xs
xsm
sm
md
lg

“น้องอาย” จากคนปกติ ต้องกลายเป็นคนพิการ เดินไม่ได้-แขนใช้งานได้ข้างเดียว หลังถูกยิงผิดตัว แม้คนก่อเหตุลอยนวล ไม่ท้อ สู้ทำงานหารายได้เลี้ยงลูก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ย่านทุ่งครุ ของกรุงเทพฯ เพื่อรู้จัก “น้องอาย” ที่โชคร้ายถูกยิงผิดตัวจนพิการเดินไม่ได้ ทั้งยังหาความรับผิดชอบจากใครไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายไม่ได้ แม้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่เธอไม่ท้อ พร้อมสู้เพื่อลูก



“ตอนแรกคิดว่าเสียงลูกปืนเป็นเสียงพลุ แต่เสียงพลุนั้นเป็นเสียงลูกปืน แล้วภาพหนูก็ตัดไป หนูไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ แต่ได้ยินเสียงคนรอบข้างตะโกนเรียกว่า อายอย่าเพิ่งตายๆ”

นิภาพร คงมีสุข หรือน้องอาย ย้อนเหตุการณ์เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ขณะที่เธอนั่งอยู่ที่หน้าร้านขายของชำในชุมชน แม้น้องอายจะรอดชีวิตมาได้ แต่อานุภาพของกระสุนปืนที่ฝังอยู่ในร่างกายชนิดที่ไม่สามารถนำออกได้ ก็ทำให้เธอไม่สามารถเดินได้ตั้งแต่นั้นมา


“จากที่หนูเคยเดินได้ ทำอะไรได้หมด กลายเป็นเดินไม่ได้ เพราะกระสุนที่อยู่ในหัว มันไปทับเส้นประสาท เขายิงทีเดียว แต่กระสุนออกมาเป็นสิบนัด ตอนที่หนูโดนยิงมีกัน 2-3 คน แต่ 2-3 คนนั้นไม่ได้โดนจุดสำคัญ (ถาม-เราโดนกี่นัด?) 3 นัด ที่แขนข้างขวา กระสุนทะลุออก ที่สะโพกด้านซ้าย กระสุนก็ทะลุออก แต่ตรงหัวหนู กระสุนไม่ได้ทะลุออก มันฝังอยู่ตรงเส้นประสาท หมอผ่าแล้ว แต่ไม่สามารถเอากระสุนออกได้ ถ้าเอาออก เสี่ยงเป็นเจ้าหญิงนิทรา...”


ผลจากการถูกยิง ไม่ใช่แค่ขาที่เดินไม่ได้ แม้แต่แขนและมือซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน

“แขนขวายกได้ แต่ไม่เต็มร้อย กระดิกนิ้วได้แค่ 2 นิ้ว ส่วนแขนซ้ายยกขึ้นได้ แต่หยิบจับอะไรไม่ได้ ส่วนขายกได้ แต่ถ้ามีคนจับยืน ขาก็จะพลิกไป”


กระสุนไม่ได้ทำร้ายแค่ร่างกาย แต่ยังเปลี่ยนชีวิตของเด็กสาววัยกำลังเรียนให้มืดมนลงทันที

“ตอนโดนยิง อายุ 14-15 ชีวิตก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะ (ถาม-ได้เรียนหนังสือไหม?) ออกจากการเรียนเลย (ถาม-แล้วครอบครัวตอนนั้นใครดูแลเรา?) เวลาพ่อไปทำงาน ก็จะมีหนูอยู่บ้านแค่คนเดียว บางทีคนในซอยเขารู้ว่าหนูอยู่ บางทีเขาก็แวบเข้ามาดูบ้าง บางทีก็ได้ตาเอาข้าวซื้อก๋วยเตี๋ยววางไว้ให้ ตอนนั้นน้องสาวหนูเรียนหนังสืออยู่ เขาก็จะเอาน้ำทิ้งไว้ให้ ขนมปังทิ้งไว้ให้”


เมื่อเดินไม่ได้ การจะเคลื่อนที่ น้องอายจึงต้องอาศัยวีลแชร์เป็นตัวช่วย แต่ปัญหาคือ เธอไม่สามารถลุกนั่งวีลแชร์ด้วยตัวเองได้ ต้องให้ย่าหรือพ่อช่วยพยุง ซึ่งย่าก็อายุมากแล้ว ส่วนพ่อเมื่อก่อนทำงานเป็นช่างเชื่อม ปัจจุบันขับวินมอเตอร์ไซค์ใกล้บ้าน รายได้ไม่มากนัก

แม้เดินไม่ได้ แต่ชีวิตต้องไปต่อ น้องอายเริ่มหาลู่ทางทำมาหากิน เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว


“หนูเริ่มค้าขาย บางทีก็ได้น้องสาวจ้างขายเสื้อผ้า (ถาม-งานแรกที่ทำคืองานอะไร?) ขายของในเฟซ ขายผ้าคลุมรถ ลุงเขารู้จักเจ้าของร้าน เขาเลยเมตตาให้หนูมาโพสต์ขาย พอหนูได้ออเดอร์ ก็จะติดต่อทางร้านว่า รถรุ่นอะไร เขาก็จะจัดส่งให้ นานๆ จะขายได้ที เพราะผ้าคลุมรถ ซื้อไปรอบหนึ่ง เขาก็ใช้ได้หลายปี (ถาม-ทุกวันนี้ยังขายอยู่ไหม?) ก็ขายอยู่ แต่ไม่ค่อยได้โพสต์ ส่วนมากหนูจะมาขายของมากกว่า เลยไม่ค่อยมีเวลา”


“ตอนนี้งานหลักคือขายของที่ตลาดแถวบ้าน ขายแพมเพิสเด็ก และรองเท้าผ้าใบมือหนึ่ง (ถาม-เวลาไปขายของ ไปยังไง?) ขับรถวีลแชร์ไปเรื่อยๆ ตามถนน (ถาม-ไกลไหม?) น่าจะประมาณ 10-15 นาทีได้ (ถาม-แล้วของขนไปยังไง?) พอดีน้องสาวจะให้แฟนเขา น้องเขยของหนูมาช่วยขนของให้ ถึงเวลากลับบ้าน หนูก็จะโทรเรียกเขาให้เขามาเอาของ (ถาม-ปกติขายประจำกี่วัน?) ก็จันทร์ถึงอาทิตย์ (ถาม-รายได้เป็นยังไงบ้าง?) ก็ไม่แน่นอน บางวันก็ขายดี บางวันก็ไม่ดี บางวันดี ก็จะได้ 500 ขึ้น บางวันไม่ดี ก็ยังได้ไม่ถึงร้อยเลย”


ในความโชคร้ายที่ต้องกลายเป็นคนพิการ ก็ยังมีความโชคดีที่น้องอายมีลูกสาวที่น่ารัก ทำให้ชีวิตมีความหมายและมีพลังที่จะสู้เพื่อลูก

“(ถาม-สำหรับผู้พิการ การพบกับคนรัก มันเริ่มต้นได้ยังไง?) ตอนแรกเขาก็คุยผ่านเฟซบุ๊ก แล้วเขาก็รู้จักกับญาติพี่น้องเรา ก็เลยคุยกันมาเรื่อยๆ เขาบอกอยากดูแลเรา เราก็เชื่อใจเขา เพราะเขาไม่รังเกียจเรา ...ช่วงแรกๆ ก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มาช่วยดูแล พอหลังๆ เขาต้องไปทำงาน เราเลยให้เขากลับไปอยู่ที่บ้าน นานๆ ก็มาที แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แยกกันอยู่ (ถาม-สามีทำงานอะไร?) ก่อสร้าง รับจ้างทั่วไป …บางทีเขาก็ไปทำงานกับบ้านเขา ไปรับเหมาทำที่ต่างจังหวัดบ้าง”


“(ถาม-แล้วในแง่การดูแลลูก เขาส่งเสียหรือช่วยเหลือเราบ้างไหม?) หนูจ่ายอยู่คนเดียว เพราะรายได้เขาไม่แน่นอน (ถาม-ทุกวันนี้ยังติดต่อกันอยู่ไหม?) เขาจะติดต่อกับลูกสาว บางทีเขาจะโทรกับลูกสาว แต่จะผ่านเรา (ถาม-แล้วสถานะเรายังไง ยังเป็นครอบครัวกันอยู่ไหม?) หนูมีทะเบียนสมรส ยังไม่ได้หย่ากัน …(ถาม-แล้วได้คุยกันไหมว่าเขาจะกลับมาช่วยดูแลลูกไหม?) ไม่ได้คุย เพราะหนูอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว”

“(ถาม-การเลี้ยงดูลูกยากไหมสำหรับเราซึ่งร่างกายไม่พร้อม?) ก็ยากนะ เพราะมือหนูใช้ได้ข้างเดียว ตอนเด็กๆ เวลาเปลี่ยนแพมเพิสเปลี่ยนผ้าอ้อม ดีที่ว่าได้ย่า ที่เขาเลี้ยงหนูมาตั้งแต่เด็ก เขาก็เมตตาช่วยเลี้ยงลูกเราด้วย”


สู้...เพื่ออนาคตลูก!

“เมื่อก่อนยังไม่มีลูกสาว เราก็ไม่มีรายจ่ายเยอะขนาดนี้ เราทำได้นิดหน่อย เราก็ยังพอกิน หรือไม่พอกิน เราก็ยังพออดได้ แต่พอมีลูกสาว เราก็ต้องหารายได้เพิ่ม เพราะค่าใช้จ่ายเยอะ ...ไหนจะเรื่องเรียนในอนาคตข้างหน้าอีก เราก็เลยต้องหารายได้ที่เป็นหลัก ที่ทำให้เราอยู่ได้ ก็เลยอยากขายของ”


ลูกคือแรงใจ ให้แม่อยากเดินได้อีกครั้ง!

“ตอนนั้นหนูไปทำกายภาพ แอดมิดอยู่เดือนหนึ่งที่ศูนย์สิรินธร เป็นของพระเทพฯ คือรักษาฟรี จะมีเครื่องทำกายภาพแบบทันสมัย แต่เสียอย่างเดียว หนูขึ้นลงเตียงเองไม่ได้ ก็ลงไปอาบน้ำเองไม่ได้ เราเลยต้องมีผู้ช่วยพยาบาล เราก็ต้องจ้างเขา แต่เราไม่มีทุน เพราะเดือนหนึ่งก็เกือบ 2 หมื่นได้ ...(ถาม-หมอพูดไหมว่า ถ้าเกิดเราฟื้นฟูจริงๆ จะกลับมาได้แค่ไหน?) ถ้าหนูฟื้นฟูจริงๆ นะ ไม่ขาดตอน ต่อเนื่อง ก็อาจจะกลับมาเดินได้ แต่ไม่ 100%”


“ตอนนี้หนูมีรถฝึกเดิน แต่ยังไม่ได้เดิน เพราะเพิ่งสั่งมา รอแต่รองเท้า (ถาม-ต้องมีรองเท้าด้วย?) มันมีรองเท้าล็อกแล้ว แต่มันจะมีรองเท้าอีกที่ใส่ตัวล็อก หนูสั่งมาอยู่ …(ถาม-แสดงว่าในใจมีความหวังกลับมาเดินได้ตลอด?) ตอนแรกหนูไม่หวังแล้ว หนูคงเดินไม่ได้หรอก เพราะเราไม่ได้ทำกายภาพเลย แต่ลูกสาวบอกว่า อยากให้แม่เดินได้ ก็เลยจะกลับมาทำกายภาพใหม่”

“(ถาม-ถ้าวันไหนกลับมาเดินได้ อยากทำอะไร?) ก็อยากมีอาชีพที่ดีกว่านี้ อยากมีอาชีพที่แน่นอน อยากพาลูกไปไหนต่อไหนได้”


“(ถาม-ตอนนี้น้องอั้ม ลูกสาวอายุกี่ขวบแล้ว?) จะ 5 ขวบแล้ว ตอนนี้ก็เข้าโรงเรียนแล้ว เรียนอนุบาล 2/1 ที่โรงเรียนวัดทุ่งครุ ...(ถาม-หลังจากมีลูก การมองโลกมองชีวิตของเราเปลี่ยนไปไหม?) ก็เปลี่ยนนะ แต่ก่อนที่เรายังไม่มีเขา เราก็เหมือนอยู่ไปวันๆ มีเงินก็ได้ ไม่มีเงินก็ได้ แต่พอมีลูกสาว เราก็เปลี่ยนไปอีกแบบ”


“(ถาม-เคยมีวันไหนที่รู้สึกเหนื่อยรู้สึกท้อไหม?) ไม่เลย ได้กำลังใจจากลูก เพราะเดี๋ยวนี้เขาก็ช่วยเราได้เยอะ เราเลยไม่ค่อยเหนื่อยอะไรมาก (ถาม-เราต้องดูแลลูก ตอนนี้น่าจะเป็นเสาหลักให้ลูกคนเดียวเลย ถ้าวันหนึ่งลูกโตขึ้น ต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น มีความกังวลใจเรื่องอะไรมากที่สุด?) เรื่องการเรียน กลัวจะส่งเขาเรียนสูงๆ ไม่ได้ (ถาม-แล้วมีความฝันอยากเห็นลูกเติบโตหรือเป็นอะไรในอนาคต?) ก็อยากให้เขาเติบโตเป็นคนดี เรียนหนังสือสูงๆ แค่นี้ก็พอ”


“(พูดถึงวันที่เกิดเหตุ ถึงวันนี้สามารถหาจำเลยหรือคนลงมือได้หรือยังว่าเป็นใคร?) ตอนนั้นกองปราบฯ บอกว่า คดีนี้จบแล้ว ตามคนไม่ได้ เท่ากับว่าหนูก็โดนยิงผิดตัว และโดนฟรีๆ ไป เพราะไม่มีใครมารับผิดชอบ (ถาม-อยากบอกอะไรกับคนที่ทำกับเราในวันนั้นไหม?) ถ้าจับเขาได้ หนูก็จะถามเขาว่า ยิงหนูทำไม ยิงผิดตัวหรือเปล่า เพราะหนูไม่เคยมีเรื่องกับใคร หนูมั่นใจ หนูกล้าพูดได้เลย”


แม้ต้องอยู่ในสภาพพิการจากเหตุที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แถมหาความรับผิดชอบจากใครไม่ได้ ทำให้เด็กสาวคนหนึ่งต้องหมดอนาคตด้านการเรียน ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก และไม่สามารถประกอบอาชีพแบบคนปกติได้ ไม่ว่าชีวิตจะเหนื่อยยากแค่ไหน น้องอายพร้อมจะสู้และฝ่าฟันต่อไป โดยมีน้องอั้ม ลูกสาวที่น่ารักคนนี้อยู่เคียงข้าง


หากท่านใดต้องการช่วยเหลือน้องอายให้มีทุนในการประกอบอาชีพหรือสนับสนุนทุนการศึกษาให้น้องอั้ม สามารถช่วยเหลือได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี นางสาวนิภาพร คงมีสุข เลขที่บัญชี 428-0-31854-4


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“กระสุนเปลี่ยนชีวิต”
https://www.youtube.com/watch?v=XaG8LJNEtnY


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos