xs
xsm
sm
md
lg

สวยทั้งตัวและหัวใจ “แนนซี่ ลินน์ กิ๊บสัน” แม่พระของสรรพสัตว์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ไม่ว่าจะเป็นข่าวสุนัขท้องแก่ถูกแขวนคอตายคาปั๊ม NGV
ข่าวของสุนัขพันธุ์ปอมที่ถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม ถูกกรีดขาทั้งสี่ข้าง ถูกจับกรอกน้ำยาทำความสะอาด อีกทั้งยังถูกกรีดอวัยวะเพศ
หรือแม้แต่ข่าวสุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นล่าสุดกับสุนัขพันธุ์ปั๊กเพศเมียตัวหนึ่งที่ถูกเจ้าของกระทำชำเราจนป่วยใกล้ตายและนำมาทิ้งไว้ข้างถนน

ทุกข่าวที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างที่สุดแสนจะสะเทือนใจต่อผู้ที่รักสัตว์เป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เลยจึงทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในนามกลุ่มคนรักสัตว์เพื่อรณรงค์ล่ารายชื่อประชาชนขึ้นมาเพื่อผลักดัน ข้อเสนอของภาคประชาชนต่อการคุ้มครองสัตว์พร้อมข้อเสนอ 20 ข้อเกี่ยวกับนิยามคำว่า “ทารุณกรรมสัตว์” ซึ่งหนึ่งในนั้นผู้ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันกับกลุ่มคนรักสัตว์และมูลนิธิ “เดอะวอยช์ เสียงจากเรา” ที่มี “เก๋” ชลลดา เมฆราตรี เป็นประธาน นั่นก็คือสาวลูกครึ่งประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิรักสัตว์ป่า (Love Wildlife Foundation)
แนนซี่ ลินน์ กิ๊บสัน...
ตลอดระยะเวลากว่าห้าปี แนนซี่ได้สั่งสมประสบการณ์จากการเข้าไปคลุกคลีกับสัตว์ป่า รวมไปถึงการให้ความรู้กับเด็กด้อยโอกาส ตลอดจนมีส่วนร่วมกับองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าชื่อของแนนซี่ ลินน์ กิ๊บสัน อาจจะไม่ได้โดดเด่นบนหน้าสื่อเท่าใดนัก แต่ทว่าหากพูดถึงการทำงานในฐานะมูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไร ชื่อของเธอขจรขจายโด่งดังอย่างยิ่ง

แนนซี่ ลินน์ กิ๊บสัน ชื่นชอบสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ป่าเป็นชีวิตจิตใจ แม้ว่าความฝันก่อนหน้านี้อยากเป็นหมอรักษาคน แต่ภายหลังกลับมารู้ใจตัวเองว่าแท้จริงแล้ว สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “สัตว์” น่าจะเป็นเส้นทางที่เธอคิดว่าน่าจะใช่และตอบโจทย์ความเป็นตัวเองมากกว่า...

• เห็นว่าเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิรักสัตว์ป่าขึ้นมาใช่ไหมคะ ย้อนเล่าให้ฟังหน่อยว่ามีความเป็นมายังไง
เมื่อก่อน ตอนที่แนนอยู่อเมริกา แนนก็ทำงานเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ป่าอยู่แล้ว และสอนเด็กๆ ในเรื่องสิ่งแวดล้อม (สอนที่อเมริกา) ซึ่งส่วนใหญ่เด็กที่สอนจะเป็นเด็กด้อยโอกาส จากนั้นก็ได้มาที่เมืองไทยเพื่อหาประสบการณ์แล้วกลับไปเปิดมูลนิธิที่อเมริกา มาฝึกงานที่สวนสัตว์ ที่เขาดินบ้าง ที่สวนสัตว์เชียงใหม่บ้าง อยู่ได้ประมาณปีกว่า

แล้วบังเอิญตอนนั้นมีคนเอานางอายหรือลิงลมเข้ามาในสวนสัตว์ ส่วนตัวก็ไม่รู้จักว่านางอายคืออะไร ก็ไปเสิร์ชหาดูว่ามันตัวอะไร (หัวเราะ) ไม่เคยเจอ ไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักมาก่อน มันเหมือนตัวประหลาด ไม่เคยรู้เลยว่ามีสัตว์ชนิดนี้อยู่บนโลก ก็พยายามเสิร์ชหาดูแล้วก็ได้มารู้ว่าในเมืองไทยมีสัตว์อีกหลายชนิดที่คนยังไม่ให้ความสนใจ และยังไม่มีการวิจัย ไม่มีการดูแล ตั้งแต่นั้นมาก็เลยเปลี่ยนใจคิดว่ามาเปิดมูลนิธิที่เมืองไทยดีกว่า เพราะว่าที่อเมริกาเขามีองค์กรแบบนี้เยอะแล้ว

ก็ใช้เวลาประมาณห้าปี กว่าจะได้เปิดมูลนิธิ ตอนแรกอาศัยเรียนรู้ดูก่อนว่าอยากทำอะไร อยากทำแนวทางไหน ส่วนตอนนี้ก็ทำทุกอย่าง (หัวเราะ) บัญชี แอดมิน ดูแลอาสาสมัคร ออกไปให้ความรู้กับเด็กๆ มูลนิธิเราเป็นมูลนิธิเล็กๆ ทุกคนเลยต้องช่วยกันหมด เราเลยต้องทำทุกอย่าง

• แล้วตอนนี้มูลนิธิรักสัตว์ป่าเป็นไปตามแนวทางไหนกันคะ
ตอนนี้ที่มูลนิธิมีแนวทางสองถึงสามอย่างที่ทำ อย่างแรกเลยเราจะเน้นให้การศึกษาเด็ก เน้นที่เด็กประถมและมัธยม ในเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ป่า การลักลอบ เพื่อที่จะให้เด็กๆ ได้รู้ว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เหมือนเป็นการปลูกฝังเขาตั้งแต่เด็กๆ ในอนาคต เขาจะได้ไม่ไปซื้อ ไม่ไปสนับสนุนในเรื่องที่ผิดกฎหมาย ความคิดนี้มีขึ้นมาตั้งแต่แรกๆ ก่อนเปิดแล้ว คือถ้าเราจะไปสอนตอนที่เขาโตขึ้นมา คาดว่าสัตว์ก็คงจะหายไปหมด (หัวเราะ)

ส่วนด้านอื่นๆ ก็จะเน้นอนุรักษ์ มีทั้งสัตว์บก สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ซึ่งสัตว์น้ำจะเน้นในทะเล อย่างโลมา ฉลาม วาฬ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่ทำร่วมกับกรม ซึ่งส่วนนี้เป็นการสอนคนที่เลี้ยงดูสัตว์ เพราะว่ามันจะมีสัตว์หลายชนิดมาก สัตว์แต่ละชนิดดูแลไม่เหมือนกัน ทุกชนิดจะมีการดูแลโดยเฉพาะตั้งแต่อาหารการกิน สุขภาพ ทั้งหมดเลยค่ะ (ยิ้ม)

• แสดงว่าต้องเป็นคนรักสัตว์มากถึงได้มาทำงานเกี่ยวกับสัตว์ได้
แนนรักสัตว์นะคะ เพราะถ้าไม่รักก็คงไม่มาทำงานตรงนี้แน่ๆ (หัวเราะ) คือความจริงแล้ว แนนเป็นลูกคนเดียวอาศัยอยู่กับแม่ พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่แนนอายุได้ 3 ขวบ บางทีแม่ไม่ค่อยมีเวลา ตัวเราเองก็ไม่มีเพื่อนอยู่ใกล้บ้าน จะมีแต่สัตว์เลี้ยงอย่างหมา แมว หนูแฮมเตอร์ เป็นเพื่อนคลายเหงาเลยทำให้ผูกพันกับมันมาตั้งแต่เด็กๆ

ส่วนสัตว์ป่าจริงๆ แล้วแนนชอบสัตว์เลื้อยคลาน แต่ส่วนตัวก็ไม่เคยเลี้ยงจริงจังนะคะ เคยเลี้ยงแต่คาเมเลียนตอนอยู่อเมริกา แต่ที่ทำให้มาชอบสัตว์ป่ามากๆ ก็คงเป็นตอนที่ได้มาฝึกงาน ตอนนั้นแนนทำงานอยู่กับเสือ จะมีเสือปลา เสือโคร่ง เสืออะไรต่อมิอะไรสารพัดสายพันธุ์เลยค่ะ

แนนเรียนชีวะมา เพราะตอนแรกอยากเป็นหมอรักษาคน แต่พอตอนหลังมารู้ตัวเองว่าจริงๆ แล้วเราชอบสัตว์นะ มันเลยลืมไปเลยว่าอยากเป็นหมอรักษาคน (หัวเราะ) ถ้ารู้ว่าชอบตั้งแต่แรกก็อยากเป็นไปสัตวแพทย์เหมือนกันนะคะ เพราะเราชอบแนวทางนี้ ชอบธรรมชาติ ชอบไปอยู่กับธรรมชาติ อีกอย่าง แนนชอบเกี่ยวกับเรื่องระบบนิเวศน์ของสัตว์ต่างๆ มันชอบเป็นพิเศษเรียกได้ว่าหลงรักเลยก็ว่าได้ค่ะ (ยิ้ม)

• ดูเหมือนว่าจะเป็นคนลุยพอตัว เพราะคลุกคลีกับสัตว์ป่าได้นี่ก็ต้องลุยพอสมควร
เป็นคนชอบลุยนะคะ บางคนคิดว่าเราจะลุยไม่ได้ แต่ก็ทำได้นะ (หัวเราะ) แนนชอบเดินป่า ชอบถ่ายรูป แต่ถ่ายไม่เก่งมาก (หัวเราะ) แนนจะชอบถ่ายภาพสัตว์เล็กๆ จำพวกแมลง แต่ต้องบอกก่อนว่า ที่เข้าไปคลุกคลีกับสัตว์ มันทั้งกลัวและไม่กลัวนะ (หัวเราะ) ที่ไม่กลัวเพราะเราเข้าใจเขา เราเข้าใจพฤติกรรมว่าสัตว์ก็คือสัตว์ เสือมันไม่ใช่แมว จริงๆ ถ้าเราเข้าใจเขา เราก็จะไม่กลัวเขาเลย เพราะเรารู้ล่วงหน้าว่าเขาจะทำอะไร อย่างลิงหาวใส่ แสดงว่าเขาจะกัดแล้วนะ ไม่ใช่เขาง่วงนอนนะ (หัวเราะ)

ก่อนหน้านี้แนนเคยไปคลุกคลีกับเสือเพราะไปฝึกงาน มีหน้าที่เลี้ยงเสือ ก็ต้องให้อาหารเสือ เป็นเสือที่เราสามารถใกล้ชิดได้เพราะเลี้ยงมันมากับมือ ตอนให้อาหารนี่คนละเรื่องเลย เคยโดนคำรามใส่ด้วยค่ะ

• นอกจากงานมูลนิธิ แล้วยังมีงานอื่นอีกหรือเปล่าคะ
ตอนนี้แนนทำโครงการกับเพื่อนซึ่งจะเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ก็ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ป่าและสวนสัตว์เหมือนเดิมค่ะ

• ตอนนี้ก็เรียกว่าเอาดีทางด้านมูลนิธิอย่างเดียวเลยใช่ไหมคะ เหมือนเป็นความสุขในชีวิตเลย
เป็นความสุขนะคะ คือแนนรักงานด้านนี้อยู่แล้วด้วย ถ้าคนที่ไม่รักจะทำไม่ได้เลย เพราะมันเป็นงานที่ท้อแท้มาก บางทีเราเหนื่อย แต่มันไม่ได้ผลลัพธ์เท่าที่ควร หรือบางทีเราต้องเห็นสัตว์ที่ป่วยตาย สัตว์โดนลักลอบ มันทรมานนะ เราเห็นมาเยอะ บางทีสัตว์ที่เขายึดมาจากสนามบิน สมมติว่าเต่าแล้วกัน เพราะเจอบ่อย ส่งมาจากต่างประเทศ โดนจับที่สุวรรณภูมิรอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอีก ร่วมสี่ห้าวัน เขาต้องอยู่แบบทรมาน เราเห็นสัตว์ที่เจ็บป่วยบ้าง ตายบ้าง เห็นมาเยอะมาก บางทีมันเห็นทุกวัน มันก็ท้อใจนะ

• ได้ข่าวว่าแนนซี่เป็นบุคคลหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการผลักดัน พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ร่วมกับเก๋ ชลลดา ด้วย
ใช่ค่ะ เพราะแนนมองว่าการทารุณสัตว์มันมีมานานแล้ว แต่คนเพิ่งมาให้ความสนใจเพราะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เผยแพร่ออกสื่อบ่อยมาก แนนเห็นมาตั้งแต่เด็กเวลาที่มีคนทุบตีหมา เตะแมว หรือแม้กระทั่งกลั่นแกล้งอีกสารพัดวิธี การทารุณสัตว์มันเป็นเรื่องที่ใหญ่นะ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของหมา แมว มันสามารถโยงไปถึงสัตว์ประเภทอื่นๆ ได้ การทุบตี การเฆี่ยน การฆ่าหรือแม้แต่เอาไปทำโชว์ ลอดห่วง กระโดดข้ามห่วงไฟ สิ่งเหล่านี้มันคือการทารุณสัตว์หมดเลย กฎหมายก่อนหน้า พ.ร.บ.นี้ ความจริงไม่มีนะคะ ส่วนมากจะทำอะไรไม่ค่อยได้เพราะเป็นสิทธิของเขา เป็นสัตว์ของเขา อันนี้เห็นได้จากประสบการณ์ที่คนรู้จักโดนกันมาเยอะมาก เวลาที่เข้าไปช่วยเหลือ มันทำอะไรไม่ได้จริงๆ ตำรวจก็ไม่จับ ส่วนมากปรับแค่พันสองพันบาท

• ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้โทษของการทารุณสัตว์ค่อนข้างที่จะเบามาก เลยทำให้เกิดข่าวการทารุณสัตว์ขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งการทุบตี การฆ่าและรวมไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ คิดว่าการผลักดัน พ.ร.บ.ตรงนี้จะทำให้กฎหมายเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม
แนนมองว่า พ.ร.บ.ที่ว่านี้จะสามารถทำให้กฎหมายเข้มงวดมากขึ้นนะ เพราะจะมีตั้งแต่การปรับที่มากขึ้นถึงสี่หมื่นบาท (แล้วแต่ว่ากรณีไหน) ไปจนถึงจำคุกไม่เกินสองปี อันนี้คนผลักดันที่อยู่ข้างในเรียกร้องให้โทษหนักกว่านี้ด้วยซ้ำไปค่ะ บางคนบอกห้าหมื่นไปเลย ติดคุกสี่ปีไปเลย ต้องเอาหนักๆ

• ส่วนตัวคิดไหมคะว่ากฎหมายเปลี่ยนไปจะทำให้ปัญหาดังกล่าวน้อยลงตาม
น่าจะน้อยลงนะคะ กฎหมายสัตว์มันจำเป็นกับในประเทศไทยนะ อย่างต่างประเทศเขาก็มีกันแล้ว อเมริกา อังกฤษ อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศอาเซียนมีหมด ของเขาเข้มงวดกว่าของไทยหลายเท่ามาก

ตอนนี้กฎหมายเรามันไม่ชัดเจน ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะคะ เพราะมีกฎหมายย่อมดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว แต่อะไรคือการทารุณกรรม เขามีแค่บอกว่าห้ามทารุณกรรม แต่ไม่ได้อธิบายแน่ชัดว่ามันคืออะไร มีแต่ในนิยาม ชาวบ้านเขาจะไม่รู้เลย อย่างขังหมาในที่แคบๆ โดยไม่ให้เขาวิ่งหรือเดินไปไหนได้ อันนี้ก็คือการทารุณกรรมเหมือนกันนะ หรือบางทีเขาอาจจะคิดว่าเราตีหมาของเราเพราะมันดื้อ อันนี้ใช่ทารุณกรรมหรือเปล่า เราจะโดนไหม บอกตามตรงว่าในส่วนนี้จะละเว้น แต่ถ้าตีจนเลือดตกยางออก ตีแบบไม่มีเหตุผลที่ดี มันก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตรงนี้แหละที่แนนมองว่ามันไม่ชัดเจน ต้องไปตีความกันเอาเอง มันไม่ชัดเจน มันทำให้คนงงกันเยอะ

เราต้องเผยแพร่ต่อให้เขารู้ว่าการทารุณกรรมคืออะไรแล้วทางมูลนิธิกับองค์กร สมาคมต่างๆ ต้องลองเอากฎหมายไปใช้ว่ามันดีกว่าเดิมไหม แต่แนนคิดว่ามันจะดีกว่าเดิมนะ เพราะก่อนหน้านี้พวกเราต้องทำงานโดยไม่มี พ.ร.บ. ไม่มีกฎหมายมานานมาก แนนหวังว่าประชาชนจะเข้าใจมากขึ้น แต่กลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจ แต่ถ้ามีการประกาศออกมาให้ชัดเจนมันก็น่าจะดีขึ้น 20 ข้อนี้ (ข้อห้ามการทารุณสัตว์ 20 ข้อ) ถ้าไม่ประกาศออกมาให้ประชาชนเข้าใจแนนว่าคนก็คงจะงงกันไปอีกนาน (หัวเราะ)

• สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ให้อะไรกับเรา กับประชาชน ที่สำคัญนั่นก็คือให้อะไรกับสัตว์และสิ่งแวดล้อมบ้าง
งานตรงนี้มันเป็นความผูกพันเป็นความรักไปแล้ว เพราะเราอยู่ตรงนี้ เราจะเห็นทุกวันว่ามันเป็นยังไง เรามองเห็นว่ามันสำคัญและสัมพันธ์กันยังไง เราได้ช่วยสัตว์ที่โดนกักขังให้ชีวิตเขาดีขึ้นกว่าเดิม ได้ให้ความรู้กับเด็กๆ ทำให้เด็กรักสัตว์มากขึ้น ได้หยุดการนำเอาโลมาเข้ามา ทำให้คนเห็นว่าสิ่งต่างๆ ที่ทำมีผลกระทบกับสัตว์ยังไง กับธรรมชาติยังไง มีส่วนทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น ทำให้เขารักธรรมชาติมากขึ้น เราเห็นความสำคัญกับทุกด้าน อย่างเด็กเขาเป็นอนาคตของชาติ เราก็ต้องดูแลตรงนี้ ส่วนธรรมชาติก็เป็นสิ่งที่ดีต่อทุกคน มันเป็นความสัมพันธ์กัน เป็นระบบนิเวศที่ต้องพึ่งพากัน

• ท้ายนี้อยากฝากอะไรหรือให้แง่คิดอะไรในมุมมองของคนที่รักสัตว์คนหนึ่ง
เอาใจเขามาใส่ใจเราค่ะ ถ้าเราทำให้ลูกเราเองเจ็บปวด แล้วเราทำแบบนี้กับสัตว์ มันก็เหมือนกัน เหมือนถ้าเราทอดทิ้งเด็กเล็กๆ ทอดทิ้งสัตว์ข้างถนนที่เขาไม่รู้เรื่อง ไม่มีอาหาร ก็เหมือนกัน สัตว์กับคนมีความรู้สึกเหมือนกัน ฉุกคิดสักนิด อย่างถ้าให้เราเอาตัวเองไปอยู่ในกรงเล็กๆ เป็นเดือนๆ เราก็คงไม่พอใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้น อยากให้คิดก่อนที่จะทำค่ะ




รู้ไว้ใช่ว่า
“เพิ่มข้อห้ามการทารุณสัตว์ 20 ข้อ”

ภาคประชาชน เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 17 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการทารุณกรรมสัตว์และการกระทำดังต่อไปนี้ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ทั้งสิ้น
(1) การเฆี่ยน ทุบตี ฟัน แทง เผาลวก หรือทำการใดๆ ให้สัตว์ได้รับความทุกข์ ทรมาน พิการหรือตายโดยไม่จำเป็น
(2) ใช้งานสัตว์ในการทำผิดกฎหมาย ใช้งานจนเกินสมควรแก่ประเภท อายุ โดยเฉพาะสัตว์อ่อนแอ เจ็บป่วยและชรา เช่น นำช้างหรือหมามาขอทาน
(3) ใช้ยาหรือสารพิษที่ทำให้สัตว์ได้รับอันตรายหรือทรมานหรือตาย เช่นสารกระตุ้น โด๊ปให้สัตว์ครึกครื้น หรือทำร้ายร่างกาย
(4) ใช้พาหนะขนหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ที่ไม่เหมาะสม ทำให้สัตว์ได้รับการทุกข์ทรมาน บาดเจ็บ ตาย
(5) เลี้ยงกักขังในที่แคบเเออัด จนทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมาน บาดเจ็บ หรือตาย
(6) นำสัตว์ที่เป็นอริกันไว้ในที่เดียวกันเช่น กระต่ายกับงู ฯลฯ
(7) พรากแม่พรากลูกที่ยังไม่หย่านม นอกจากมีเหตุจำเป็น เช่นลูกหรือแม่สัตว์เป็นโรคติดต่อ
(8) ทอดทิ้งสัตว์เพื่อให้พ้นภาระ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่เคยถูกเลี้ยงประเภทใด ผิดกฎหมายทั้งหมด
(9) ทำให้สัตว์เลี้ยงในครอบครองทุกข์ทรมานโดยการอดข้าวอดน้ำ
(10) เจ้าของสัตว์ไม่ให้การดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงในยามเจ็บป่วย
(11) ใช้ยาพิษเพื่อให้สัตว์ได้รับการทุกข์ทรมานหรือตาย
(12) การกระทำใดๆ ให้สัตว์ต้องพิการหรือเสียรูปร่างจากเดิมโดยไม่จำเป็น
(13) การนำสัตว์มาประลองต่อสู้กันโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
(14) ฆ่าหรือทำร้ายสัตว์โดยลุแก่โทสะ
(15) พันธนาการเช่น ล่าม ผูก ขังไว้นานจนเกินไปและใช้เครื่องพันธนาการที่ไม่เหมาะสม
(16) ใช้สัตว์เลือดอุ่นที่มีชีวิตอยู่เป็นอาหารสัตว์อื่นโดยมีทางเลือกอื่นที่เป็นอาหารได้
(17) บริโภคสัตว์ทั้งที่มีชีวิตและลมหายใจอยู่ โดยเฉพาะสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
(18) สังวาสหรือใช้สัตว์ประกอบกามกิจ
(19) สนับสนุนหรือมีส่วนให้ผู้อื่นกระทำการทารุณกรรมสัตว์
(20) การกระทำอื่นๆ ตามกำหนดในกฎกระทรวงหรือเนื้อหาด้านบนทั้งหมดกำหนดให้นับเป็นการทารุณกรรมสัตว์ที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น
(ที่มา : http://www.ilaw.or.th)

เรื่อง : วรัญญา งามขำ
ภาพ : พลภัทร วรรณดี

กำลังโหลดความคิดเห็น...