xs
xsm
sm
md
lg

“อิสระ” เชื่อคลิป “เก้าอี้หมุน” เป็นโอกาสให้ ปชช.สนใจสาระอภิปรายร่างงบประมาณปี 64

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ
“อิสระ” ส.ส.ประชาธิปัตย์ คิดบวก “เก้าอี้หมุน” ทำให้คนสนใจการประชุมสภา และเป็นโอกาสเผยแพร่เนื้อหาอภิปรายเงินแผ่นดินมากขึ้น เชื่อฝ่ายรัฐบาลเข้าใจ แม้อภิปรายวิจารณ์วิธีจัดงบประมาณ

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์คลิปเก้าอี้หมุนได้เองในระหว่างที่นายอิสระกำลังอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ระหว่างที่ตนอภิปรายไม่ได้หันไปมองข้างหลัง เพราะเป็นการพูดกับประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรี จากนั้นในช่วงดึกจึงมีเพื่อน ส.ส.และคนรู้จักส่งคลิปมาให้ดูหลายคน จึงได้เห็นคลิปดังกล่าวที่เก้าอี้ด้านหลังตนหมุนได้เอง โดยที่ไม่มีคนปรากฏในคลิป ซึ่งก็แปลกใจอยู่บ้าง เพราะจากคลิปที่ถูกส่งต่อก็เห็นได้ว่าเก้าอี้หมุนจริงๆ ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าคน หรือเจ้าหน้าที่ก้มตัวลงมาและพยายามจัดระเบียบเก้าอี้ตัวนั้นก็ได้ แต่ในช่วงเช้าก็ทราบว่า นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) รัฐบาล ออกมาเปิดเผยแล้วว่าเป็นผู้หมุนเก้าอี้ดังกล่าวเอง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนไม่เคยเจอสิ่งลี้ลับในสภา ไม่ได้กลัวแต่ก็ไม่ได้ลบหลู่ เพราะเป็นสิ่งที่เรายังพิสูจน์ไม่ได้

“ก่อนที่ท่านชินวรณ์จะออกมาบอกว่าเป็นคนที่หมุมเก้าอี้เอง ผมก็บอกกับทุกคนไปว่า ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็แล้วแต่รัฐสภาก็ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มองในแง่บวกถือเป็นกุศโลบายว่าสิ่งที่ผมพูดอยู่คือ ในเรื่องงบประมาณซึ่งเป็นเงินของแผ่นดินได้รับความสนใจมากขึ้น ให้ทุกคนยึดหลักไว้ว่างบประมาณซึ่งเป็นเงินแผ่นดินนั้นอยู่ในสายตาหลายคนที่เฝ้าดูอยู่ขอให้ใช้อย่างรอบคอบ และสุจริต จึงเป็นโอกาสที่ดีที่คนได้เข้ามาดูและติดตามในสิ่งที่ผมได้พยายามสื่อไปถึงรัฐบาล ว่าการตั้งงบประมาณมันยังมีส่วนที่สามารถปรับให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนได้” นายอิสระ ระบุ

นายอิสระ ยังได้กล่าวถึงข้อสังเกตที่ระบุว่า นายอิสระ อภิปรายในบเชิงวิจารณ์การจัดงบประมาณของรัฐบาล ทั้งที่เป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลว่า เรื่องนี้ไม่มีใครว่าอะไรเพื่อน ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ชื่นชมในเนื้อหาที่อภิปราย ซึ่งตนมองว่าการทำงานในพรรคร่วมก็เหมือนเราคบเพื่อน ซึ่งต้องมีความจริงใจต่อกัน อะไรที่ผิดหรือถูกเราต้องสามารถบอกและเตือนเพื่อนได้ จึงจะเรียกว่าเป็นเพื่อนแท้ที่มีความจริงใจต่อกัน โดยเฉพาะในเรื่องการใช้งบประมาณแผ่นดินที่ต้องเกิดประโยชน์และสามารถตรวจสอบได้



กำลังโหลดความคิดเห็น...