นโยบายคุม ป.ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกจับตาอย่างหนัก หลังรัฐบาลสั่งยกระดับมาตรการควบคุมทั้งระบบ ทั้งชะลอการออกใบ ป.3 ระงับโครงการ ป.สวัสดิการใหม่ ตรวจสอบใบ ป.4 และเร่งแก้กฎหมายภายใน 60 วัน โดยย้ำเป้าหมายเพื่อปิดช่องไม่ให้ ป.ตกไปอยู่ในมือผู้ที่ไม่ควรครอบครอง
ขณะเดียวกัน ตลาดมืด ป.และกระสุนยังเป็นปัญหาใหญ่ โดยข้อมูลที่ถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้พบว่ามีกระสุนจำนวนมากหลุดออกจากระบบไปอยู่ในตลาดมืด และมีการซื้อขายผ่านช่องทางผิดกฎหมายในหลายพื้นที่ สะท้อนว่า แม้รัฐจะคุมช่องทางถูกกฎหมายเข้มขึ้น แต่ช่องทางนอกระบบยังคงมีแรงซื้อและมีเครือข่ายรองรับอยู่
จุดที่ถูกตั้งคำถามคือ หากการเข้าถึง ป.ที่ถูกต้องตามกฎหมายยากขึ้นมาก ขณะที่ความต้องการของผู้ซื้อบางส่วนยังคงอยู่ จะเกิดแรงผลักให้คนบางกลุ่มหันไปพึ่งตลาดมืดมากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถผ่านขั้นตอนการขออนุญาตตามกฎหมาย หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของรัฐ
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลเองยอมรับว่าการควบคุมรอบนี้ครอบคลุมทั้ง ป.เถื่อนและ ป.มีทะเบียน พร้อมสั่งตำรวจเดินหน้าปราบปรามช่องทางออนไลน์และการซื้อขายผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเถื่อนยังเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐต้องเร่งปิดช่อง
ส่วนประเด็นที่ว่า **ราคาของ ป.เถื่อนอาจพุ่งสูงจนแซง ป.ถูกกฎหมาย** ขณะนี้ยังไม่มีฐานข้อมูลทางการที่ยืนยันว่าเกิดขึ้นทั่วตลาด แต่ในทางกลไกตลาด หากของที่อยู่นอกระบบมีความเสี่ยงสูง หายาก และถูกกวาดล้างหนัก ราคาก็มีโอกาสถูกบวก “ค่าความเสี่ยง” เข้าไปได้ โดยเฉพาะในบางรุ่นหรือบางพื้นที่
จึงต้องจับตาว่า นโยบายคุม ป.เข้มของรัฐบาลอนุทินจะสามารถกดทั้งตลาดถูกกฎหมายและตลาดมืดลงพร้อมกันได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายจะเกิดปรากฏการณ์ **ช่องทางถูกกฎหมายหดตัว แต่ความต้องการบางส่วนไหลไปหาตลาดใต้ดินแทน**
ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การคุมเข้มเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่ารัฐสามารถปิดตลาดมืด ปราบเครือข่ายค้า ป.ผิดกฎหมาย และควบคุมการรั่วไหลของ ป.กับกระสุนออกจากระบบได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน
#NEWS1 รายงาน


