รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อรู้จัก “ครูอมร” ศิลปินลิเก ผู้มีหัวใจเมตตาอุทิศตนดูแลและสอนการแสดงลิเกให้แก่เด็กด้อยโอกาสหรือมีปัญหาชีวิต ให้ได้มีอาชีพ เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า
ก่อนที่ครูอมร หรืออมรพล เด่นนภา จะมาเป็นผู้สอนลิเกให้แก่เด็กด้อยโอกาส ครูเคยเป็นเด็กดื้อและระเหเร่ร่อนออกจากบ้านมาก่อน
“พื้นฐานของผม แรกเริ่มเดิมที คุณแม่ผม เห็ดเผาะ เชิญยิ้ม คนแรกที่สอนก็คือคุณแม่ แม่สอน และครูคนแรกคือ คุณครูศรีเพชร หอมหวล ผมก็ระหกระเหเร่ร่อนออกจากบ้านไปหาประสบการณ์ด้านนอก เป็นเด็กดื้อ ในเส้นทางของตนเอง อยากจะท่องโลกกว้าง ก็ไป (ถาม-แล้วตอนนั้นไม่ต้องเรียนหนังสือหรือ?) ไม่ได้เรียนเลย (ถาม-จบการศึกษา?) ป.6”
ไม่อยากให้เด็กใช้ชีวิตผิดพลาดซ้ำรอยครู!
“ผมเป็นคนดื้อมาก่อน เวลาผมบอกคนดื้อ จึงต้องฟัง เพราะอ้าปากเห็นลิ้นไก่ เรารู้แล้วว่าเด็กจะพูดอะไร เด็กจะทำอะไร เพราะเราเป็นมาก่อน เราผิดพลาดมาก่อน จึงไม่อยากให้เด็กผิดพลาดตามผม”
ต้นทุนเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน การสอนจึงใช้วิธีเดียวกันไม่ได้!
“ผมเป็นคนดุ เป็นคนสอนแล้วดุ คือต้องเอาให้อยู่ เด็กแต่ละคน ผมจะแยกเป็นสายพันธุ์ของต้นไม้ สมมุติคนนี้เล่นได้เท่านี้ ก็ถือว่าเป็นทุเรียนไป ต้นสูงหน่อย คนนี้เล่นได้เท่านี้ ผมก็ถือว่าเป็นต้นมะม่วง ต้นมะม่วงไม่สูงเท่าทุเรียน เราจะเอาปุ๋ยของเรา ซึ่งเป็นวิชา ปุ๋ยทุเรียนไปใส่มะม่วง มะม่วงไม่โตใช่ไหม ปุ๋ยมะม่วงใส่ทุเรียน ทุเรียนมันก็ไม่โต เพราะฉะนั้นต้องแยกกลุ่มของเด็กว่าเด็กคนนี้ได้แบบไหน เด็กคนนี้ได้แบบไหน”
การจะเป็นลิเก ไม่ง่าย ต้องมีความอดทนมากพอ!
“หลักเกณฑ์ของลิเกคือ เอาตัวรอดได้ ออกได้เข้าได้พูดได้ คุณสมบัติสำคัญคือ ความอดทน ลิเกใช้ความอดทน 1.ดูถูก ถากถาง 2.ความกดดันจากครูหรือคนดูด้านหน้าเวที ต้องอดทนอดกลั้น ถ้าทำได้ถือว่าผ่าน”
ด้าน ด.ช.จุฑาวุฒิ ชูกำลัง หรือเบนซ์ เด็กในคณะลิเกของครูอมร ยอมรับว่า ตอนแรกไม่อยากเรียนการแสดงลิเก แต่แม่พามา
“ตอนแรกแม่พามา ใจจริงไม่อยากมา (ถาม-อะไรที่ยากที่สุดในการฝึกลิเก?) อะไรที่ยากหรือ คีย์ ผมร้องไม่ค่อยเข้าคีย์ (ถาม-ใช้เวลาฝึกนานไหม?) ก็นานอยู่ ค่อยๆ จำ ตอนเช้าตื่นก็ไปเรียน กลับมาก็ซ้อมลิเก รำ กินข้าว เล่นลิเกตอนกลางคืน (ถาม-ต้องซ้อมลิเกตอนเย็นถึงค่ำเลย?) ใช่ครับ (ถาม-ถึงกี่โมง?) 4 ทุ่มครึ่ง”
ขณะที่ ด.ช.รัตนชัย กายเพ็ชร หรือสกาย เป็นอีกหนึ่งคนที่อยู่ในคณะลิเกของครูอมรเช่นกัน“(ถาม-ก่อนมาเรียนลิเกเคยมีพื้นฐานหรือการร้องการแสดงมาก่อนไหม?) เคยร้องเพลงประกวดและรำตามงาน (ถาม-แล้วทำไมถึงอยากมาฝึกลิเกที่นี่?) เพราะว่าเป็นกันเองดี (ถาม-เล่นเป็นตัวอะไรทุกวันนี้?) เล่นเป็นนางโจ๊ก (ถาม-หนูไม่ได้มีประสบการณ์เป็นลิเกมาก่อน ขึ้นเวทีครั้งแรกรู้สึกยังไง?) รู้สึกตื่นเต้น และกลัวว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดีพอ”
หลังจากฝึกมาเดือนกว่า สกายเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองร้องลิเกได้ดีขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้นในหลายๆ ด้าน
“(ถาม-ครูสอนเรื่องความรับผิดชอบหรือการอยู่ร่วมกับคนอื่นยังไงบ้าง?) สอนเรื่องการรับผิดชอบด้วยว่า ในบทบาทเรื่องนี้ เราต้องเล่นยังไง และรับผิดชอบในเรื่องของตัวเอง (ถาม-แล้วการอยู่ร่วมกับคนอื่น เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?) เอาใจเขามาใส่ใจเรา อยู่ด้วยกัน ก็สนุก สบายดี (ถาม-สำหรับเรา อยากจะเปรียบเทียบโรงลิเกกับอะไร?) เป็นเหมือนกับบ้านเลย เพราะเขาเทคแคร์ดูแลเอาใจใส่เหมือนกัน (ถาม-ครูอมรมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงชีวิตหนูยังไงไหม?) ทำให้หนูมีความฝันมากขึ้น และทำให้ความฝันของหนูที่หนูอยากจะเป็นสำเร็จได้”
แม้ลิเกอาจเป็นอาชีพให้เด็กๆ ได้ในวันหน้า แต่ครูอมรย้ำเด็กเสมอว่า อย่าทิ้งการศึกษา
“ปัจจุบันเด็กที่ระดับการศึกษาสูงที่สุดก็มี ป.ตรี ปี 1 (ถาม-เรียนคณะอะไร?) นาฏศิลป์เลย เด็กพวกนี้บางคนขาดโอกาสไปแล้ว พ่อแม่ไม่ให้เรียนแล้ว เพราะคิดว่าเขาเรียนไม่ได้ แต่ผมให้โอกาสเด็ก ผมคิดว่ามันไม่เกี่ยวกับว่าเด็กสมองช้าหรือเรียนได้ไม่ได้ไม่เกี่ยว”
อย่างไรก็ตาม ครูอมรยอมรับว่า ปัญหาที่ครูต้องประสบในการสอนลิเกให้กับเด็กๆ คือไม่มีพื้นที่ที่มั่นคงปลอดภัยให้เด็กได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
“เป็นโรงลิเก อันนี้เราย้ายมาที่นี่ เพื่อจะพาเด็กมาแสดง และมหัศจรรย์มากเพราะหลวงพ่อสั่งเก็บ มีงานจะใช้สถานที่ เพิ่งจะแสดงได้ 3 วัน เราก็ต้องเก็บ นี่คือเหตุปัจจุบันทันด่วนที่ลิเก โลกลิเกต้องเจอ และต้องยอมรับมัน (ถาม-ทุกวันนี้ครูยังไม่มีสถานที่เป็นของตัวเองหรือ?) ทุกวันนี้ก็เป็นสถานที่ที่มีผู้ใหญ่ใจดีเขาให้ปลูกวิกลิเกอยู่ และฝึกซ้อมเด็กที่นั่น แต่ฝน พายุมา มันเป็นเวที มันก็ไม่คุ้มฟ้าคุ้มฝน ลมมาที ผมต้องไล่เด็กวิ่งเข้าไปหลบในสถานที่ปลอดภัย (ถาม-มันไม่ใช่สถานที่ที่เป็นกิจลักษณะ?) ไม่ใช่เคหะสถาน”
บางครั้งครูถึงขั้นต้องเปิดร้านขายสเต๊ก เพื่อหาทุนดูแลเด็ก!
“(ถาม-การดูแลเด็กใช้ทุนทรัพย์เยอะ มันเคยส่งผลกระทบให้เราคิดอยากจะเลิกหรือไปทำอย่างอื่นกันก่อนดีไหม?) บ่อย เหมือนก่อนที่จะมาแสดงที่นี่ ผมถึงขนาดว่าช็อตเลย เพราะบางทีเด็กเปิดเทอม หลายคนต้องใช้ทุนทรัพย์ แล้วด้วยตัวผมเอง ผมไม่ใช่ลิเกที่ดังหรือมีชื่อเสียง บางครั้งเงินต้องหมุนเวียนทุกวัน ผมหาไม่ทัน ก็ไม่ถึงขนาดอยากจะเลิก แต่แค่ว่า เราต้องขายของนะ ก็ยังคิดว่าต้องหาเงินอยู่ดี เพื่อให้เด็กทุกคนไปได้ (ถาม-แล้วเราหาเงินจากไหนเพื่อประคองให้เขาอยู่ต่อไปกับเรา?) เปิดร้านขายสเต็ก 69 บาท 169 บ้าง คือทำไป เปิดร้านขายสเต๊กบ้าง ทำเศียรพ่อแก่ให้คนเช่าบ้าง ทำวัตถุมงคลที่เป็นของที่ระลึก (ถาม-ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นแหล่งรายได้ที่?) ไม่มั่นคง”
ด้านสกาย แม้จะไม่ได้ใช้ชีวิตกินอยู่กับครูอมรตลอดเวลาเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่ก็ใช้เวลาช่วงปิดเทอมมาฝึกลิเกกับครู
“(ถาม-ในแต่ละวันเราใช้ชีวิตยังไง ระหว่างการฝึกซ้อมกับการเรียน?) หนูเป็นเด็กหอ อยู่ที่โรงเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ พอบางปิดเทอม ก็มานี่ และเสาร์อาทิตย์บางครั้งก็มาที่นี่ เพื่อมาซ้อมลิเก (ถาม-เราไม่ได้กินอยู่กับครูใช่ไหม?) ไม่ได้กินอยู่กับครู แต่ช่วงปิดเทอมมานี้ก็เลยมาอยู่ด้วย และมาซ้อมลิเก (ถาม-ครูอมรดูแลเรายังไงบ้าง?) สมมุติหนูหิว เขาจะคอยถามว่าหิวไหม ถ้าหิวก็บอกไปว่าหิว เขาจะหาอะไรมาให้กิน”
ครูอมร ผู้เป็นมากกว่าครู เพราะเป็นผู้ดูแลเด็ก!
“บทบาทของคำว่า ผู้ดูแลเด็ก ผมมองว่า อันนี้หนักกว่าครู หนึ่งเลยเด็กที่มาอยู่กับผม ผมดูแลทั้งชีวิตของเขา การจะเดินไปเข้าห้องน้ำ จะไปที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมา ผมคนเดียวที่รับผิดชอบเด็กทั้งหมด เขาแหลกเหลวมายังไงผมไม่รู้ แต่เมื่ออยู่กับผม เขาต้องดี ผมจะสอนให้เขาเป็นคนดีให้ได้”
ฝันของลูกศิษย์ครูอมร!
เบนซ์ : “อยากเป็นลิเกดังๆ อยากหาเงินช่วยพ่อแม่ (ถาม-ทุกวันนี้รายได้จากการแสดง เราจัดสรรยังไง?) จะจัดเป็นค่าไปโรงเรียน ค่าขนมกิน และส่งไปให้แม่”
สกาย : “จริงๆ ตอนแรกไม่มีด้านที่หนูอยากเป็นลิเกเลย เพราะคิดว่ามันยาก พอเข้ามาอยู่ที่นี่ หนูคิดว่า มันก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น ไม่เกินความสามารถเรา เราก็ทำไปเรื่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ (ถาม-ถ้าอนาคตสามารถเป็นนักแสดงลิเกได้จริงๆ อยากสืบทอดลิเกต่อไปยังไง?) สอนเด็กๆ น้องๆ ลูกๆ หลานๆ ให้เล่นลิเกต่อไป”
หากถามว่า ลิเกเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เด็กได้นานแค่ไหน? ครูอมร บอกว่า“ถ้านับจากชีวิตของเขานะ ผมให้ได้แค่ 40 ปี แต่ใน 40 ปี ถ้าคุณมีแฟนคลับ แล้วคุณรู้จักเก็บหอมรอมริบ รู้จักสร้างโน่นนี่นั่น มันก็ไปต่อได้”
ฝันของครูอมร!
“ผมอยากทำศูนย์ฝึกประสบการณ์ที่เป็นกิจลักษณะ หนึ่งเลยตอนนี้เด็กๆ ทุกคนอยู่บนเวทีลิเก พายุเข้าอะไรเข้า ผมก็กลัวว่ามันจะถล่มลงมา ผมก็อยากมีศูนย์ฝึกประสบการณ์แบบมีหลังคา มีเสามีอะไร อาจจะเช่าที่ ก็อยากขอความอนุเคราะห์จากผู้หลักผู้ใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรีกับกระทรวงวัฒนธรรมว่ามีช่องทางไหนได้บ้างที่ผมจะจดแจ้งว่าเป็นศูนย์ฝึกประสบการณ์ ศูนย์ทบทวนการเรียนรู้สาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้านอาชีพลิเก”
ครูอมรไม่กลัวเด็กทำเสียชื่อครู เด็กเก่ง-ไม่เก่ง พร้อมให้โอกาสได้แสดงลิเก!
“ได้ทำให้เด็กๆ พวกนี้มีโอกาส ผมไม่ได้รับโอกาสนะ ด้วยผมไม่ได้รับโอกาสในการแสดงลิเก เมื่อก่อนก็มีรุ่นพี่ที่เขาดีกว่า เก่งกว่า เขาก็จะให้โอกาส อย่างผมจะเก่งไม่เก่ง ผมให้โอกาสหมด ทั้งๆ ที่ไม่มีใครกล้าให้โอกาสแบบผม เขากลัวว่า เด็กเล่นไม่ดี ออกไปหน้าคณะ เดี๋ยวเสียชื่อ ผมไม่เกี่ยว ชื่อผมเอาไว้กับพื้นก็ได้ แต่เด็กๆ ต้องมีโอกาส ถ้าวันนี้ไม่ให้โอกาสเขาแสดง แล้วเขาจะเก่งเมื่อไหร่”
หากท่านใดต้องการติดต่อว่าจ้างการแสดงลิเกคณะอมรพล เด่นนภา สามารถติดต่อได้ที่ โทร 061-746-1410 หรือเพจเฟซบุ๊ก อมรพล เด่นนภา และเพจ ลิเก อมรพล เด่นนภา
คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“มากกว่าลิเก แต่คือ...โอกาสของชีวิต”
https://www.youtube.com/watch?v=TkkLuR_XJAM&t=529s
ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)
หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos


