จะเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งต่อการร่างรัฐธรรมนูญใหม่

นายสนธิ กล่าวอีกว่า เราต้องมาตกลงกันก่อน ว่าจะอยู่กันยังไง ร่างหลักการปกครองออกมาสัก 20 ข้อ แล้วไปทำประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ พอเป็นรูปเป็นร่าง ถึงค่อยร่างรัฐธรรมนูญเพื่อล้อกับหลักการปกครองต่างๆ เหล่านี้

เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประวิตร ปฏิวัติตัวเอง ได้หรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า ปฏิวัติตัวเองยิ่งฉิบหาย รัฐบาลแห่งชาติต้องไม่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องเลย คสช. ถึงเวลากลับบ้านได้แล้ว

“ยึดอำนาจ ถวายอำนาจให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วกลับกรมกอง พระองค์ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โอนอำนาจให้รัฐบาลแห่งชาติไปเลย ผมไม่อยากพูดว่านี่เป็นแนวทางหนึ่ง แต่เป็นแนวทางเดียว ตอนแรกคนคงต่อต้านเยอะ แต่เมื่อโอนอำนาจทั้งหมดให้รัฐบาลแห่งชาติ คนก็ไม่ติดใจว่าสืบทอดอำนาจ” นายสนธิ ระบุ

คำต่อคำ คนเคาะข่าว [28 ต.ค.63] : "สนธิ" พูดตรง จบที่ปฏิวัติ?


นพรัฐ- ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ "คนเคาะข่าว" ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2533 รายการของเราในวันนี้เป็นการสัมภาษณ์พิเศษผู้ที่มีความอาวุโสในวงการสื่อสารมวลชน แต่ขณะนี้ก็ยังเป็นเซเลบที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับว่าเป็นเบอร์หนึ่ง ไม่มีสอง อยู่ในวงการ ยิ่งเวลานี้บ้านเมืองที่เข้าสู่สถานการณ์ตึงเครียดจากการขัดแย้งทางการเมือง ความคิดเห็นของท่านผู้นี้จึงเป็นที่รอคอย ขอเชิญท่านไปพบกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล "ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง" สวัสดีครับ


สนธิ- สวัสดีครับ คุณนพรัฐ


นพรัฐ- ขณะนี้ครับคุณสนธิ เหตุการณ์บ้านเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่สนใจข้อเรียกร้องของกลุ่มม็อบ ไม่ลาออก ขณะเดียวกัน ม็อบก็พัฒนาการชุมนุมรุนแรงมากขึ้น และอีกด้านหนึ่ง ก็มีม็อบของอีกฝ่ายหนึ่งมาต่อต้านม็อบคณะราษฎรใหม่ หรือม็อบสามนิ้ว คุณสนธิมองว่าหลังจากนี้สถานการณ์จะพัฒนาไปแบบไหนครับ ?


สนธิ- ถ้าผมพูดกับคุณนพรัฐตรงไปตรงมา ก็อาจจะสะเทือนความรู้สึกคนเหมือนกัน ผมว่าตอนนี้เงื่อนไขการยึดอำนาจ ปฏิวัติ ค่อนข้างจะเกือบสมบูรณ์แล้ว 90 กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว ผมมองการชุมนุมครั้งนี้ ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือว่า เด็กที่ออกมาชุมนุมถูกออกแบบโดยคนที่บงการอยู่เบื้องหลัง เด็กๆ เป็นเครื่องมือ ถึงแม้ว่าจะมีการออกเฟซบุ๊ก ออกมาบอกว่าเด็กคิดเอง เขาสามารถที่จะตัดสินใจได้เอง แต่ว่าเด็กถูกโปรแกรมเอาไว้ ให้ไปอย่างโน้น ให้ไปอย่างนี้ และผมดูการชุมนุมมาตั้งแต่ต้นแล้ว ผมฟันธงได้เลย เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องเล็ก เรื่องล้มสถาบันกษัตริย์ นี่เรื่องใหญ่ นั่นคือเป้าที่ตั้งไว้ เป้าที่คุณสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คุณปวิน ชัชชวาลพงศ์พันธ์ ตั้งเป้าเอาไว้ ต้องการที่จะทำลายความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อสถาบันกษัตริย์


คุณจะสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า การใช้วาจา หยาบคาย ก้าวร้าว เมื่อวานนี้ ... ผมคิดว่าคุณนพรัฐคงจะถามผมเรื่องนี้ด้วย เมื่อวานนี้จะเห็นได้ชัดว่าการชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนี โดยส่วนตัวผมรับไม่ได้จริงๆ กับการใช้วาจาของเด็ก และอีกหลายๆ เรื่องที่มีเป็นเหตุการณ์ ทั้งการชูป้ายโน่นนี่นั่น ตามการชุมนุมต่างๆ คุณจะเห็นได้ชัดว่าการเริ่มต้นของกระบวนการนี้ เริ่มเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


นพรัฐ- ในเรื่องของการนำเสนอเรื่อง พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์


สนธิ- ก็นี่ไง คุณมองย้อนหลัง หลังจากนั้นก็คือ 10 ข้อ แล้ว 10 ข้อนั้นหายไปอีกที วันที่ 19 สิงหาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยแกนนำการชุมนุมครั้งนั้นคือ นายฟอร์ด เขาไม่ให้เพนกวินหรือคุณรุ้ง พวกนี้ขึ้น มันก็เลยทำให้คนเข้าใจว่า เรื่องการล้มสถาบัน หรือการขอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อนั้น หายไปแล้ว ไม่ได้หาย คุณสังเกตสิ กลับมา และแรงกว่าเก่า แรงกว่าเก่าเลย ทีนี้ผมก็เลยมองว่า ตรงนี้มันทำให้เกิดปรากฏการณ์คนที่รักสถาบันฯ ทนไม่ไหวกับการก้าวร้าวแบบนั้น เมื่อทนไม่ไหวแล้วก็เลยต้องมีการรวมตัวกัน ก็เลยมีแกนนำกันเลอะเทอะไปหมดเลยตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือที่เขาเรียกกันว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ คุณหมอวรงค์ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ โผล่หน้ามานิดหนึ่ง แล้วก็คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ไม่ได้โผล่หน้า แต่อยู่เบื้องหลัง ไปจนถึงคุณหมอเหรียญทอง แต่ทีนี้ มันไม่มีเอกภาพในการนำ รวมไปจนถึงนิติธร ล้ำเหลือ นกเขา ปรากฏว่าต่างฝ่ายต่างแย่งซีนกัน คืออยากเป็นแกนนำ แต่ที่สำคัญคือ พลังไม่มี


นพรัฐ- เพราะหลอมรวมเป็นก้อนเดียวกันไม่ได้


สนธิ- ไม่ได้ เพราะแต่ละคนมีความเป็นอีโก้จัด มีอัตตาสูงมากแต่ละคน ก็เลยทำให้ลักษณะการแสดงออกที่เป็นพลังไม่ค่อยมี ถึงจะมีคนที่มีความบริสุทธิ์ใจที่เข้ามาร่วมชุมนุมด้วย ประชาชนโดยทั่วไป แม้กระทั่งอดีตพันธมิตรฯ หลายๆ คนที่เขาทนไม่ไหว ก็ออกมา แต่เนื่องจากว่ามันสะเปะสะปะมาก มันเหมือนทรายที่กระจายบนถาด ไม่มีใครเอามารวมเข้าเป็นก้อน ผมคิดว่าใครก็ตามถ้าสามารถจะเอาพลังเงียบ หรือพลังที่ต้องการออกมาปกป้องสถาบันกษัตริย์ ให้เป็นกลุ่มเป็นก้อนได้ สมมุติ ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ เอาล่ะ เด็กจะชุมนุมกันที สมมุติว่าราชประสงค์ คนก็เต็มราชประสงค์ แต่ทำได้ไหม คนที่รักสถาบันฯ และต้องการจะปกป้องสถาบันฯ สามารถจะระดมคน แล้วให้คนเห็นด้วย ช็อตเดียวเลย ไม่ต้องหลายวัน วันเดียวพอ แต่ยาวเหยียดเลย ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่หน้าพระบรมรูปทรงม้า ยาวไปจนถึงถนนราชดำเนินนอก ยาวเหยียดเลย คือมองแบบสุดลูกหูลูกตาเลย แล้วข้างๆ ก็เต็มไปหมด แต่การแสดงออกเช่นนี้ คนที่นำและกลุ่มคนที่ออกมาต้องมีขันติธรรม ขันติธรรมเท่านั้น ถึงจะชนะได้ ไม่ใช่ออกมาเพื่อไล่บี้เด็ก ไม่ใช่ออกมาเพื่อไปตบหน้าเด็ก หรือว่าเขกกบาลเด็ก เพราะคุณนพรัฐเคยออกรายการแล้ว ผมจำได้ เวลาคุณทะเลาะกับเด็ก คุณแพ้เด็ก ถึงคุณชนะ เขาก็จะบอกว่าคุณรังแกเด็ก คนพวกนี้ เด็กพวกนี้ ถูกโปรแกรมเอาไว้ เอะอะอะไรก็บอกว่าต้อง 10 ข้อ โน่นนี่นั่น คือพูดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในทางที่หยาบคายมาก จนกระทั่งผมเกิดมาเป็นตัวเป็นตน ปีนี้อายุ 73 แล้ว ยังไม่เคยเจอประสบพบเห็นแบบนี้ แล้วผมก็ไม่เคยเห็นด้วยนะในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสวีเดน เดนมาร์ก อังกฤษ


นพรัฐ- ที่มีสถาบันกษัตริย์


สนธิ- ญี่ปุ่น ที่มีสถาบัน ไม่มีใครหยาบคายและสถุลเหมือนเด็กพวกนี้ ผมก็เลยมีความประหลาดใจ ผมไม่ประหลาดใจ เพราะผมเห็นวิธีการในการที่เขาจัดการบริหารให้คนพวกนี้ออกมา แล้วไปในทิศทางเดียวกัน ผมเชื่อว่าในเด็กที่ออกมานี้ มีอยู่จำนวนหนึ่ง ที่ไม่น้อยเลย ที่เฉยๆ กับเรื่องนี้ ไม่เห็นด้วย แล้วปรากฏว่ามีชุดภาษา คนที่ใช้ชุดภาษาพวกนี้ก็บอกว่า ไหน ใครบอกว่าจะล้มล้างกษัตริย์ เขาไม่ได้ล้มล้าง เขาปฏิรูป ในคำพูดปฏิรูป มีตรงไหนบ้างที่ล้มล้าง


นพรัฐ- เขาอ้างอย่างนี้


สนธิ- เขาอ้างอย่างนี้ แต่คนที่อ้างอย่างนี้ ผมเรียกว่าเป็นคนสมองหมาปัญญาควาย ทำไมผมพูดอย่างนั้น ?


นพรัฐ- เพราะอะไรครับ


สนธิ- มันจะยกเลิกมาตรา 6 ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ปฏิรูป คือทุกคนมีสิทธิ์จะวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์ได้ ทีนี้ กษัตริย์ ไม่ใช่คุณกับผมนี่ ใครมาหมิ่นประมาทผม ผมเดินขึ้นศาล ฟ้องศาลได้ แล้วถ้าคนมาด่ากษัตริย์อยู่ประมาณสักแสนคน หรือหมื่นคน คุณจะให้กษัตริย์ทำอย่างไร ? ขึ้นฟ้องศาล แสนคดี หมื่นคดีเหรอ ? ญี่ปุ่นก็ทำไม่ได้ อังกฤษก็ทำไมได้ สวีเดน เดนมาร์ก ก็ทำไม่ได้ สเปน ซึ่งมีกษัตริย์ตอนนี้ ก็ทำไม่ได้ เขาจึงต้องมีกฎหมายปกป้อง หรือแม้กระทั่งประเทศที่มีประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกา ก็ทำไม่ได้ ใครจะมายืนด่าโคตรพ่อโคตรแม่นายทรัมป์ ที่หน้าไวท์เฮาส์ (ขอโทษนะครับ) Fuck you เขาถือว่าละเมิด เขาก็จับ แล้วทำไมเมืองไทยถึงเสรีอย่างนี้ คุณเข้าใจหรือยัง ? เด็กพวกนี้มันไม่เข้าใจ มันไม่รู้ มันรู้แต่ว่า ... ทั้งหมดนี้ ผมไม่ตำหนิใคร ผมตำหนิคนอยู่ 2 คน คนแรกคือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คนที่สองคือ ปวิน ชัชชวาลพงศ์พันธ์


นพรัฐ- ซึ่งทั้งสองคนก็ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ


สนธิ- ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ


นพรัฐ- ฝรั่งเศส กับญี่ปุ่น


สนธิ- คนพวกนี้เป็นคนที่วางหมากเอาไว้ให้เด็กเดิน แล้วก็ยังมีเครือข่าย ยังมีเครือข่ายอีกมากเลยนะ พวกสมศักดิ์ ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ คือเจตนารมณ์และขบวนการล้มเจ้า ไม่ใช่เพิ่งมี คุณนพรัฐ มีมานานแล้ว


นพรัฐ- ช่วงนี้เป็นช่วงที่เปิดหน้าอย่างเต็มที่


สนธิ- ช่วงนี้เป็นช่วงที่เปิดหน้าอย่างเต็มที่ ก็เพราะมันผสมความแค้นของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คุณปิยบุตร แสงกนกกุล และคุณพรรณิการ์ วานิช เพราะอะไร ? พวกนี้แค้นเพราะว่าเดิมทีพวกนี้หวังที่จะเอาพรรคอนาคตใหม่เข้ามาเล่นทางการเมือง แล้วจะใช้คนรุ่นใหม่สนับสนุน ซึ่งไปได้ดี และผมเห็นด้วย แต่ว่าพวกนี้ยะโสโอหังมมังการ ไม่ได้คำนึงถึงหลุมพราง กับดักที่พวกเขี้ยวลากดิน นักการเมืองเก่าๆ เขาวางกับดักเอาไว้ให้คุณ ไม่ว่าจะในเรื่องการประชุมพรรค ไม่ว่าเรื่องเงินกู้ ไม่ว่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ จนในที่สุด กกต. มีมติสั่งให้ยุบพรรค นี่คือความแค้นส่วนตัวของคุณธนาธร คุณปิยบุตร


นพรัฐ- ยิ่ง กกต. แจ้งคดีอาญาด้วยเมื่อวานนี้ ก็ยิ่งเร่งไฟ


สนธิ- ถูกต้อง เร่งไฟ แต่ กกต. ก็น่าที่จะได้สัญญาณมาว่าเล่นคดีอาญาไปสักคดีได้ไหม


นพรัฐ- เพราะว่าดึงเอาไว้นาน


สนธิ- ดึงเอาไว้นาน ผมก็เลยมองว่าตอนนี้การต่อสู้จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้นๆ แต่ผมสังเกตอย่างหนึ่ง ทุกครั้งเวลามีการชุมนุม เขาบอกคนมาเยอะ ไม่น้อยนะ เยอะ


นพรัฐ- ยอมรับนะครับว่าเยอะ ?


สนธิ- แต่เท่าเดิมหมด จะเป็นที่ราชประสงค์ จะเป็นที่โน่น จะเป็นที่นี่ เท่าเดิม เยอะ แต่เยอะเท่าเดิม


นพรัฐ- แสดงว่าเรียกคนเพิ่มไม่ได้ ?


สนธิ- ไม่ได้แล้ว เรียกคนเพิ่มไม่ได้


นพรัฐ- ได้เพียงฮาร์ดคอร์กลุ่มนี้ล่ะ


สนธิ- แล้วที่น่าสนใจอย่างหนึ่งนะคุณนพรัฐ ผมดูแล้ว ไปๆ มาๆ อ้าว เด็กมันไม่ได้สนใจเรื่องแก้รัฐธรรมนูญนะวันนี้ สังเกตไหม คุณสุวิทย์ ทองประเสริฐ ไปนั่งเก้อเลยหน้าสภา เก็งผิด


นพรัฐ- คิดว่าจะไปป้องกันสภาให้


สนธิ- วัตถุประสงค์ก็คือการล้มสถาบัน เพราะวันนี้คู่กรณีกลายเป็นเด็กกับสถาบันกษัตริย์ คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพวก อยู่นอกวงแล้ว เห็นหรือยัง เริ่มชัดเจนแล้วใช่ไหม ? ก็เลยจะทำให้สถาบันกษัตริย์อาจจะจำเป็นต้องพึ่งรัฐบาลมากขึ้น ใช่ไหม หรือถ้าผมจะพูดอย่างน่าเกลียดหน่อย ก็คือว่า คุณประยุทธ์ และรัฐบาลชุดนี้ เอาสถาบันกษัตริย์เป็นตัวประกัน ให้มาชนกับเด็ก เพราะผมสังเกตนะ เด็ก เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญกลายเป็นเรื่องเล็กไปแล้ว กลายเป็นข้อที่ 3 ก็คือปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งการปฏิรูป เงื่อนไขการปฏิรูปแต่ละข้อ ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างข้อแรกก็ผิดแล้ว ยกตัวอย่างแค่ข้อแรกก็ผิด เป็นไปได้อย่างไร


แล้วหลายๆ อย่างผมกำลังเสียใจ กรณีที่รัชกาลที่ 10 พระองค์ท่านไม่ให้ดำเนินคดี 112 กับประชาชน สังเกตไหม เรื่องนี้น่าจะเป็นพระราชดำรัสภายในส่งมาที่รัฐบาล แต่รัฐบาลต้องการที่จะโฆษณาชวนเชื่อ ก็ประกาศออกไป จริงๆ เรื่องนี้ไม่ต้องประกาศเลยแม้แต่นิดเดียว ปล่อยอย่างนั้นไปเลย เป็นพระมหากรุณาธิคุณ นึกออกไหมครับ แล้วอีกอย่างหนึ่ง เรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ แล้วก็มาเพิ่มพระราชอำนาจทีหลัง จำได้ไหมครับ ? คุณนพรัฐ คิดดูให้ดีๆ จริงๆ เรื่องการเพิ่มพระราชอำนาจเป็นเรื่องของผู้สำเร็จราชการ ไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรเลย ถ้าดูให้ดีๆ แล้ว รัฐบาลผิดพลาด ก่อนที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ คุณมีชัย ผิดพลาด ทำไมไม่ถามเขาก่อน


อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการที่ฝ่ายพรรคก้าวไกล หรือพรรคอนาคตใหม่ บอกว่าท่านใช้พระราชอำนาจโยกย้ายทหาร เมื่อผมเป็นคนที่วิเคราะห์การจัดตั้งทหาร แล้วผมรู้ทันทีเลยว่าหน่วยทหารที่พระองค์ท่านทรงโยกย้ายไป คือหน่วยทหารที่ปฏิวัติได้ ย้ายเข้าไปอยู่ในส่วนพระองค์ เพราะพระองค์ท่านไม่ต้องการให้ทหารที่มีอำนาจ แล้วใช้ทหารพวกนี้มาปฏิวัติ แล้วก็ไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อขอโปรดเกล้าฯ เหมือนทุกครั้ง


ประเด็นต่างๆ เหล่านี้มันมีที่มาที่ไป แต่วันนี้ ...


นพรัฐ- คุณสนธิ มองว่าสถานการณ์วันนี้ถ้าจะระงับด้วยสันติ ก็คือกลุ่มที่ปกป้องสถาบันจะต้อง ...


สนธิ- มีขันติธรรม


นพรัฐ- มีขันติธรรม และจะต้องออกมาอย่างมีพลัง


สนธิ- ต้องให้ม็อบเด็กเห็นว่ามีประชาชนทั่วประเทศไทยมากเลย มากกว่าพวกคุณเยอะ ผมเชื่อว่าถ้ามีการทำประชามติวันนี้ หรือเดือนหน้า คนที่เอาสถาบันกษัตริย์มี 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วผมคิดว่าวิธีนี้ก็เป็นวิธีหนึ่งนะที่จะทำให้การแพ้-ชนะ เหมือนกับแพ้แบบฉีกกระดาษ แคว่กเลย ไม่ใช่แพ้แบบถ่ายรูป แล้วผมเชื่อว่าชนะ 90 เปอร์เซ็นต์


สมัยหนึ่ง ประเทศอังกฤษมีคนใช้วิธีนี้เหมือนกัน หลังจากมีคนโจมตีสถาบันกษัตริย์เยอะ ราชวงศ์วินด์เซอร์ คุยกับรัฐบาลอังกฤษ แล้วประกาศทำประชามติทั่วประเทศว่าตกลงคนอังกฤษยังต้องการสถาบันกษัตริย์อยู่หรือเปล่า ปรากฏว่า 94 เปอร์เซ็นต์ ต้องการ อีก 6 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องการ จากวันนั้นถึงวันนี้ จบไปเลย ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีจริงๆ แต่ทีนี้พอพวกนี้ หรือคุณปวิน นายปวิน หรือนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คือสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เขาจะมีเครือข่ายอาจารย์ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เสียชีวิตไปแล้ว ทางเชียงใหม่ก็มี คุณนิธิ เอียวศรีวงศ์ หลายๆ คน คุณธเนศ ที่เชียงใหม่ คือแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีอยู่กลุ่มหนึ่งๆๆ ซึ่งจะเป็นคนที่ไม่เอาสถาบันกษัตริย์ เครือข่ายพวกนี้มี สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สอนหนังสืออยู่ธรรมศาสตร์กี่ปีแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่า การนี้ สมศักดิ์ ปวิน และคนที่อยู่เบื้องหลังเด็กพวกนี้ ต้องการทำลายความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อสถาบันกษัตริย์


สมศักดิ์ เคียดแค้นมากเรื่อง 6 ตุลาฯ หาว่าราชวงศ์มีส่วนในการฆ่าประชาชน รวมทั้งอาจารย์เพื่อนของสมศักดิ์ ดร.ธงชัย วินิจกุล ซึ่งสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ก็เคียดแค้น พวกนี้สาบานต่อหน้าพรรคพวก พูดกันในวงกินข้าว กินเหล้า บอกว่าชีวิตนี้ต้องทำลายสถาบันกษัตริย์ให้ได้ นี่ก็เริ่มแล้วไง ขบวนการเริ่มทำลายมาแล้ว ขบวนการเริ่มทำลายตรงไหนรู้ไหม ? ตรงที่วันที่เขายุบพรรคอนาคตใหม่ ก่อนหน้านั้นยังไม่มีนะ ยังไม่รุนแรงอย่างนี้นะ ก่อนหน้านั้นพวกนี้ยังมองเห็นว่าธนาธร อาจจะเป็นตัวแทนเข้าไปในสภาฯ แล้วไปใช้กลไกทางการเมืองเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นมาตรา 1 มาตรา 2 แต่พอคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดนบล็อกด้วยความอหังการมมังการของตัวเอง มันก็เลยทำให้พวกนี้ต้องไปปลุกระดมเด็กแล้ว


นพรัฐ- เปลี่ยนแนวทางไป


สนธิ- เปลี่ยนแนวทางไป


นพรัฐ- แล้วถ้ามีการออกมาของคนเสื้อเหลืองที่คุณสนธิมองว่าจะต้องออกมาอย่างมีพลัง วันนี้ที่เอ่ยชื่อมา 4-5 คน ก็ไม่สามารถที่จะรวมพลังได้ คุณสนธิมองว่าน่าจะเป็นใคร ?


สนธิ- ผมไม่รู้


นพรัฐ- เป็นคุณสนธิได้ไหม ?


สนธิ- ไม่เอา ผมอายุมากแล้ว ผมบาดเจ็บมามากแล้วกับการทำงานให้ชาติบ้านเมือง ผมคิดว่าบทบาทของผมในสถานภาพของคนที่เล่าเรื่องให้ฟัง แล้วก็มีคนเข้าใจผมผิด


นพรัฐ- ว่า ?


สนธิ- คราวที่ผมที่ผมพูดในรายการของผม ผมบอกว่ารัฐบาลต้องถอยก้าวหนึ่ง นอกจากถอยก้าวหนึ่งแล้ว ตกลงแล้วยังต้องปล่อยเด็กๆ ออกมา ปรากฏว่าคนที่ใกล้ชิดกับผม หรือคนที่เคารพผมบอก เอ๊ะ คุณสนธิ เปลี่ยนไปเหรอ ? ทำไมต้องปล่อยพวกนั้น มันทำผิด ผมมองอีกชั้นหนึ่ง ผมมองว่ารัฐบาลต้องเป็นผู้ใหญ่ ต้องมีเมตตา ถ้ารัฐบาลพร้อมถอย รัฐบาลพร้อมจะบอกทุกคนเลยว่า ที่จับไป เดี๋ยวจะปล่อยให้หมด นี่คือการใช้เมตตาธรรม ผสมขันติธรรม แต่พอปล่อยออกมาแล้ว ยังออกมาทำแบบเดิมอีก รัฐบาลมีความชอบธรรมในการปราบหรือยัง ?


นพรัฐ- ครับ มีความชอบธรรม


สนธิ- เห็นไหม นั่นล่ะคือสิ่งที่ผมบอก เหมือนกับเราเลี้ยงลูกน่ะ ผิดครั้งนี้ ให้อภัยก่อน ยกเว้นไป แต่อย่าทำอีกนะ ขอร้อง นี่ไง โดนเข้าใจผิด แต่จริงๆ แล้วนั่นคือหลักเมตตาธรรม


นพรัฐ- แล้วสถานการณ์ในวันนี้ ถ้าเรามองภาพของม็อบสามนิ้ว ภาพรวม ควรที่จะให้อภัย อยู่ในเวลาที่ให้อภัยได้ไหม ?


สนธิ- ผมคิดว่าวันนี้เด็กที่ถูกจับไป ทุกคน ไม่ว่าจะอานนท์ ไม่ว่าจะเป็นเพนกวิน ไม่ว่าจะเป็นรุ้ง ปนัสยา ที่อยู่ในคุก ไม่ได้ประกันตัวน่ะ ปล่อยไป แล้วก็ยกเลิกข้อหาทุกข้อหาให้หมด แล้วบอกว่า พูดชัดเจนนะครับ อย่าทำผิดอีกนะ ถ้าทำผิดอีกครั้งหนึ่งปั๊บ เขาจะกลายเป็นเด็กดื้อแล้ว เหมือนกับครูบอกว่า อย่ากินขนมในห้องนะ ไม่ตี ไม่ตัดคะแนนความประพฤติ ครับ แต่ถ้าเขาทำผิดอีกครั้ง คราวนี้มีสิทธิ์ใช้ไม้เรียวตีแล้ว แล้วไม่มีใครว่า ทุกคนก็จะโมทนาสาธุ ดีแล้วๆ ก็ให้อภัยไปแล้วมันยังไม่ฟัง


เพราะฉะนั้นการใช้กฎหมายลูกเดียวเดินหน้า บางครั้งมันไม่เวิร์ก จุดแรกผมขอให้ ให้อภัยก่อน แล้วบอกทุกคนเลยที่ให้อภัย ไม่ว่าจะเป็นนายไผ่ ดาวดิน ก็ยังมีคดีอยู่ อานนท์ ทุกคน เอาล่ะ รัฐบาลยื่นไป ถอนหมด ออกมา เรียกประชุมบอกว่าผมจะให้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ผมถือว่าเราพูดกันด้วยเหตุด้วยผล คุณมีสิทธิ์ แต่คุณใช้คำหยาบ ถ้าคุณต้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ คุณเสนอวิธีการปฏิรูปมา แล้วมาถกเถียงกัน อะไรมีเหตุผล อะไรไม่มีเหตุผล ถ้าคุณจะเสนอเรื่องกรณีมาตรา 6 ที่ผมเล่าให้ฟัง ทางนี้รับไม่ได้ แล้วคุณไปฟังที่เด็กมันพูดที่หน้าสถานทูตเยอรมนีสิ อย่าว่าแต่หมิ่นสถาบันกษัตริย์เลย ภาษาที่มันพูดกับผม ก็หมิ่นผมแล้ว นึกออกไหมครับ


ทีนี้ ต้องให้เด็กรู้ว่าเวลาเขาให้อภัย เขาให้อภัยแล้ว แต่ถ้าทำผิดอีกครั้ง เขาเอาจริงแล้วนะ แล้วผมเชื่อว่าสังคมทั่วประเทศไทยจะเห็นด้วย และจะเข้าข้างรัฐบาล


นพรัฐ- ครับ ถ้ามองถึงการชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนีเมื่อวานนี้ คุณสนธิ มองว่ามันเป็นการชักศึกเข้าบ้านหรือเปล่า ?


สนธิ- คืออย่างนี้ ผมมองเกม คนที่อยู่เบื้องหลังเด็กอยากให้มีการปราบเด็ก และอยาก ใฝ่ฝันให้มีการปฏิวัติ เพราะว่าเขาก็จะได้เอาต่างชาติเข้ามาทันทีเลย แต่ผมจะเรียนให้ทราบนะว่า ถ้านายโจ ไบเดน ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีแทนนายทรัมป์ เมืองไทยจะลำบาก


นพรัฐ- เพราะอะไรครับ ?


สนธิ- เอ้า นายทรัมป์นี่คุยง่าย นายทรัมป์นี่ ถ้าเรื่องมากนะ เหมือน พล.อ.ประยุทธ์ น่ะ ซื้ออาวุธกับมัน ก็จบ


นพรัฐ- Money Talk


สนธิ- Money Talk โจ ไบเดน นี่นะ เขาเน้นหลักในเรื่องประชาธิปไตย แต่เขาไม่เคยเข้าใจ และเขาไม่ค่อยจะเข้าใจในเรื่องของสถาบันกษัตริย์บ้านเรา โจ ไบเดน มีแนวความคิดว่าถ้าเขาขึ้นเป็นประธานาธิบดีแล้ว แทนที่เขาจะเป็นฮีโร่ โซโลไปคนเดียวเลย เขาจะจับมือกับอียู อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน พวกอียู และจับมือกับแคนาดา จับมือกับอเมริกา จับมือออสเตรเลีย เพื่อตั้งเหมือนกับ สภาประชาธิปไตยของโลก แล้วใช้กลุ่มพวกนี้เป็นบล็อกไปกดดันจีน กดดันประเทศที่ไม่ตอบสนองต่อนโยบายของทางตะวันตก


นพรัฐ- อย่างนี้ ภาพแบบนี้ก็อาจจะย้อนกลับในเรื่องของสงครามเย็นสมัยปี 1970 แบ่งเป็นสองค่าย


สนธิ- ก็เป็นไปได้


นพรัฐ- แล้วไทยจะลำบาก


สนธิ- แต่ผมกลับมองว่า การปฏิวัติไม่ใช่ความเลวร้าย ในวันนี้ คุณนพรัฐตอบผม คุณคิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญในลักษณะที่เขาเถียงกันในสภา จะสำเร็จไหม ?


นพรัฐ- มันติดล็อก


สนธิ- ติดล็อกเยอะมาก วันนี้เขามองแล้วนี่ วันนี้มีคนวิ่งร้อยเมตรกันเต็มเลย ว่าถ้าเกิดสมมุตินายกรัฐมนตรีตู่ลาออก สมมุติ เขาบอกว่าคนที่จะเป็นต่อไปน่าจะเป็นอนุทิน


นพรัฐ- ในระบบ


สนธิ- ในระบบ หรือว่าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


นพรัฐ- คือพวกที่มีชื่อในบัญชี


สนธิ- ก็เป็นไปได้ เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ ท่านก็พูดถูกบางส่วน ท่านบอกว่าท่านทำผิดอะไร ท่านก็ตั้งใจทำงาน แต่ว่าข้อผิดของท่านก็อาจจะมี แต่ไม่ชัดเจนมากนัก ผมมองว่าถ้าคุณจะแก้รัฐธรรมนูญ ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ให้มันเป็นรัฐธรรมนูญที่แฟร์ คุณต้องมีรัฐบาลแห่งชาติที่ไม่ขึ้นอยู่กับใครเลย


นพรัฐ- ก็ต้องมีเหตุการณ์ก่อนหน้านี้


สนธิ- แน่นอน เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่คิดปฏิวัติ อย่าทำพลาดเหมือน คสช. คสช.ปฏิวัติปั๊บ ยึดอำนาจเข้าตัวเอง แล้วก็ต่อยอดอำนาจ


นพรัฐ- ที่เป็นตัวปัญหาทุกวันนี้


สนธิ- ตัวปัญหา ใครก็ตามที่จะเข้ามา แล้วเอาความสงบเข้ามาสู่บ้านเมือง รีบถวายอำนาจนี้คืนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้มา ผมเชื่อว่าพระองค์ท่านไม่ใช้อำนาจนี้หรอก แต่พระองค์ท่านเมื่อรับมาแล้ว พระองค์ท่านจะต้องตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมาทันที รัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งมีทุกฝ่ายเข้ามาร่วม รัฐบาลแห่งชาติ มีหน้าที่ 2 ประการ ประการแรก หาทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ติดชะงัก ให้มันกลับไปในการดำเนินการในทางที่ดี อีกปัญหาหนึ่งคือ รีบดำเนินการทางการเมือง ระดมสมอง เอาทุกฝ่ายเข้ามา แล้วก็มาบอกว่า เรามาร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร ถูกไหม ? ให้เวลาไม่เกิน 2 ปี ผมคิดว่าแฟร์ รัฐบาลแห่งชาติ ก็เอาคุณอนุทิน เข้ามาคนหนึ่ง ประชาธิปัตย์คนหนึ่ง เอาพรรคก้าวไกลเข้ามาคนหนึ่ง เป็นรัฐมนตรี นึกออกไหม ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม แต่คนที่เป็นนายกรัฐมนตรี และทีมนายกรัฐมนตรี จะต้องเน้นหนักไปในด้านเศรษฐกิจเลย ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น ทางการเมืองต้องมีรองนายกฯ ฝ่ายการเมือง คนๆ นี้ทำเรื่องการเมืองอย่างเดียวเลย เดินหน้า ภายใน 2 ปี มีเป้าหมาย แต่ต้องไม่มีคนชื่อ มีชัย ฤชุพันธุ์ หรือวิษณุ เครืองาม เข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้จะเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่


แต่ผมกำลังมองว่า ก่อนที่เราจะร่างรัฐธรรมนูญ ผมเรียนถามคุณนพรัฐ ชีวิตผม ปีนี้ เดือนหน้า 73 แล้ว อีกไม่กี่วันเอง 73 ปีที่ผมเกิดมา ผมยังไม่เคยเห็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับไหน ที่มันร่างตามหลักการปกครองที่เราต้องการ ใช่ไหม ? เราต้องมาตกลงกันก่อนว่า เด็ก มุสลิม พุทธ คนจน คนรวย เราจะอยู่กันอย่างไร หลักการปกครองข้อที่หนึ่ง เราจะอยู่โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โอเคไหม ? สอง เราจะอยู่กันแบบนี้ สาม เราจะอยู่โดยไม่กีดกันในเรื่องการนับถือศาสนา สี่ เราจะอยู่โดยความเท่าเทียมกัน ไม่ใช่คนมีเงินมากกว่ารังแกคนมีเงินน้อยกว่า ก็คือมีทุนแล้วก็ไปเปิดบิ๊กซี เปิดแมคโคร แล้วก็ไปฆ่าโชห่วย นึกออกไหม ?


นพรัฐ- ลดความเหลื่อมล้ำ


สนธิ- ลดความเหลื่อมล้ำไป เราจะอยู่แบบนี้ๆ เราจะอยู่โดยที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี อุตสาหกรรมต้องไม่ทำลายน้ำ ต้องไม่ทำลายอากาศ หลักการการปกครองพวกนี้ร่างมาเถอะ ใช้คณะกรรมการประมาณ 20 คน เอาทุกฝ่ายเข้ามา


นพรัฐ- ถ้าเกิดแบบนี้ได้ มันก็คุ้มกับการที่จะยึด


สนธิ- ก็นี่ไงล่ะ พอมีหลักการปกครองมา 20 ข้อ ตกลงกันแล้วมี 20 ข้อนี้เป็นหลักการ คุณนพรัฐ เอาไปทำประชาพิจารณ์ทุกจังหวัดทันที 77 จังหวัด ไปเลย ระดมคนมา 20 ข้อนี้ โอเคไหม ข้อนี้คุณไม่พอใจ ไม่พอใจตรงไหน คือทำแบบเปิดเผย ตรงไปตรงมา แล้วเอาความเห็นทั้งหมดกลับมารวมศูนย์ แล้วบอกว่าข้อนี้ทุกจังหวัดค้านหมด ต้องการเพิ่มเติมอย่างนี้ เราแก้ไขได้ พอเป็นรูปเป็นร่าง หล่อเบ้าออกมาเสร็จเรียบร้อย ถึงจะร่างรัฐธรรมนูญเพื่อล้อหลักการปกครองต่างๆ เหล่านี้ เห็นหรือยัง


นพรัฐ- ครับ การปฏิวัตินี่ ถ้าคณะเดิม คือ พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร ปฏิวัติตัวเองได้ไหม ?


สนธิ- ไม่ได้ๆ ยิ่งฉิบหายเลยงานนี้ พังทลายหมด เพราะว่าวันนี้ ... รัฐบาลแห่งชาติชุดใหม่ต้องไม่มีทหารเข้ามาเลยนะ ต้องไม่มีทหารเข้ามาเลยนะ


นพรัฐ- ต้องสด


สนธิ- ต้องสด


นพรัฐ- ถือว่าคณะเดิม คสช.นี่ช้ำแล้ว ?


สนธิ- ไม่ๆๆ ถึงเวลาที่จะต้องกลับบ้านแล้ว 6-7 ปี ถือว่านานพอสมควรแล้ว แล้วก็มีผลงานที่ไม่ผ่าน อาจจะคุณประยุทธ์ ผ่านคนเดียวเรื่องโควิด แต่เรื่องอื่นไม่ผ่าน ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงก็ยังมากอยู่ ความยุติธรรม ธรรมรัฐ นิติรัฐ นิติธรรม ไม่มี จนกระทั่งวันนี้คดีนายบอสยังเงียบสนิท ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว นี่ผมยกตัวอย่างข้อหนึ่ง แต่ละข้อๆ ให้ฟัง เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่า ถ้าด้วยวิธีนี้ ต่างชาติก็ทำอะไรเราไม่ได้ เพราะว่าคนที่ยึดอำนาจไป ไม่ได้ยึดอำนาจให้ตัวเอง ถวายคืนให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วตัวเองเปิดเพลงมาร์ชเดินกลับกรม กอง ไปเป็น ผบ.ทบ.เหมือนเดิม ไปเป็นผู้การราบ 11 เหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม พระองค์ท่านเอาอำนาจนี้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แล้วก็โอนอำนาจนี้ให้รัฐบาลแห่งชาติไปเลย พระองค์ท่านก็ไม่เกี่ยวการเมืองแล้ว


นพรัฐ- นี่เป็นแนวทางหนึ่งที่จะยุติปัญหา


สนธิ- ผมไม่อยากจะพูดว่าเป็นแนวทางหนึ่ง แนวทางเดียว ตอนแรกก็จะมีการต่อต้านกันเยอะ แต่พอมีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แล้วโอนอำนาจกลับไปให้รัฐบาลแห่งชาติ


นพรัฐ- คนก็จะไม่ติดใจว่าจะสืบทอดอำนาจ


สนธิ- ถูกต้อง


นพรัฐ- ซึ่งคนไทยนี่แปลกอย่าง คือเหตุการณ์ ... ไม่ใช่เรื่องแปลก คือคนไทยไม่ชอบการสืบทอดอำนาจ จากเหตุการณ์เมื่อปี 35 ที่มี รสช. พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นคณะปฏิวัติ แล้วหลังจากนั้น 1 ปี ก็ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ตัวเองก็มาเป็นนายกรัฐมนตรี จนเกิดเหตุการณ์นองเลือดในพฤษภาทมิฬ ปี 35 ซึ่งเรื่องนี้มันก็มาย้อนถึงวันนี้ ซึ่งมันก็จะคล้ายๆ กัน ในตอนนั้นคุณสนธิก็มีส่วนร่วมอยู่ไม่น้อย ก็คือผมจำได้ว่าคุณสนธิเป็นคนที่พิมพ์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ซึ่งออกมาปีเดียวในขณะนั้น แต่ก็มีชื่อแล้ว ออกมาแจกจ่ายกับผู้ชุมนุมและคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ทั่วไป แจกฟรี วันนั้นคุณสนธิทำเพราะว่าเป็นคนหนึ่งที่ร่วมจะโค่นล้มรัฐบาล พล.อ.สุจินดา หรือเป็นการทำในฐานะจิตวิญญาณของสื่อ ?


สนธิ- สองอย่างผสมกัน ตอนนั้นรุ่น 5 เขามีอำนาจมาก มีอำนาจมากจริงๆ พล.อ.สุจินดา คราประยูร พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล หลายคนนะ พล.อ.อ.สุเทพ เทพรักษ์ แล้วก็ผู้บัญชาการแม่ทัพภาค 1 ไม่ใช่แม่ทัพภาค 1 พล.อ.วิโรจน์ แสงสนิท แล้วก็ใครอีกคนหนุนภักดี


นพรัฐ- ชัยณรงค์


สนธิ- ชัยณรงค์ หนุนภักดี เขาบล็อกหมดเลยนะ ข่าวสาร ทุกคน ทุกคนต้องเล่นไปตามเกมหมดเลย


นพรัฐ- ถูกตรวจสอบและควบคุม


สนธิ- ถูกตรวจสอบ แล้วผมยังจำได้ ตอนนั้นหนังสือพิมพ์มติชน ของคุณขรรค์ชัย บุนปาน คุณขรรค์ชัย บุนปาน สนิทสนมกับคุณวิโรจน์ แสงสนิท แล้วเป็นพวกเดียวกับคุณสุจินดา คราประยูร คุณขรรค์ชัย บุนปาน ถึงกับประกาศเลยในหนังสือพิมพ์มติชน ขับไล่คนที่ไม่เห็นด้วยกับจุดยืนของมติชนที่สนับสนุนคณะปฏิวัติ ไม่ต้องไปเขียนหนังสือ คุณรู้ไหมว่าใคร ? นิธิ เอียวศรีวงศ์ เกษียร เตชะพีระ หลายคน แล้วคุณรู้ไหมว่าเขาไปเขียนที่ไหน ? หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ มันเป็นเรื่องตลกร้ายมากนะครับ แล้วตอนหลังคนพวกนี้ก็กลับไปอยู่ที่มติชนเหมือนเดิม


คือ ผมมามองว่า อะไรก็ตาม ถ้าสมมุติว่ามาในแนวเผด็จการ แล้วไม่มีอนาคตให้เห็น เหมือน คสช. ไปยึดอำนาจคราวที่แล้ว ตอนที่ยึดอำนาจครั้งนั้น ผมจำได้สนิทเลย พันธมิตรฯ เยอะเลย ถาม คุณสนธิ หลายคนก็ไปเป็นติ่งทหาร ผมบอกอย่าไปตื่นเต้น มันเป็นเพียงแค่สมบัติผลัดกันชม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง แล้วคุณว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไหมล่ะ


นพรัฐ- ไม่มีแม้แต่น้อย


สนธิ- ล็อตเตอรี่ 80 บาทไง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ไง


นพรัฐ- 100 เหมือนเดิม


สนธิ- 120 ออกมาขึงขังเลย วันนี้ก็ 100-120 แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องพวกนี้ ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ทีนี้ เผอิญผมโดนบังคับ โดนข่มขู่ ไอ้ผมนี่นิสัยเสียอยู่อย่าง ขู่ผมนี่ไม่ได้เลยนะ พูดด้วยดีๆ จะฟัง เผลอๆ เห็นด้วย แต่ถ้ามาขู่นี่นะ ตายเป็นตายจริงๆ ไม่ได้กลัวอะไรทั้งสิ้น ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงโดนยิง 200 นัด ผมก็เลยออกหนังสือพิมพ์ไป โดยรายงาน ขณะที่หนังสือพิมพ์ฉบับอื่น ทุกฉบับเลยนะในประเทศไทย สยบอยู่ภายใต้เท้าท็อปบู๊ตพวกนั้น ประวัติศาสตร์พวกนี้เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้หรอก หรือหนังสือพิมพ์รุ่นใหม่ๆ ไม่รู้หรอก แล้วก็ปรากฏว่ามีการชุมนุมกันที่ราชดำเนิน วันนั้นคุณประสงค์ สุ่นศิริ กำลังประชุมประชาชนกลุ่มหนึ่งอยู่ที่ในห้อง โรงแรมดุสิตธานี พูดถึงต้องออกมาต่อต้านพวกนี้ โดยไม่รู้ว่าที่ราชดำเนินนั้นมีนักเรียน นักศึกษา เด็ก ประชาชนเต็มเลย กำลังชุมนุมอยู่


นพรัฐ- เพราะไม่รู้ข่าวสาร


สนธิ- ไม่รู้ข่าวสาร ตอนนั้น มันไม่มีโซเชียลมีเดีย โทรศัพท์มือถือก็น้อยมาก มีไม่กี่เครื่อง ผมก็เลยตัดสินใจพิมพ์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน แต่เป็นไซส์เล็ก แทบลอยด์ ผมพิมพ์ 2 แสนเล่ม


นพรัฐ- ต่อวัน ?


สนธิ- ครั้งเดียวเอง ครั้งเดียว แล้วรายงานการชุมนุมที่ราชดำเนิน ให้เห็นเลย ให้เห็นว่ามีม็อบเต็มไปหมด โน่นนี่นั่น แล้วผมตั้งราคา 20 บาท แต่แจกฟรี ผมแจกไปหมดทั่วกรุงเทพฯ เลย จนกระทั่งทางสีลมเขาเห็นว่ามีการชุมนุม ทนไม่ไหว ที่คุณประสงค์จัดประชุมอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานี เลิกประชุมเลย อ่านหนังสือฉบับนี้่ ก็เลยมาร่วมชุมนุมกัน นั่นคือบทบาทของผม


นพรัฐ- แล้วหลังจากนั้นได้รับผลอย่างไร ?


สนธิ- ก็ได้รับผลสิ เขาส่งคนไปยิงผมไง รุ่น 5 อย่าให้ผมเอ่ยชื่อเลยว่าใคร ไปที่ออฟฟิศผม แต่เผอิญบุญโชควาสนาช่วย มีคนมาแจ้งผมก่อน วันนั้นผมรู้ข่าวเช้า ผมแพ็กกระเป๋า ผมเตรียมบินแล้ว ผมบินไปอังกฤษเลย ระหว่างก่อนบินไปอังกฤษ ผมเรียกพรรคพวกหลายคน คุณชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย อีกหลายคน คุณอ๋า โน่นนี่นั่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่อต้าน ตอนนั้นผมมีตังค์ ผมมีบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ 2-3 บริษัท ผมบอกผมต้องลี้ภัยไปแล้วนะ เพราะเขาจะฆ่าผม เขาส่งคนไปที่ออฟฟิศ เป็นทหารนอกเครื่องแบบประมาณ 10 คน นั่งรถจีเอ็มซีไปด้วยนะ ไม่ปิดอะไรทั้งสิ้น ผมก็เอาสมุดเช็คมาใบหนึ่ง แล้วผมก็เซ็นเช็ค เช็คเงินสด ตัวเลขให้คุณชัชเอาไปกรอกเอง เพื่อเอามาสนับสนุนการชุมนุม แล้วอาหารช่วงแรกในยุคที่ชุมนุม เงินผมทั้งนั้น นั่นคือสิ่งที่ผมทำให้


นพรัฐ- ถือว่าตอนนั้นเป็นพ่อยกแห่งชาติ


สนธิ- ไม่ใช่พ่อยกแห่งชาติหรอก สำหรับผมแล้วเงินไม่มีความหมาย แล้วมันเป็นคนสันดานแบบนี้มา พวกหลายๆ คนที่มีอำนาจถึงไม่ชอบขี้หน้าผมไง แต่ว่า แต่ละวิวัฒนาการในที่สุดมันก็มาซ้ำรอยเดิม คุณนพรัฐ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ก็มาซ้ำรอยเดิม


นพรัฐ- แล้วคุณสนธิเห็นอย่างไรว่า ทางรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้มีการตรวจสอบสื่อ แล้วก็ปิดกั้นเสรีภาพสื่อ ทั้งที่สื่อก็รายงานจากข้อเท็จจริงจากสนาม พื้นที่ๆ เกิดเหตุ


สนธิ- คือมันเป็นอย่างนี้ สื่อ มีหลายสื่อที่ปิด หรือสั่งให้ตรวจสอบ อันนี้ผมเห็นใจรัฐบาล อย่างเช่น ประชาไท หรือ VOICE TV เขาจะถ่ายทอดทุกอย่างเลยนะ บนเวทีที่พูด ใครขึ้นไปตำหนิหรือพูดจาหยาบคายกับสถาบันกษัตริย์ เขาก็ถ่ายทอดออกมา ตรงนี้ต้องหยุด ถ้าเขาคิดเป็น เขาต้องบล็อกตรงนี้ออก คุณดู VOICE TV เมื่อวานนี้สิ เมื่อวานที่หน้าสถานทูตเยอรมนี VOICE TV ไม่กล้าถ่ายทอด ถ่ายทอดแต่ไม่กล้าเอาพวกนั้นออก แสดงว่าเขาเริ่มรู้แล้วสิ ผมคิดว่าสื่อเองต้องมีจิตสำนึกว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ไม่ใช่ว่าเพื่อในนามของสิทธิเสรีภาพของความเป็นสื่อ ไม่ได้ ต้องเซ็นเซอร์ตัวเองก่อน คุณจะไปถ่ายทอดสดไอ้เด็กเมื่อวานซืน เด็กสถุนที่ออกมาแล้วก็ด่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 อย่างเสียๆ หายๆ คุณจะถ่ายทอดออกทีวีคุณได้อย่างไร คุณต้องรู้จักบล็อก แล้วผมคิดว่าการซึ่งเขาโดนสั่งปิดไปตอนนั้น แล้วตอนหลังศาลให้เปิดได้ เขาคิดได้แล้วว่าไม่ควร แต่ผมไม่รู้ของประชาไทนะ เพราะประชาไทอเมริกาหนุนหลังอยู่นี่


นพรัฐ- แล้วถ้าหากว่ามันมีการปิดสื่อมากกว่านี้ คุณสนธิจะ ?


สนธิ- มันขึ้นอยู่กับเหตุผลและเงื่อนไขในการปิด อยู่ตรงไหน ถ้าเป็นเหตุผลที่ฟังออก ผมจะยอมปิดของผมเอง แต่ถ้าเหตุผลฟังไม่ออก ผมก็หาทางดิ้นรน หาช่องที่จะลอดออกไป คือการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อ โดยหลักๆ คือจะต้องวิพากษ์วิจารณ์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ โดยเอาทุกส่วนของประเทศชาติเข้ามารวมกัน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของเด็ก ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของรัฐบาล อะไรที่ควรตำหนิติเตียน ก็ตำหนติเตียนไป


นพรัฐ- ไม่ใช่ชิงเรทติ้งมากไว้อย่างเดียว


สนธิ- ไม่ต้องไปชิงเรทติ้ง เหมือนกับคน หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งบอก ยังหนาตาเหมือนเดิม ชุมนุมราชประสงค์ ผมไม่เถียง ผมบอกคุณนพรัฐแล้วไง คนเยอะเหมือนเดิม แต่ไม่ได้เยอะกว่าเก่า


นพรัฐ- ใช่ ไม่ได้สร้างความเชื่อถือ ศรัทธาในการออกมาชุมนุมเพิ่มขึ้น


สนธิ- ถูกต้องครับ คือถ้าสมมุติว่ามันมีจริง มันต้องขยายตัวไปแล้ว มันไม่ใช่แค่สี่แยกราชประสงค์นะ แล้วจริงๆ ผมก็เลยเอารูปที่เขาถ่ายมา ตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ้าคุณดูดีๆ ด้านหน้าเต็มเลย แต่ด้านหลังโล่งหมด ถ้ามันเยอะจริง ด้านหลังก็ต้องเต็ม และถ้ามันเยอะจริงๆ มันต้องทะลุไปถึงพหลโยธินแล้ว ไม่ได้มีอะไรมากมายนักหรอก ก็แน่นอนที่สุด เด็กก็ต้องบอกว่าเป็นแสน ตำรวจก็ต้องหารสิบ เป็นปกติธรรมดา แต่ที่แน่ๆ ปฏิเสธไม่ได้ ต่างชาติมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอนที่สุด แล้วก็ทุกวันนี้โมเดลต่างๆ ทุกวันนี้ ผมจะเรียนให้ทราบ มีคนบงการและมีเครือข่ายในการบงการอยู่เบื้องหลังเด็ก ในการส่งโซเชียลมีเดียออกไป


เอาล่ะ ผมยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ เด็ก คนแบ่งเป็นกลุ่มๆ มา กลุ่มหนึ่งอาจจะมีหัวหน้าคนหนึ่ง หัวหน้าคนหนึ่งอาจจะมีในกลุ่มประมาณสัก 10-20 คน หรือ 30 คน หรือ 100 คน หัวหน้ากลุ่มพวกนี้ก็ตีว่ามีประมาณสัก 100 คน แล้วใน 100 คนนี้ก็จะแบ่งออกเป็น 10 คน ที่จะคุม


นพรัฐ- 10 คลัสเตอร์


สนธิ- 10 คลัสเตอร์ วิธีส่งคือ ส่งทวิตเตอร์ ส่งภาพการชุมนุมว่านัดวันนี้กี่โมง ให้สิบคนนี้ไปก่อน สิบคนนี้ก็กระจายลงไปอีก มันก็เลยพรึ่บๆ ไปหมด


นพรัฐ- นี่คือเขาคิดมาเป็นระบบในการใช้ช่องทางสื่อสาร


สนธิ- ถูกต้อง เขาคิดมาเป็นระบบแล้ว แล้วเด็กพอเล่นตรงนี้แล้ว มันติดแล้วไง กลายเป็นเล่นเกมไปแล้ว เกมต่อไปพรุ่งนี้ไปที่ไหน พอไป เฮ้ย เปลี่ยนที่ เกมเปลี่ยน เกมเปลี่ยนก็ต้องไปอีกที่


นพรัฐ- ตรงนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตามไม่ทัน


สนธิ- รัฐบาลไหนก็ตามไม่ทัน อย่าว่าแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เลย เพราะทำไมรู้ไหม ? หน่วยงานราชการ ถ้ารัฐบาลมีหน่วยงานเอกชนที่จ้างเอาไว้ เพื่อเคาน์เตอร์พวกนี้ เขาทำได้


นพรัฐ- สุดท้ายแล้วคุณสนธิมองว่าคนที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งเงียบเสียงอยู่เป็นจำนวนมหาศาลในประเทศไทย ถ้านับกัน ผมว่ามีจำนวนหลายสิบล้านคน จะทำอย่างไร ?


สนธิ- ผมด้วย ผมอยู่ไม่เป็นไง ผมไม่รู้จะอยู่อย่างไร จะทำอย่างไร อย่างหนึ่งผมเชื่อว่าคนที่เงียบเสียงอยู่ ก็มีแบ่งออกเป็นหลายส่วนเหมือนกัน บางส่วนก็เอาสถาบันกษัตริย์ บางส่วนก็อาจจะไม่เอา เอาเป็นว่า แต่อันหนึ่งที่ทุกคนจะต้องมี พร้อมใจกัน คืออยากให้บ้านเมืองสงบ แต่คำว่าสงบ ส่วนใหญ่แล้วเป็นคำพูดของผู้มีอำนาจ เราสามัคคีกันนะ เราอย่าให้มีทะเลาะกัน แต่มีวงเล็บต่อนะ "แต่กูต้องเป็นรัฐบาลต่อนะ" นี่มันติดตรงวงเล็บนี้ ไม่ยอมแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งตัวเองสร้างเอาไว้และเป็นเงื่อนไข สมัยก่อนตอนประท้วงใหม่ๆ ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญจริงๆ เรื่องน่าจะจบ แต่มาวันนี้ผมคิดว่าไม่ใช่แล้ว เพราะว่าเบื้องหลังจริงๆ ของเด็กพวกนี้ แล้วพวกอาจารย์สากกะเบือทั้งหลาย


นพรัฐ- มีวาระ


สนธิ- วาระของการล้มสถาบันกษัตริย์ โดยใช้เด็กเป็นเครื่องมือ


นพรัฐ- พอการยื้อการแก้รัฐธรรมนูญของรัฐบาลเกิดขึ้น ก็เลยกลายเป็นบันไดให้ไต่


สนธิ- ถูกต้อง ถูกต้องเลย มันเป็นของมันอย่างนี้ เป็นของมันอย่างนี้จริงๆ แล้วฝรั่งมันไม่ได้แคร์นะว่าเมืองไทยจะมีสถาบันกษัตริย์หรือไม่มี ตราบใดที่ให้ประโยชน์กับมันได้ สมมุติว่าไทยจับมือกับอเมริกา ยอมให้อเมริกามาตั้งฐานทัพ ฐานขีปนาวุธ ยันกับจีนไว้ ไอ้กันเอา แต่ถ้าไม่เอา ไม่ให้มัน มันก็ต้องล้มรัฐบาลชุดนี้ แล้วอเมริกาเป็นประเทศเดียวนะที่ชอบให้เห็นประเทศต่าๆง วุ่นวาย เขาเรียกว่า จับปลาน้ำขุ่นไง พอวุ่นวายแล้วมันเข้าได้ง่าย

นพรัฐ- นี่ก็เป็นการเปิดเผยและให้ความคิดเห็นของคุณสนธิ ที่รอบด้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ผลสุดท้าย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ขอบคุณคุณสนธิมากครับ สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...