xs
xsm
sm
md
lg

แพทย์เผยชายชาวต่างหกล้มใช้สมุนไพรพื้นบ้านพอกแผล กลับมีหนอง เสี่ยงติดเชื้อ-พิการซ้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ เผยภาพฝีหนองใหญ่ที่เข่าของชายชาวต่างชาติ เมื่อแพทย์ซักประวัติทราบว่าก่อนหน้านี้ได้หกล้มเข่ากระแทกพื้นจนแผลบวม และรักษาด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน แต่กลับยิ่งบวมขึ้นเรื่อยๆ จนต้องไปผ่าที่โรงพยาบาลสิชล แผลมีหนองปนเลือด โชคยังดีที่หนองยังไม่ทะลุเข้าไปในข้อเข่า เสี่ยงมีโอกาสติดเชื้อในข้อจนข้อเสื่อมพิการได้

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Arak Wongworachat” หรือ นายแพทย์ อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล ตำบลสิชล อำเภอสิชล นครศรีธรรมราช โพสต์ภาพหัวเข่าซ้ายของชายชาวต่างชาติอายุ 25 ปี ที่มีแผลบวมแดงและหนองมาเป็นเวลา 5 วัน จนแทบงอเข่าไม่ได้ ซึ่งแพทย์ซักประวัติย้อนหลังทราบว่าเมื่อ 15 วันก่อนชายรายนี้ได้หกล้มเข่ากระแทกพื้นทำให้มีแผลถลอก บวม จึงรักษาตามแผนพื้นบ้านดั้งเดิมประเทศของตน โดยเอาสมุนไพรใบไม้ ใบหญ้า ผงสีเหลืองๆ มาตำแล้วทาบริเวณแผลที่บวมและพอกไว้ แต่แผลกลับยิ่งบวมขึ้นเรื่อยๆ จนมีไข้หนาวสั่น ไม่สามารถเดินไม่ได้ จนต้องไปผ่าที่โรงพยาบาลบาลสิชล แผลมีหนองปนเลือด ปริมาณ 50 ซีซี โชคยังดีที่หนองยังไม่ทะลุเข้าไปในข้อเข่า ไม่อย่างนั้นมีโอกาสติดเชื้อในข้อจนข้อเสื่อมพิการได้

ผู้โพสต์เล่าว่า “ผู้ป่วยชายอายุ 25 ปี ชาวต่างชาติ มีไข้ บวมแดงปวดที่เข่าซ้ายมา 5 วัน บวมปวดมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว จนงอเข่าแทบไม่ได้ ถามประวัติย้อนไปได้ความว่าเมื่อ 15 วันก่อนหกล้มเข่ากระแทกพื้น มีแผลถลอก บวม ปวดพอประมาณ จึงรักษาตามแผนพื้นบ้านดั้งเดิมประเทศของตน เอาสมุนไพรใบไม้ ใบหญ้า ผงสีเหลืองๆ มาตำแล้วทาบริเวณแผลที่บวม และโปะไว้ด้วย แต่ไม่ยุบบวมสักที ยิ่งบวมขึ้นเรื่อยๆ จนไข้หนาวสั่น เดินไม่ได้ ต้องเข้าโรงพยาบาลสิชล

จากนั้นส่งพบศัลยแพทย์เอาไปผ่าตัด ต้องดมยาสลบ เปิดแผลที่ก้อน ได้หนองปนเลือดสีกะปิประมาณ 50 cc โชคยังดีของผู้ป่วยที่หนองยังไม่ทะลุเข้าไปในข้อเข่า มิเช่นนั้นมีโอกาสติดเชื้อในข้อจนข้อเสื่อมพิการได้ในที่สุด แต่แพทย์ต้องให้ยาต้านเชื้อเข้าเส้นเลือดขนาดสูงไว้ก่อนหลายวันเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะข้อเข่าอักเสบติดเชื้อตามมาภายหลัง


ในผู้ป่วยรายนี้จึงคาดคะเนได้ว่าการติดเชื้อเกิดจากการหกล้มมีบาดแผลถลอกฟกช้ำภายนอกแล้วเอายาสมุนไพรที่ตำเองไม่สะอาดไปโปะจนเชื้อโรคสามารถแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนัง ฟักตัวจนเป็นฝีหนองขนาดใหญ่ตามมา”








กำลังโหลดความคิดเห็น...