xs
xsm
sm
md
lg

ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงเผยจนวาระสุดท้ายไม่เคยเห็นในหลวง ร.๙ ทรงงานเพื่อตัวเอง มีแต่เพื่อประชาชน ทรงไม่เคยตำหนิคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ พระราชทานพระโอวาทแก่บัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ ทรงแนะให้มองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เป็นตัวอย่าง ทรงเผยเป็นลูกท่านตั้งแต่เด็กจนวาระสุดท้าย ไม่เคยเห็นทรงงานเพื่อตัวเองเลย มีแต่เพื่อประชาชน ทรงเป็นอยู่พอเพียง ไม่เคยตำหนิคน

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ม.เกษตรศาสตร์ 25 ต.ค. 2559 โพสต์ในยูทูป โดย Live Kasetsart

วันนี้ (25 ต.ค.) เวลา 13.41 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังอาคารจักรพันธุ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก โท และ ตรี จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปี 2558 เป็นวันที่สอง ในการนี้ได้พระราชทานพระโอวาทแก่บัณฑิต ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าพเจ้า มาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะมีเหตุอันเป็นที่โศกเศร้าอาลัยของคนไทยทั้งมวล ขอแสดงความชื่นชมกับผู้ทรงคุณวุฒิและบัณฑิตทุกคน ที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ

เมื่อวานนี้ ข้าพเจ้าได้พูดกับบัณฑิตในที่ประชุมนี้ ว่า การที่บัณฑิตจะสร้างความสำเร็จและความก้าวหน้ามั่นคงในกิจการงานได้นั้น จะต้องอาศัยความรู้ที่ถูกต้อง แน่นหนา และ แม่นยำ ชำนาญ ทั้งความรู้ในด้านลึก คือ ความรู้ในสาขาวิชาเฉพาะที่บัณฑิตเล่าเรียนมา และความรู้ในด้านกว้าง คือ ความรู้ในสาขาวิชาอื่น ๆ รวมทั้งความรู้รอบตัวเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิชาการและข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ

วันนี้ ใคร่จะกล่าวเพิ่มเติมแก่ท่านทั้งหลายว่า การที่คนเราจะสร้างสรรค์ความสำเร็จความเจริญได้แท้จริงและยั่งยืนนั้น นอกจากจะอาศัยความรู้ลึกซึ้งกว้างขวางแล้ว ยังต้องมีคุณธรรมความสุจริตเป็นเครื่องประกอบส่งเสริมด้วย ทั้งนี้ เพราะคุณธรรมความสุจริต ย่อมเป็นเครื่องป้องกันบุคคลให้ห่างไกลจากความชั่วและความเสื่อมเสียหายทั้งปวง ทำให้แต่ละคนได้มีโอกาสใช้ความรู้ ความสามารถ ในทางที่ดีที่เจริญเพียงอย่างเดียว บัณฑิตผู้ปรารถนาความก้าวหน้าความมั่นคงในชีวิต จึงควรที่จะฝึกตนเองอย่างเต็มที่ ให้เป็นผู้มีจิตใจตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมความสุจริต และจะสามารถดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงานให้ประสบความสุขเจริญอย่างแท้จริงตลอดไป

การฝึกจิตให้ตั้งอยู่ในคุณธรรมนั้น แม้ว่าจะเป็นการฝึกที่ยากลำบาก เพราะว่า ในทุก ๆ คนที่ยังต้องเกิดมาบนโลกแห่งความทุกข์นี้ ทุกคนก็มีกันทั้งความชั่วทั้งความดี แต่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านได้สอนข้าพเจ้าว่า ใช่ ในตัวเรามีทั้งความดีและความชั่ว แต่สิ่งที่ควรทำคือ ควรส่งเสริมและควรฝึกฝนในสิ่งที่เป็นความดีให้มาก ๆ และให้เหยียบย่ำความชั่วร้ายให้จมดินไป ถ้าทุกคนทำได้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเชื่อว่า การที่จะเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ย่อมไม่ยาก

การที่คนเราจะต้องมีตัวอย่างสักคนหนึ่ง หรือพระองค์หนึ่ง ที่กระทำความดี ข้าพเจ้าขอให้ทุกคนมองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าพเจ้าเป็นลูกท่านตั้งแต่เด็กจนวาระสุดท้ายของท่าน ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นท่านทรงงานทำงานอะไรเพื่อตัวเองเลย ทุกอย่างเพื่อสังคม เพื่อประชาชน และความเป็นอยู่ของท่านก็เป็นทุกอย่างอย่างพอเพียงที่สุด และท่านไม่เคยตำหนิคน ถ้าคนไหนท่านเห็นว่าเขาจะพลาด และท่านเห็นว่าตักเตือนกันได้ เพราะเป็นคนสนิทสนม ท่านก็จะทรงตักเตือน แต่ถ้าตักเตือนแล้วเขายิ่งโกรธยิ่งแค้น ยิ่งตะแบงซ้าย ตะแบงขวา เหมือนม้าที่เฮี้ยว ๆ ท่านก็จะทรงหยุดและไม่ยุ่งด้วยเลยกับคนนั้น ก็ขอให้ทุกคนนำตัวอย่างของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปเป็นตัวอย่างแก่ตนเอง และเป็นตัวอย่างสอนลูกหลานต่อไปในอนาคต

ในท้ายที่สุดนี้ ข้าพเจ้าขอพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้คุ้มครองรักษาบัณฑิตทุกคน และทุกท่านที่มาประชุมพร้อมกันในพิธีนี้ ให้มีความสุข สวัสดี จงทั่วกัน


พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ม.เกษตรศาสตร์ 24 ต.ค. 2559 โพสต์ในยูทูป โดย Live Kasetsart

อนึ่ง เมือวันที่ 24 ต.ค.2559 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ฯ ไปในพิธีพระราชทานปริยญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2558 เป็นวันแรก และได้พระราชทานพระโอวาท มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า

“ณ ที่นี้ ข้าพเจ้าขอยกตัวอย่างผู้ที่ทำงานและประสบความสำเร็จ คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นผู้ที่มีความรู้ทั้งด้านกว้างและด้านลึกในวิชาเกษตรกรรม และวิชาชลประทาน ทำให้ทรงสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ที่มีอยู่รอบๆ ตัวพระองค์ท่าน จึงได้สามารถนำความเจริญมาสู่เมืองไทย

ท่านในที่นี้ อาจจะเกิดช้าไป ไม่ทันได้เห็นประเทศไทยเมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว ในขณะนั้นประเทศไทยวุ่นวาย มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ มีการรบพุ่งต่อสู้กัน ในประเทศชาติ ซึ่งข้าพเจ้าได้รับใช้เบื่องพระยุคลบาทมาตั้งแต่ข้าพเจ้าอายุ 14 ได้ออกไปตามหมู่บ้านต่างๆ ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านทั้งด้านสุขภาพพลานามัย และทางด้านประกอบอาชีพ และได้เห็นวิธีที่พระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติตน

ทรงไม่เคยนึกถึงพระองค์เองเลย ทรงนึกถึงแต่ประชาชน ทุกอย่างก็ประชาชนทั้งสิ้น ทรัพย์สมบัติอะไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ที่ปรารถนาของพระองค์ท่าน ความปรารถนาอย่างเดียวของพระองค์ท่าน คืออยากให้คนไทยมีความสุข มีความเจริญและก้าวหน้าเท่าเทียมกับอารยประเทศ


ถ้าบัณฑิตทั้งหลายดำเนินรอยตามพระยุคลบาทช่วยกันพัฒนาประเทศไทยให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นกว่านี้ โดยบัณฑิตทั้งหลายก็คงจะหาข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงได้ทำไว้ และอาจจะนำความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน”
กำลังโหลดความคิดเห็น