xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อสามีที่เคยเป็นเสาหลัก ล้มป่วยด้วยโรคร้าย เสารองอย่างภรรยาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อให้ 7 ชีวิตในครอบครัวไปต่อได้!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ย่านร่มเกล้า ของกรุงเทพฯ เพื่อรู้จักครอบครัวหนึ่ง ซึ่งเดิมสามีเคยเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว แต่แล้วเมื่อเสาหลักล้มป่วยด้วยโรคร้าย หลายชีวิตในบ้านจึงได้รับผลกระทบทันที และมีเพียงภรรยาที่ต้องแบกรับภาระทุกอย่างเพื่อนำพาทุกชีวิตในครอบครัวให้ไปต่อได้



“ผมรู้สึกเสียใจ ผมไม่คิดว่าชีวิตผมจะมาถึงจุดนี้ ตอนที่ผมทำงาน ร่างกายยังแข็งแรงอยู่เลย พอจะป่วยปุ๊บ ปุ๊บปั๊บมันทรุดเลย”

สุพิณ พื้นผา กับวัย 46 ในวันนี้ พูดถึงสุขภาพของตนเองที่เคยแข็งแรง ทำงานเป็นเสาหลักหารายได้เลี้ยงครอบครัว ก่อนที่โรคร้ายอย่างมะเร็งจะมาเยือนเมื่อ 8 ปีที่แล้ว


“เมื่อประมาณปี 61 ผมเป็นมะเร็งที่ไต ไตด้านขวา ผ่าตัดไตด้านขวาออกไปด้านหนึ่ง และติดตามผลอยู่ 6 ปี พอปีที่ 7 เชื้อมะเร็งมันกลับมาออกที่ปอด 2 ข้างเลย ทีนี้เชื้อมะเร็งก็เริ่มลาม กระจายขึ้นสมอง (ถาม-พอได้ยินคำว่ามะเร็งที่เกิดกับเรา ตอนนั้นความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?) ตอนนั้นผมก็ทำใจเข้มแข็งที่สุด ทำใจให้สบาย ไม่เครียด ใช้ชีวิตตามปกติ เพราะตอนที่เจอมะเร็งที่ปอด ร่างกายผมก็ยังแข็งแรง ยังทำงานได้ปกติ ยังขับรถแบคโฮได้ ยังซ่อมรถได้ ซ่อมเครื่องจักรกลหนักได้”


แม้จะผ่านการผ่าตัดและฉายแสงเพื่อหยุดยั้งมะเร็ง แต่เชื้อร้ายนี้ก็ยังลุกลามไปอวัยวะต่างๆ ส่งผลให้สุพิณอัมพาตไปครึ่งซีก

“หลังจากมะเร็งขึ้นสมอง ก็ผ่าสมองรอบแรกเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ตอนแรกหมอจะไม่ผ่านะ หมอบอกจะฉายแสงเอา ก็กดก้อนเล็กๆ ไม่ให้มันโต แต่พอฉายแสงได้ 7 แสง เกิดอาการดื้อยา ก้อนมันโตขึ้นมา ทีนี้มันมาทับเส้นประสาท เกิดมีอาการชัก หมอเลยผ่ารอบสอง พอผ่ารอบสอง ออกจากห้องผ่าตัดมา คือเป็นอัมพาตไปซีกหนึ่งเลย ทั้งแขนทั้งขาข้างนี้ ข้างซ้าย ขยับไม่ได้เลย ตอนนั้นผมก็คิดว่า ผมคงกลับมาขยับไม่ได้แล้วข้างนี้ พอสมองเริ่มหายบวมหายอักเสบ มันก็กลับมาขยับได้ แต่มันก็ไม่เต็มร้อย”


ขณะที่วิรัตน์ กาวิน ภรรยา พูดถึงมะเร็งที่คุกคามสามีในรอบ 8 ปีนี้ว่า“ทีแรกเป็นมะเร็งไตเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ก็ผ่าตัดไตออกข้างหนึ่ง และเพิ่งมาตรวจเจอ 2 ปีที่แล้วที่ปอด พอปอดแล้วก็มาขึ้นที่สมอง ก็ผ่าตัดสมอง และมาลงที่ขา พอมาลงที่ขา ก็ไปขึ้นที่สมองอีก เลยผ่าตัดสมอง 2 รอบ ที่ขารอบหนึ่ง ที่ไตรอบหนึ่ง”


ล่าสุด มะเร็งมาเกิดที่กระดูก ทำให้สุพิณกระดูกหักง่าย และเดินไม่ค่อยได้ ต้องใช้เครื่องพยุงและภรรยาช่วยประคอง“ตอนนี้เวลาจะเข้าห้องน้ำ ต้องใช้วอล์คเกอร์และแฟนต้องคอยประคอง เพราะผมผ่าตัดขามา รอบแรกผมเคยล้มในห้องน้ำ”


หลังครอบครัวขาดเสาหลัก วิรัตน์ ในฐานะภรรยา ต้องลุกขึ้นมาเป็นเสาหลักแทน โดยยึดอาชีพขายไก่ย่าง เพื่อนำพาครอบครัว 7 ชีวิตให้ไปต่อได้

“ครอบครัวก็มีเรา มีแฟน ลูกสาว 2 คน ลูกชาย 1 คน แม่และพี่ชายเรา”


ทั้งแม่และพี่ชายต่างมีปัญหาสุขภาพ คือแม่ดวงตามองแทบไม่เห็น ขณะที่พี่ชายสมองพิการ

“แม่อายุ 72 แล้ว ตามองไม่ค่อยเห็น หมอบอกว่า เป็นต้อหิน มันฝังแล้ว เหมือนเส้นประสาทตามันจะเสียไปแล้ว ปล่อยไว้นาน (ถาม-เป็นกี่ข้าง?) เป็น 2 ข้าง แต่อีกข้างพอสว่าง (ถาม-เห็นแค่แสง?) ใช่ค่ะ”


“ส่วนพี่ชายพิการทางสมองตั้งแต่กำเนิด พูดไม่ได้ (ถาม-ต้องดูแลพิเศษกว่าคนปกติไหม?) ก็ดูแลแค่อาบน้ำ หาข้าว ตักให้เขา ราดให้เขา แต่เขาตักกินเองได้ แต่ก็จะเลอะหน่อย”

ทุกเช้า แม้ฟ้ายังไม่สว่าง แต่เสาหลักของบ้านอย่างวิรัตน์ ต้องรีบลุกมาเตรียมวัตถุดิบเพื่อออกไปขายของ หารายได้จุนเจือครอบครัว


“ตี 3 ครึ่งก็ต้องลุกขึ้นมาเสียบไก่ มานึ่งข้าวเหนียว และมาก่อไฟเตรียมย่างไก่ขายตอนเช้า พอขายไก่เสร็จ ก็ขับรถไปตลาดไปซื้อไก่ ตอนบ่ายก็ทำไก่เตรียมไว้ขายวันพรุ่งนี้ พอเย็นมา ก็ต้องล้างจานทำกับข้าวไว้รอสมาชิกในครอบครัว (ถาม-ทำงานทุกอย่างทั้งหาเงินและงานในบ้าน ดูแลคนป่วยและคนพิการ เคยมีวันไหนที่รู้สึกว่าไม่ไหวบ้างไหม?) ก็มี แต่ก็ต้องสู้ เพราะอยู่ครอบครัวเดียวกันแล้ว เราก็ต้องสู้”


(ถาม-ตอนนี้รายได้จากการขายไก่ย่างวันละเท่าไหร่?) กำไรน่าจะได้ประมาณ 200-300 ถ้าขายหมด ถ้าขายไม่หมด ทุนหายกำไรหด”

ขณะที่รายได้จากการขายไก่ย่างไม่แน่นอน แต่สิ่งที่รออยู่แน่นอนคือรายจ่าย


“รายได้ที่ได้มาก็จุนเจือในครอบครัว บางทีก็เก็บไว้พาแฟนไปหาหมอตามนัด เพราะแฟนต้องนั่งรถแท็กซี่ไป นั่งรถเมล์ไปไม่ได้ เพราะเขาเดินไม่ค่อยแข็งแรง จากลาดกระบังไปมงกุฏแจ้งวัฒนะ ค่ารถไปกลับก็ 600 (ถาม-เดือนหนึ่งไปหาหมอบ่อยไหม?) เดือน ก.ย.นี่น่าจะถี่ เพราะหมอที่นัดแฟน ประมาณ 5 หมอ หมอไต หมอสมอง หมอกระดูก หมอปอด หมอปอด 2 ท่าน”


แม่ยอมรับ ตั้งแต่ลูกเขยป่วย การกินอยู่ของครอบครัวลำบาก!

“ลำบาก พูดก็พูด บางวันก็กินข้าวกับน้ำพริกผักต้ม ไม่มีเงินซื้อกิน ไหนลูกเขาจะค่ารถค่ากินไปโรงเรียน เมื่อก่อนสองคนเขาก็ทำงานคู่กันมา สงสารลูกเขย เขาเคยทำโน่นทำนี่ไม่เคยได้หยุด เป็นคนที่ดีมากๆ เป็นคนอุปถัมภ์ค้ำชูครอบครัว พอเขาล้มป่วยมา แม่สงสาร สงสารหลานสงสารลูกด้วย ขาดเขาไปสักคน ก็ไม่รู้จะไปยังไง ที่อยู่อาศัยก็ไม่เคยมี แม่ก็ได้แต่ภาวนาให้ลูกหายวันหายคืน ให้ดีขึ้น”


แม้ป่วยด้วยมะเร็ง แต่สุพิณจิตใจเข้มแข็งมาก ไม่เคยท้อ แต่เขาห่วงอย่างเดียวว่า ถ้าวันหนึ่งไม่มีเขาอยู่แล้ว ทุกคนในครอบครัวจะอยู่ยังไง เพราะบ้านที่พักอาศัยอยู่ตอนนี้ เป็นสวัสดิการของบริษัทเมื่อครั้งเขายังเป็นพนักงาน เมื่อล้มป่วยจนทำงานไม่ได้และลาออก แต่เถ้าแก่สงสาร จึงให้อยู่ต่อได้เพื่อรักษาตัว เพียงแค่เสียค่าน้ำค่าไฟเท่านั้น


“(ถาม-เรื่องที่หนักใจที่สุดของครอบครัวตอนนี้คือเรื่องไหน?) เรื่องที่อยู่อาศัย สมมุติถ้าเกิดผมเป็นอะไรไป ทั้งแฟน ยาย และพี่ชาย และลูกๆ ก็คงอยู่ตรงนี้ไม่ได้ อย่างมากก็ต้องกลับบ้าน ซึ่งบ้านตอนนี้ที่กำแพงเพชรก็คือผุพังเกือบๆ จะหมดแล้ว”

“(ถาม-สำหรับลูกทั้งสามคนห่วงอะไรเขามากที่สุด?) ห่วงว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งผมไม่อยู่แล้ว เขาจะอยู่กันยังไง เขาจะมีอนาคตไหม เขาจะเลี้ยงดูตัวเองยังไง อยากให้ลูกๆ มีงานทำที่ดีๆ เลี้ยงดูตัวเองได้ ไม่เกเร เป็นคนดีของสังคมก็พอ”


ขณะที่วิรัตน์ ภรรยา ก็ยอมรับว่า ห่วงทั้งเรื่องสุขภาพของสามี เรื่องที่อยู่อาศัย และอนาคตของลูกๆ

“ถ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้ ก็ต้องไปหาบ้านเช่า เพราะลูกยังเรียนอยู่ที่นี่ บ้านนอกเราก็อยู่ไม่ได้แล้ว บ้านพัง และถ้าไปอยู่บ้าน ก็ไม่มีรายได้อะไรเลย มันไม่มีงานจ้าง ไม่มีอะไรเลย ...ตอนนี้ก็กังวลมาก กลัว ถึงแม้เขาจะไม่หายขาดเป็นปกติ เราก็อยากให้เขาอยู่อย่างนี้ไป ให้เราดูแลแบบนี้ตลอดไป”


แม้ไม่กล้าหวังว่าจะหายป่วยจากมะเร็ง แต่หัวใจบอกว่า ต้องสู้ให้สุดทาง!

“ความหวังตอนนี้คือ ถ้าจะกลับไปหายเป็นปกติคือไม่มีเลย เพราะดูจากอาการที่เชื้อมันกระจายไปทั่วร่างกายแล้ว ยาก เพราะคุณหมอเขาก็บอกแล้ว รักษาได้แค่แบบประคับประคอง ถ้าไอมาก ปวดมาก หมอก็ให้ยามอร์ฟีนมากิน มาทาน”

“ก็อยากจะบอกภรรยาว่า ยังไงเราก็ต้องสู้ ถึงแม้เราจะรู้ว่าปลายทางข้างหน้า มันจะไม่เป็นเหมือนที่เราหวัง ยังไงเราก็ต้องเข้มแข็งและสู้ และต้องเดินไปให้สุดทาง”


หากท่านใดต้องการให้กำลังใจหรือช่วยเหลือเพื่อให้พี่สุพิณมีทุนในการรักษาโรคมะเร็ง สามารถช่วยเหลือได้ที่ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี นายสุพิณ พื้นผา เลขที่บัญชี 067-1-57553-9


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“ต้องสู้ให้สุดทาง”
https://www.youtube.com/watch?v=ylSSSArB3b8


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos