xs
xsm
sm
md
lg

ซัพพลายเชนยานยนต์ไทย กระอัก! EVนำเข้า ,แบงก์เข้มสินเชื่อ ทุบ‘กระบะ’หลุดโปรดักส์แชมเปี้ยน!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาด ‘EV’ รุ่ง สวนทาง ‘รถยนต์สันดาป – กระบะ’ร่วง ห่วง EV นำเข้า ครองตลาดถึง 62.58% จี้รัฐปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรม รักษาฐานผลิต–ซัพพลายเชนยานยนต์ไทย

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานจำนวนการผลิตรถยนต์ 7 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.69) อยู่ที่ 834,595 คัน ลดลงเล็กน้อย 0.09% ขณะที่ยอดขายสะสม 7 เดือน อยู่ที่ 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวล คือ ยอดขายรถยนต์นั่งแบบแบตเตอรี่ (BEV) ช่วง 7 เดือนแรกอยู่ที่ 125,411 คัน เพิ่มขึ้นถึง 97.39% แต่ผลิตในประเทศ เพียง 46,924 คัน หรือ 37.42% ของยอดขาย ขณะที่ 62.58% เป็นรถนำเข้า

นอกจากนี้ ตลาดรถกระบะ ก็อยู่ในภาวะน่าห่วง เห็นได้จากยอดขายรถกระบะ 1 ตันเดือน ก.ค. อยู่ที่ 5,084 คัน ลดลง 16.22% ส่วนยอดขายสะสม 7 เดือน อยู่ที่ 37,369 คัน ลดลง 17.38% จากปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ จากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำมาตลอดหลายไตรมาส

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์  ส.อ.ท. ยอมรับว่า กังวลใจมาก กับยอดขายรถกระบะ ที่ลดลงกว่า 60% ซึ่งรถกระบะ เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของไทย หรือ โปรดักส์แชมเปี้ยน และมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศสูงถึง 90% ดังนั้นการหดตัวของตลาด จึงกระทบเป็นวงกว้างถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชน ทำให้บางราย ต้องปิดกิจการหรือย้ายฐานการลงทุน

ส.อ.ท. จึงเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเร่งด่วน โดยมี 2 ข้อเสนอสำคัญ
1. ขอให้รัฐบาล เร่งทบทวนและปรับโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้แก่รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ (ทั้งกลุ่มสันดาปและกลุ่ม EV) เพื่อไม่ให้เสียเปรียบรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน เนื่องจากผู้ผลิตในประเทศ มีการจ้างแรงงานไทยและใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ในการพยุงและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยให้เติบโต

2.เสนอตั้งกองทุนค้ำประกันความเสียหายจากรถยึด ด้วยการนำข้อเสนอที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เคยเสนอไว้เมื่อ 2 ปีก่อนกลับมาปัดฝุ่น โดยให้กองทุน เข้าไปชดเชยผลขาดทุนตามความเป็นจริงให้แก่สถาบันการเงิน กรณีที่เกิดการยึดรถและนำไปขายทอดตลาดแล้วได้ราคาไม่พอกับยอดหนี้คงค้าง แต่จำกัดวงเงินไม่เกินคันละ 50,000 บาท กำหนดมีเงื่อนไขให้สถาบันการเงิน ปล่อยสินเชื่อรถกระบะมากขึ้น เพื่อเพิ่มยอดขาย-ยอดผลิตรถกระบะให้มากขึ้น เพื่อให้แรงงานในซัพพลายเชนมีงานทำ มีรายได้ ซึ่งจะส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศแข็งแรงขึ้น เป็นการดึงดูดผู้ผลิตเดิม ให้คงอยู่และลงทุนในประเทศไทยต่อไปด้วย ไม่ต้องกังวลว่าประเทศไหน จะมาชวนให้ย้ายฐานการผลิตไป






สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์