xs
xsm
sm
md
lg

น้ำผึ้งหยดเดียว! แค่ ตร.จราจรจับแท็กซี่ กลายเป็นจลาจลจน ตร.รับไม่ไหว ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน ส่งรถถังเข้าปราบ!!

เผยแพร่:   โดย: โรม บุนนาค

นากยกฯ สัญญาและ พล.อ.กฤษณ์ ในบรรยากาศจลาจล
คดีตำรวจจราจรจับแท็กซี่จอดรถในที่ห้ามจอด ถือได้ว่าเป็นคดีจิ๊บจ๊อย โทษก็แค่เสียค่าปรับ ซึ่งเรื่องแบบนี้มีเกิดขึ้นทุกวัน วันละหลายคดี แต่เรื่องจิ๊บจ๊อยแค่นี้เรื่องหนึ่ง กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เกิดจลาจลติดต่อกันหลายวันกระจายไปทั่วเมือง จนตำรวจรับมือไม่ไหว รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน ใช้ทหารร่วมตำรวจและรถถังเข้าปราบ ตายไป ๒๖ คน บาดเจ็บเป็นร้อย

เหตุเริ่มขึ้นเมื่อ ๑๙.๔๕ น.ของวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๑๗ เมื่อ ตร.จราจร ๒ นายของ สน.พลับพลาไชย เขต ๒ ขับมอเตอร์ไซด์ผ่านมาถึงหน้าบริษัทนครหลวงประกันชีวิต ข้างโรงภาพยนตร์พัฒนากร ถนนเจริญกรุง พบแท็กซี่ กท.ท.๔๘๘๖ จอดแช่รอผู้โดยสารอยู่ในที่ห้ามจอด จึงบอกให้เคลื่อนย้าย แต่แท็กซี่ผู้นั้นซึ่งต่อมาทราบว่าชื่อ นายพูน ล่ำลือประเสริฐ หรือ แซ่หลู่ วัย ๕๐ ยังมีอารมณ์ค้างที่ถูกจับในเรื่องเดียวกันนี้มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อตอนเช้า จึงไม่ยอมเลื่อนรถและล็อคประตูไว้ไม่ให้เปิด ส.ต.ต.บุญเชิด ชนิดสะ กับ ส.ต.ต.มนัส เกิดสมบุญ จึงวิทยุเรียกเพื่อนจราจรมาช่วย เมื่อ จ.ส.ต.ประมวญ สุทธิศรี กับ ส.ต.ต.ดอกรัก เจิมเจริญ มาสมทบเป็น ๔ คน นายพูนเห็นว่าขัดขืนต่อไปคงถูกทุบกระจกแน่ จึงยอมจำนนให้ควบคุมตัวไปโรงพัก แต่ปากก็ตะโกนไปตลอดทางว่า

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...ตำรวจซ้อม!”

คำนี้โดนใจคนไม่น้อย ประกอบกับกำลังตื่นประชาธิปไตยหลัง ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ จึงมีคนตามไปที่โรงพักกันเป็นขบวน และบอกต่อๆกันไปจนตามไปออกันแน่นหน้าโรงพัก เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆจนถึง ๒,๐๐๐ เศษ ในจำนวนนี้นอกจากมีไทยมุงคนชอบดูแล้ว ยังมีแท็กซี่ สามล้อเครื่อง แมงดา อันธพาล คนค้าของผิดกฎหมาย ซึ่งล้วนแต่เป็น “ขาประจำ” ของ ตร.ทั้งนั้น ยกขบวนมาสมทบเป็นจำนวนมาก

พ.ต.ท.ชัชวาลย์ สุมาวงศ์ สวญ.พลับพลาชัยเขต ๒ เห็นว่าสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ อีกทั้งยังสยองกับเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงปี จึงขอให้นายพูนออกไปพูดความจริงกับประชาชน แต่แท็กซี่เจ้าปัญหากลับตะโกนซ้ำว่าตำรวจซ้อมอีก ตัวแทนของศูนย์นิสิตฯ ซึ่งมีบทบาทอยู่ในตอนนั้นได้เข้าไปช่วยปรับความเข้าใจ แต่ฝ่ายแค้นก็ไม่ยอมฟัง เห็นเป็นโอกาสที่จะชำระแค้น จึงขว้างก้อนอิฐก้อนหินเข้าไปในโรงพัก และจุดไฟเผารถ ตร.ที่จอดอยู่ด้านหน้า ช่วยกันเข็นพุ่งเข้าไปที่ สน. ตร.เห็นว่าเหตุการณ์รุนแรงเกินไปแล้ว จึงยิงปืนออกไปเป็นการขู่ แต่ผู้ก่อเหตุกลับยิงสวนเข้ามาใน สน. ตร.จึงยิงเข้าไปในกลุ่มของผู้ก่อเหตุ ผลคือตายไปทันที ๕ ศพ ไปตายที่โรงพยาบาลอีก ๑ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมแตกกระเจิง ในตอนชุลมุนนั้น นายพูนคนต้นเหตุถือโอกาสหลบหนีไปด้วย

การแตกหนีไปนั้นไม่ใช่การยอมแพ้ แต่กระจายกันออกไปก่อเหตุโดยรอบ สมบัติของทางราชการไม่ว่าป้ายจราจร ถังขยะ แผงกั้น มาตรเก็บเงินค่าจอดรถ ป้อมตำรวจ ถูกทำลาย พล.ต.ท.ณรงค์ มหานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ระดมตำรวจหน่วยอื่นและรถวิทยุจากศูนย์รวมข่าวนครบาลมาช่วย แต่ก็ไม่สามารถคลี่คลายการก่อจลาจลซึ่งกระจายไปทั่วในย่านได้

พอรุ่งเช้า เหตุการณ์ก็กลับคืนสู่ความสงบ ทิ้งแต่ซากของการระบายความแค้นไว้เกลื่อน ประชาชนต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา บ้างก็สาปแช่งกลุ่มที่ก่อเหตุ บ้างก็ประณามตำรวจว่าใช้ความรุนแรงเกินเหตุ ทำไมไม่ใช้แก๊สน้ำตา แม้จะไม่มีวี่แววว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นอีก แต่ร้านค้าหลายแห่งในย่านเยาวราช เจริญกรุง และพลับพลาไชย ต่างปิดกันเป็นแถวเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะร้านทอง

ทางด้านตำรวจเตรียมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอีก ในตอนบ่าย พล.ต.ต.มโน สมิตพินทุ ผู้บังคับการกองปราบ ได้เรียกประชุมวางแผน แจกจ่ายปืนกลและระเบิดน้ำตา พล.ต.อ.ประจวบ สุนทรางกูร อตร.มอบหมายให้ พล.ต.ท.ศรีสุข มหินทรเทพ รอง อตร.ฝ่ายปราบปราม เป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบ

พอตกเย็น คนก็เริ่มมาชุมนุมที่หน้า สน.พลับพลาไชยอีก ตร.เข้าไปขอให้กลับบ้านก็ไม่ยอมถอย พอค่ำก็ยิ่งมากขึ้น ตร.จึงต้องใช้วิธียิงปืนขึ้นฟ้า กลุ่มคนที่ออกันแน่นหน้าโรงพักจึงแตกกระจาย

คืนนี้กลุ่มก่อกวนที่สงบมาตลอดเวลากลางวัน มีการวางแผนกันมา ใช้วิธีแบ่งกลุ่มกระจายกันสร้างสถานการณ์ไปรอบๆ ล่อ ตร.ให้ออกไปปราบ แต่อีกกลุ่มก็พยายามจะบุกเผาโรงพักพลับพลาไชยให้ได้ บ้างก็ล่อ ตร.ที่ลาดตระเวนให้สาดกระสุนใส่กลุ่มประชาชนที่ตัวเองแอบอยู่ข้างหลัง

ราว ๒๐ น.กลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายได้ยึดรถ รสพ.สาย ๗๕ กับสาย ๑ มาจอดที่หน้า สน.พลับพลาไชย ตร.เข้าสกัดก่อนจะเผา จับได้ ๒ คน อีกราว ๒๐ หนีไปได้

๒๑ น.เศษ มอเตอร์ไซด์กลุ่มหนึ่งมุ่งไปที่ย่านร้านขายปืนหลังวังบูรพา ตร.คาดว่าจะมาปล้นปืนไปใช้ เลยเข้าสกัด เกิดการยิงกัน กลุ่มมอเตอร์ไซด์จึงหนีไป

ราว ๒๑.๓๐ น. ตร.ลาดตระเวนมาถึงหัวมุมถนนแปลงนามด้านถนนเจริญกรุง ถูกขว้างระเบิดมือใส่ ทำให้ ตร.บาดเจ็บไปหลายคน จับกลุ่มวัยรุ่นได้ ๒๑ คน พร้อมกันนั้นก็ได้รับแจ้งจากคนขับรถเมล์แดงสาย ๕๓ ว่าถูกยึดรถที่ถนนเยาวราช กลุ่มวัยรุ่นที่ยึดขับไปทาง สน.พลับพลาไชย

ในเวลาใกล้ๆกัน รถเมล์อีกคันก็ถูกยึดที่สนามหลวง ขับมุ่งไปที่โรงพักพลับพลาไชยเช่นกัน โดยมีมอเตอร์ไซด์ประมาณ ๑๐ คันคุ้มกัน และแวะรับวัยรุ่นตลอดทางวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งราว ๒๐ คนได้เข้ายึดปั๊มน้ำมันเชลล์ที่สวนมะลิ ขนน้ำมันออกไป ประกาศว่าจะเผาโรงพักพลับพลาไชยให้ได้

ที่สี่แยก เอส.เอ.บี. วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งปิดถนน ตร.กองปราบจึงเข้าเคลียร์พื้นที่จนเปิดการจราจรได้

ที่หน้าโรงแรมไทเป ถนนสันติภาพ ผู้ก่อเหตุนำป้ายถนนและขยะมากองกลางถนน แล้วราดน้ำมันจุดไฟเผา ตร.ยิงปืนขึ้นฟ้าจึงแตกกระจาย

หัวถนนแปลงนามที่ ตร.ถูกขว้างระเบิดมือไปไม่นาน ผู้ก่อกวนก็นำน้ำมันมาราดถนนแล้วจุดไฟ ตร.เข้าดับก็ถูกยิง จึงยิงตอบ ปรากฏว่าตายไป ๓ คน บาดเจ็บอีก ๓ มูลนิธิร่วมกตัญญูเก็บทั้งคนตายคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

ตอนดึก ผู้ก่อเหตุกลุ่มละ ๒๐-๓๐ คนชุมนุมปิดถนนหลายแห่ง มีมอเตอร์ไซด์วิ่งประสานงาน และมีรถบรรทุกเล็กวิ่งรับคนจากย่านเยาวราชและพลับพลาไชยไปส่งตามจุดต่างๆ

รัฐบาลเห็นว่าการก่อการจลาจลขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะสงบ ในเวลา ๒๓.๕๕ น.นายกรัฐมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์ จึงมีประกาศว่า

“ด้วยขณะนี้ปรากฏว่า ได้มีบุคคลบางจำพวกประกอบด้วยบุคคลอันธพาลเป็นส่วนใหญ่ ก่อความไม่สงบขึ้นในกรุงเทพมหานคร เริ่มที่ตำบลพลับพลาไชย มีการเผาทำลายทรัพย์สินของทางราชการและของประชาชน ทำร้ายเจ้าหน้าที่และก่อวินาศกรรม มีท่าทีจะลุกลามเป็นอันตรายแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั่วไป

รัฐบาลได้ทำการป้องกันโดยละมุนละม่อมแล้ว แต่เหตุการณ์หาได้สงบลงไม่ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการเด็ดขาด เพื่อระงับปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบโดยทันทีและเด็ดขาด เพื่อให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบโดยเร็ว

รัฐบาลจะประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานครตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

จึงขอให้ประชาชนทั้งหลายเข้าใจตามนี้ ขอให้ร่วมมือกับรัฐบาลทุกประการ และรัฐบาลขอแนะนำว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆแล้วขอประชาชนอย่าออกนอกบ้าน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเข้าใจผิดอันอาจจะเกิดขึ้นได้”

จากนั้นรัฐบาลได้แต่งตั้งให้ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ผบ.ทบ. เป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบแห่งชาติ พล.อ.กฤษณ์จึงสั่งเคลื่อนรถถังเข้าข่มขวัญตามจุดต่างๆ และส่งทหารเข้าร่วมปฏิบัติการกับ ตร.

แม้จะมีประกาศภาวะฉุกเฉินให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามได้อย่างเด็ดขาด และนำรถถังออกมาขู่แล้ว ก็ไม่สามารถทำให้ผู้ก่อเหตุเกรงกลัวได้ กรมตำรวจได้เรียก ตชด.และ ตร.พลร่มจากค่ายนเรศวร หัวหิน มาสมทบ ซึ่ง พล.ต.ต.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการนครบาล ได้กำชับก่อนออกปฏิบัติหน้าที่เมื่อราว ๐๓.๐๐ น.ว่า ถ้าแค่ชุมนุมหรือยั่วยุก็อย่ายิง จนกว่าจำเป็นต้องตอบโต้ เมื่อ ตร.และทหารได้กระจายกันออกเคลียร์พื้นที่ เหตุร้ายจึงเริ่มเบาบางลง

ในวันที่ ๕ กรกฎาคม รัฐบาลได้ออกประกาศว่า

“การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ได้รับความร่วมมือจากประชาชนผู้รักความสงบเป็นอย่างดี เป็นผลให้เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นสงบโดยรวดเร็ว และเป็นที่หวังว่ามาตรการอันเด็ดขาดของรัฐบาล จะสามารถยุติเหตุการณ์อันไม่สงบนี้ได้โดยสิ้นเชิง”

รัฐบาลได้ส่งกำลังเข้าเสริมตามจุดต่างๆ ป้องกันเหตุร้ายตั้งแต่ ๑๖.๐๐ น. แต่ในเวลา ๑๗.๑๕ น.ขณะที่เจ้าหน้าที่ตระเวนขอร้องห้องแถวริมถนนให้ปิดแต่วัน เพื่อกันผู้ก่อการร้ายเข้าไปแอบแฝง เมื่อไปถึงถนนสันติภาพ ก็ถูกระดมยิงลงมาจากห้องหนึ่ง ตร.จึงยิงตอบ และเมื่อบุกเข้าไปก็พบหญิงคนหนึ่งถูกยิงตาย ผู้ชายอีกคนบาดเจ็บสาหัส

ราว ๑๘ น. ขณะหน่วยบรรเทาสาธารณภัยและลูกเสือทำหน้าที่จราจรที่ ๕ แยกพลับพลาไชย มีรถของกลุ่มวัยรุ่นผ่านมาสาดกระสุนเข้าใส่ ถูกเจ้าหน้าบรรเทาสาธารณภัยคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส

ในเวลา ๑๘.๐๐ น. นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ผู้อำนวยการรักษาความสงบ พล.ต.อ.ประจวบ สุนทรางกูร อตร. และ พล.ต.ท.วิฑูร ยะสวัสดิ์ ผช.อตร.ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลรายงานให้ทรงทราบ

ตกค่ำ กลุ่มก่อกวนรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ บางกลุ่มมีเป็นร้อย ออกก่อเหตุตามจุดต่างๆ กลุ่มหนึ่งจะเข้ายึด รพ.จุฬา แต่ก็ถูกขัดขวางและจับไว้ได้หลายคน

ที่หน้าธนาคารเอเชีย สามแยก วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งตั้งด่านโบกให้รถที่ผ่านมาหยุด ขอดูดน้ำมันใส่ขวด ตชด.และพลร่มทราบเหตุจึงรุดไป เผอิญมีรถพยาบาลนำไปข้างหน้า กลุ่มวัยรุ่นก็โบกมือให้หยุด แต่คนขับไม่ยอมหยุดเลยถูกยิง ตชด.จึงสาด เอ็ม ๑๖ เข้าใส่ ดิ้นตายไป ๑ ศพ

ตร.ได้สั่งให้ปั๊มน้ำมันทั่วกรุงเทพฯ ใส่กุญแจล็อคหัวจ่ายตั้งแต่ ๒๐.๐๐ น. ทำให้รถยนต์เดือดร้อน รถเมล์หลายคันน้ำมันหมด ส่วนรถเมล์ที่วิ่งผ่านย่านเยาวราช พลับพลาไชยต่างหยุดวิ่ง เพราะกลัวจะถูกยึดรถ

วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งราว ๓๐๐ คน มีมีดไม้เป็นอาวุธ เดินจากราชวงศ์มุ่งไป สน.จักรวรรดิ เมื่อ ตร.เข้าสกัดใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้สลายตัว กลุ่มวัยรุ่นเลยเบี่ยงไปออกเยาวราช พอถึงโรงภาพยนตร์คาเธ่ย์ก็เจอ ตร.ทหาร และพลร่ม จึงเกิดปะทะกัน กลุ่มวัยรุ่นวัยคะนองแตกกระเจิง ตร.ได้ตรึงห้างทองเซ่งเฮงหลีไว้

ในเช้าวันที่ ๖ กรกฎาคม เริ่มตั้งแต่ ๐๘.๐๐ น. พ.ต.อ.สถาพร วิมุกตานนท์ ผกก.น.๖ ได้นำกำลังออกค้นตามจุดที่สงสัยว่าจะเป็นที่หลบซ่อนของผู้ก่อความไม่สงบ เช่นที่ตรอกข้าวสาว ถนนสันติภาพ ตรอกถั่วงอก ตรอกข้าวหลาม ตรอกพิพากษา ตรอกพันธจิต และถนนไมตรีจิต รวมทั้ง รพ.กว๋องสิว ถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นจุดที่มีการยิงกันมากในคืนวันที่ ๔ ตามผนัง รพ.และห้างร้านย่านนั้นมีรอยกระสุนเป็นร้อยๆ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใน รพ.

อตร.ได้กำชับ ตร.ให้ตามตัวนายพูน ล่ำลือประเสริฐ ต้นเหตุที่แอบหนีไปกลับคืนมาให้ได้ ตร.และนักข่าวไปที่บ้านนายพูนแถวบุคคโล พบแต่บ้านปิดสนิท ไม่มีวี่แววตัวก่อเรื่อง

ทางการได้ขอความร่วมมือสมาคมแต้จิ๋วให้ออกประกาศเตือนวัยรุ่นเชื้อจีน ว่าอย่าทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และอย่าออกจากบ้านในเวลากลางคืน ซึ่งวิทยุได้ออกอากาศประกาศนี้ทุก ๕ นาที

ตกเย็นซึ่งตามปกติจะมีคนเริ่มไปออกันที่หน้า สน.พลับพลาไชย แต่ในวันที่ ๖ นี้บางตาลง ตร.ทหารได้ตรึงกำลังเต็มอัตรา ตามปากตรอกซอกซอยก็รักษาการณ์อยู่ทั่วไป เหตุการณ์จึงกลับคืนเกือบปกติ รถเมล์ออกวิ่ง แต่ก็ยังมีการก่อกวนประปราย และมีวัยรุ่นตั้งกลุ่มรีดไถตามสี่แยกที่ไม่มี ตร.ทหาร

เช้าวันที่ ๗ เหตุการณ์กลับคืนสู่ปกติ ร้านรวงในย่านนี้เปิดกันมาก โรงภาพยนตร์เท็กซัสซึ่งอยู่ในใจกลางย่านเยาวราช เปิดฉายและมีคนดูพอสมควร

ผช.อตร.ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า การก่อการวุ่นวายในครั้งนี้ ขอยืนยัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีนักการเมืองหรือพ่อค้าอยู่เบื้องหลัง มีแต่พวกอันธพาลซึ่งมีอยู่มากในย่านนั้น รีดไถร้านค้าเป็นประจำ ก่อจลาจลขึ้นก็เพื่อแสดงอิทธิฤทธิ์ ถ้า ตร.ไม่กล้าเอาเรื่องเพราะกลัวอิทธิพล ก็จะกำเริบครองความยิ่งใหญ่ รีดไถเป็นล่ำเป็นสัน

ในเช้าวันที่ ๘ นายพูน ล่ำลือประเสริฐ ก็ให้ญาติพามามอบตัวกับ พล.ต.ต.อารีย์ กรีบุตร ผู้บังคับการสันติบาล บอกว่าเสียใจมากในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดไม่ถึงว่าจะร้ายแรงถึงเพียงนี้ ยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเอง ซึ่งก็เดือดร้อนด้วยที่ไม่กล้าขับแท็กซี่ออกหากิน กลัวจะโดนประชาทัณฑ์ ต้องหลบๆซ่อนๆ

รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินตั้งแต่ ๐๖.๐๐ น.ของวันที่ ๙ กรกฎาคมเป็นต้นไป อตร.สรุปเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า เป็นการกระทำของแก๊งมังกรกับแก๊งอินทรี เป็นตัวการที่ปลุกปั่นวัยรุ่นในย่านนั้น มีคนตาย ๒๖ คน บาดเจ็บกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ ๑๒๔ คน และถูกควบคุมตัว ๙๗ คน ส่วนค่าเสียหายทรัพย์สินของทางราชการประมาณ ๑ ล้านบาท

คนที่เสียชีวิตในครั้งนี้ บางคนก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ด้วยเลย อย่าง นายอนุชาติ ศิริพฤกษ์นที กำลังศึกษาวิศวกรรมศาสตร์อยู่ในสหรัฐอเมริกา กลับมาเยี่ยมบ้านในวันที่ ๒ กรกฎาคม เพื่อนชวนไปกินข้าวที่เยาวราชเมื่อคืนวันที่ ๓ พอเห็นเหตุการณ์ไม่ค่อยดีจึงขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน แต่ก็ถูกยิงตายกลางทาง ทรัพย์สินในตัวไม่มีอะไรเหลือ

เจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหามาสอบเป็นรายตัว บางรายก็ให้ประกันตัวไป สำหรับนายพูน ล่ำลือประเสริฐ ตัวต้นเรื่องนั้น ถูกส่งฟ้องศาลในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ในข้อหาว่าจอดรถในที่ห้ามจอด ต่อสู้ขัดขวางและดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

ซึ่งถ้าในคืนนั้น เพียงแค่เขาเลื่อนรถไปตามคำเตือนของ ตร.จราจร เรื่องเศร้าสลดทั้งหมดนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น
ตร.คุ้มกันโรงพักพลับพลาไชยที่เกิดเหตุ
ไทยมุงหน้า สน.พลับพลาไชย
 รุ่งเช้าก็เกลื่อนตามถนน
 เก็บมาเรียงก่อนขน
 บางศพต้องไปท้ายรถแท็กซี่
กำลังโหลดความคิดเห็น...