xs
xsm
sm
md
lg

“ชานมไข่มุก” วันละแก้วแล้วยังไง? เจอเหนื่อยง่าย-น้ำตาลพุ่ง-เบาหวานถามหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มาดูอุทาหรณ์ของเครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง “ชานมไข่มุก” เมื่อมีแพทย์รายหนึ่งระบุว่ามีผู้ป่วยวัย 46 ปี น้ำหนักลด ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย บางวันเพลียมากไปทำงานไม่ไหว ผลตรวจเลือดพบน้ำตาลและไตรกลีเซอไรด์พุ่ง ถามสาเหตุมาจากดื่มชานมไข่มุกวันละแก้ว

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ดื่มชานมไข่มุก ที่มีน้ำตาลสูง ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Somroong Sam Chotin ของ นพ.สมรุ่ง โชตินฤมล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ โพสต์ภาพผลการตรวจร่างกายของผู้ป่วยรายหนึ่ง ในหัวข้อ “เหนื่อยง่ายเพราะชานมไข่มุก” เพื่อเป็นอุทาหรณ์ โดยผู้ป่วยเป็นสุภาพสตรีอายุ 46 ปี มาปรึกษาอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ตั้งใจมาตรวจสุขภาพ และขอให้แพทย์เลือกโปรแกรมตรวจสุขภาพหัวใจให้ จึงเลือกให้ไปก่อนตามประสงค์

หลังจากได้ผลเลือด และตรวจเครื่อง Echocardiogram พบว่าผลตรวจหัวใจปกติหมด แต่ผลตรวจเลือดพบว่าน้ำตาล (Glucose) เพิ่มจาก 105 H เป็น 359 H (จากปกติต้องอยู่ระหว่าง 70-99 H), น้ำตาลสะสม (HbA1c) เพิ่มเป็น 12.6 (จากปกติต้องน้อยกว่า 5-7 H) และไตรกลีเซอไรด์ (TRIG) เพิ่มจาก 222 H เป็น 801 H (จากปกติต้องน้อยกว่า 150 H) ถือว่าสูงมาก ต่างจากที่ตรวจสุขภาพเมื่อ 1-2 ปีก่อน

เมื่อถามประวัติเพิ่มเติมจึงทราบว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา น้ำหนักลด ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย บางวันเพลียมากไปทำงานไม่ไหว ถามว่าช่วงนี้กินอะไรหวานๆ มากหรือไม่ ก็เล่าว่า กินชานมไข่มุกวันละแก้วจากร้านในซอยแถวบ้าน จึงพบสาเหตุดังกล่าวสรุปได้ว่าชานมไข่มุกวันละแก้วทำให้เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ซึ่งเป็นอาการของเบาหวานที่มีน้ำตาลสูงมากนั่นเอง



อนึ่ง ก่อนหน้านี้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เปิดเผยผลตรวจวิเคราะห์สารกันบูด น้ำตาล และโลหะหนัก ในชานมไข่มุก 25 ยี่ห้อ พบว่าชานมไข่มุกบางยี่ห้อมีน้ำตาลมากกว่า 19 ช้อนชา ซึ่งเกินกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับต่อวัน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม ส่วนผลทดสอบสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิกในเม็ดไข่มุก พบทุกยี่ห้อแต่ไม่เกินมาตรฐาน แต่ไม่พบตะกั่วในไข่มุกทุกยี่ห้อ โดยเรียกร้องให้ผู้ประกอบการปรับลดขนาดปริมาณต่อแก้วลง และขอให้ผู้ประกอบการระบุฉลากให้ถูกต้องตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

นอกจากนี้ ข้อมูลการตลาดพบปัจจุบันตลาดชาไข่มุกทั่วโลกมีมูลค่า 6.5 หมื่นล้าน คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านในปี 2020 โดยไทยมีสัดส่วนการตลาดคิดเป็นมูลค่า 2 พันล้านบาท ซึ่งชาไข่มุกเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตในปัจจุบัน ตั้งแต่กลุ่มเด็กเยาวชนไปจนถึงวัยทำงาน แต่เมื่อมีน้ำตาลในปริมาณมากทำให้สถานการณ์ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมถึงโรคอ้วนและโรคฟันผุเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะฟันผุที่เป็นปัญหาส่งผลต่อสุขภาพด้านอื่นจากการกินหวานมากเกินความจำเป็น

อ่านประกอบ : ผลตรวจ "ชานมไข่มุก" น้ำตาลสูงปรี๊ด เจอสารกันบูดทุกยี่ห้อ แต่ไม่เกินมาตรฐาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...