ที่ริมแม่น้ำท่าจีน หรือที่เรียกในช่วงนี้ว่า แม่น้ำนครไชยศรี ตรงรอยต่ออำเภอบางเลนกับอำเภอนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม มีพระรูป ๓ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับยืนตระหง่านสง่างามเรียงกัน ๓ พระองค์ มีชื่อว่า “อนุสรณ์พระบิดา ๓ เหล่าทัพ” ทั้งยังมีพระรูปของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประทับนั่งอยู่ในศาลาที่แยกออกมาอีกแห่งหนึ่ง ปัจจุบันมีเพิ่มศาลาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นมาอีกศาลาหนึ่ง และเปลี่ยนป้ายชื่อใหม่เป็น “อนุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระบิดา ๓ เหล่าทัพ”
พระรูปองค์แรกใน ๓ พระองค์นี้ มีแผ่นศิลาจารึกติดอยู่ด้านหลัง มีข้อความว่า
“พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
พระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระองค์ใหญ่ในเจ้าจอมมารดาโหมด ประสูติเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๒๓ สิ้นพระชนม์วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๖
ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ และเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ทรงวางรากฐานและสร้างกิจการทหารเรือไทยด้วยพระปรีชาสามารถอย่างยิ่ง ได้รับการขนานพระนามเป็น “พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย”
องค์กลาง ป้ายศิลาด้านหลังมีข้อความจารึกว่า
“จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กรมหลวงนครไชยศรีสุเดช
พระราชโอรสองค์ที่ ๑๗ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระองค์ใหญ่ในเจ้าจอมมารดาทับทิม ประสูติเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๑๙ สิ้นพระชนม์วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๕๖
ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ และเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ทรงมีพระวิริยะอุสาหะอย่างยิ่งยวด ปฏิรูปและวางรูปแบบกิจการทหารไทยให้ทันสมัยอย่างยุโรปขึ้น ได้รับขนานพระนามเป็น “พระบิดาแห่งกองทัพบกไทย”
ส่วนพระองค์ที่ ๓ ทางขวา ข้อความบนแผ่นศิลด้านหลังจารึกข้อความไว้ว่า
“จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงศ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ
พระราชโอรสองค์ที่ ๔๐ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระองค์ที่ ๓ ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ประสูติเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๒๕ ทิวงคตวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๓
ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ เสนาธิการทหารบก และผู้แทนเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ทรงวางรากฐานกิจการบินขึ้น ซึ่งวิวัฒนาการต่อมาเป็นกองทัพอากาศไทยในปัจจุบัน ได้รับขนานพระนามเป็น “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย”
สอบถามจากผู้ดูแลซึ่งเป็นชาวบ้านในย่านนั้น ได้ความว่า อนุสรณ์สถานแห่งนี้เป็นของเอกชน ซึ่งเป็นสุภาพสตรีสูงอายุที่เลื่อมใสศรัทธาและสำนึกในพระกรุณาธิคุณของทั้ง ๓ พระองค์ จึงได้สร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้ขึ้นในที่ดินประมาณ ๕ ไร่ สิ้นค่าก่อสร้างไปไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรีตั้งแต่เวลา ๘.๐๐-๑๖.๐๐ น.ทุกวัน
“อนุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระบิดา ๓ เหล่าทัพ” อยู่ในท้องที่ตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ใกล้กับวัดบางพระ หลวงพ่อเปิ่น ไม่ห่างจากตลาดน้ำลำพญามากนัก เรือที่พานักท่องเที่ยวจากตลาดน้ำ ชมบรรญกาศริมฝั่งแม่น้ำนครไชยศรีก็ผ่านอนุสรณ์สถานแห่งนี้ แต่ไม่จอดให้ขึ้นชม ต้องชมจากแม่น้ำหรือมาทางรถยนต์


