xs
xsm
sm
md
lg

พ่อค้าวอน! ขอความเป็นธรรม ถูกรถจอดขวางหน้าร้านขายอาหารแช่นาน 4 ชม. ควรทำอย่างไร?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พ่อค้าขายอาหาร บริเวณแจ่งศรีภูมิคูเมืองด้านนอก จังหวัดเชียงใหม่ โพสต์สุดทน เหตุเช่าที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ขายอาหารแต่ถูกร้านอาหารอีกแห่งแนะนำลูกค้าให้มาจอดรถในพื้นที่สัญญาเช่าขายอาหาร จอดนานถึง 4 ชั่วโมง ทำตนเสียหายขายรายได้ เพราะลูกค้าไม่มีที่นั่งทานอาหาร และกระทำหลายครั้งแล้ว จึงวอนขอคำแนะนำควรเอาผิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้

วันนี้ (18 ก.ค.) เฟซบุ๊ก “Thanaphat Keawnin” พ่อค้าขายอาหารท่านหนึ่ง ได้โพสต์ขอความเป็นธรรม หลังตนเองเช่าที่ขายของบริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง บริเวณแจ่งศรีภูมิคูเมืองด้านนอก จังหวัดเชียงใหม่ และถูกผู้ใช้รถยนต์นำรถมาจอด ปิดหน้าร้านขายของและกินพื้นที่ในการวางโต๊ะเก้าอี้ของร้าน ทำให้ลูกค้าไม่สะดวกในการทานอาหาร และตนเองมีสัญญาเช่าที่หน้าบ้านดังกล่าวขายของด้วย จึงอยากขอความเป็นธรรม เพราะรายได้ขาดหายไปหลายบาท แถมเจ้าของรถยนค์อ้างมีร้านอาหารแห่งหนึ่งแนะนำให้มาจอดและนั่งรถอีกคันไปทานอีกสาขา โดยจอดแช่ถึง 4 ชั่วโมง ไม่มีแม้คำขอโทษสักคำ

โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า “ลูกค้าร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง แถวแจ่งศรีภูมิคูเมืองด้านนอก จอดรถหน้าบ้าน บนพื้นที่ในสัญญาเช่าขายของหน้าร้าน จอดรถตั้งแต่เวลา 18.00 น. - 21.50 น. กินเวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เจ้าของร้านตั้งโต๊ะให้ลูกค้าที่จะมานั่งกินในร้านไม่ได้ ได้เพียงแค่ซื้อกลับบ้านเท่านั้น และบวกกับวันนี้ฝนตกทั้งคืน ปล. ตอนเจ้าของรถมาเอารถ “ไม่มีแม้แต่คำขอโทษ”

ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ สอบถามเบื้องต้นเจ้าของรถตอบเสียงแข็ง ว่า “พนักงานร้านอาหารญี่ปุ่นคนหนึ่ง บอกให้มาจอดได้ แล้วนั้งรถอีกคันไปทานที่สาขา 2 โอ้พระเจ้า เวลาเกือบสี่ชั่วโมง ผมขาดรายได้ไปเท่าไหร่ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งแรก ถ้าเจ้าของรถจอดบนถนนในพื้นที่สาธารณะ จะไม่ว่าเลย อันนี้มาจอดขว้างพื้นที่หน้าบ้าน และเป็นพื้นที่ที่เราเช่าขายของ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผมต้องทำยังไง ? และไม่มีแม้แต่คำขอโทษทั้งลูกค้าและเจ้าของร้าน ขออนุญาตไม่ปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนรถ”

ทั้งนี้ มีชาวเน็ตให้ความสนใจมากมาย และแนะนำว่าควรกางสัญญาเช่าที่ พร้อมเก็บค่าที่จอดรถตามค่าเสียหาย บางรายแนะให้แจ้งตำรวจจราจร ลงบันทึกประจำวัน ให้ถูกล็อกล้อเพราะเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ โดยมีชาวเน็ตมากมายต่างรู้สึกเห็นใจพ่อค้ารายดังกล่าว และชี้ว่าการกระทำแบบนี้เกินไปจริงๆ โดยโพสต์นี้มียอดกดไลก์แล้ว 147 ครั้งด้วยกัน






กำลังโหลดความคิดเห็น...