น้ำเหนือทยอยไหลลงลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทาน ตรึงการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 700 ลบ.ม./วินาที พื่อลดปริมาณน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่าง
(27 ส.ค.69) กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 620 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวินาที ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแต่อย่างใด
ขณะนี้ปริมาณน้ำจากทางตอนบน ทยอยไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง คาดว่า ในช่วง 1-9 วันข้างหน้า สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ และสถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1,000 - 1,200 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเข้าระบบชลประทาน ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก พร้อมทยอยปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ อยู่ในอัตราประมาณ 700-1,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60-1.50 เมตร โดยพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ คือ พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน ,อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน จะพยายามตรึงการระบายไว้ไม่เกิน 700 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน และหากน้ำเหนือเพิ่มขึ้นจนเกินศักยภาพการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน อาจจำเป็นต้องทยอยเพิ่มการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยจะแจ้งเตือนล่วงหน้า
สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ตอนบนของลุ่มเจ้าพระยา ขณะนี้ ยังไม่มีการเร่งระบายน้ำลงมาสมทบ โดยเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ยังระบายน้ำในระดับต่ำ สำหรับรักษาระบบนิเวศเท่านั้น


