เห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร? กับร่างประกาศจัดเก็บ 'ค่าเหยียบแผ่นดิน' นักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท เปิดรับฟังความเห็นถึง 28 ก.ย. 69
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือ "ค่าเหยียบแผ่นดิน" 450 บาท ตั้งแต่ 24 สิงหาคม -28 กันยายน 2569 บนช่องทางออนไลน์ law.go.th และเว็บไซต์สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา secretary.mots.go.th
ขั้นตอนหลังเปิดรับฟังความเห็น จะนำผลสรุปกลับมาเสนอให้บอร์ด ท.ท.ช. พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติอย่างเป็นทางการและประกาศใช้ต่อไป
สาระสำคัญของร่างประกาศฯนี้ กำหนดค่าธรรมเนียม 450 บาทต่อคน สามารถเดินทางเข้าออกประเทศกี่ครั้งก็ได้ ในระยะเวลา 30 วัน และอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของประกันภัยที่จัดไว้ให้ สำหรับการเดินทางเข้าประเทศทางอากาศ เริ่มจัดเก็บนับแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ ส่วนการเดินทางทางบกและทางน้ำ จะจัดเก็บภายหลัง 1 ปี
โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมฯ เหยียบแผ่นดิน สำหรับ ราชอาคันตุกะและแขกของรัฐบาล, ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ, ผู้มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ,ผู้ใช้หนังสือผ่านแดน (Border Pass) ,ผู้โดยสารกลุ่มแวะพักชั่วคราว (Transit) ลูกเรือ และเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจผู้มาเยือน (Visitor Economy) ชี้แจงว่า การจัดเก็บอัตรา 450 บาท จะส่งผลให้มีเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย มากกว่า 10,000 ล้านบาท กลายเป็นกองทุนหมื่นล้าน จึงต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะให้กว้างขวางและละเอียดพอ โดยยอมรับว่า มาตรการนี้ อาจทำให้ไทยสูญเสียตลาดนักท่องเที่ยวไปบ้าง แต่ถือเป็นการ"คัดกรองนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ"ไปในตัว เพราะหลายประเทศ ก็ปรับขึ้นราคาเช่นกัน พร้อมแนะช่องทางชำระเงินต้องหลากหลาย เพื่อลดปัญหาคอขวดในสนามบิน
ด้านนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า เดิมวางแนวทางจัดเก็บที่อัตรา 300 บาท แต่ผลการศึกษาล่าสุด เมื่อคำนวณจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และต้นทุนต่างๆ ควรปรับเพิ่มเป็นอัตรา 490 บาท สุดท้ายมาจบที่ อัตรา 450 บาท เป็นระดับที่เหมาะสม ไม่สร้างผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติมากเกินไป
ไทม์ไลน์เบื้องต้น คาดว่า จะเริ่มจัดเก็บสำหรับช่องทางอากาศ ได้ในปี 2570 โดยจะมีผลบังคับใช้ หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน
ส่วนช่องทางบกและทางน้ำ จะใช้เวลาเตรียมการอีก 360 วัน เพราะมีความซับซ้อนและต้องคำนึงถึงความหนาแน่นบริเวณด่านชายแดน โดยเฉพาะด่านสำคัญอย่างด่านสะเดา ซึ่งเป็นด่านที่มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามาจำนวนมาก


