เกิดคำถามจากชาวบ้านหลังเหตุป่วนครั้งใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เมื่อเกิดเหตุพร้อมกันถึง 51 จุด กระจายครอบคลุม 21 อำเภอในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา ขณะที่จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏรายงานทางการว่ามีการจับกุมผู้ลงมือจากเหตุการณ์ชุดนี้ได้
ข้อมูลจาก กอ.รมน.ภาค 4 สน. สรุปเหตุการณ์รวม 51 จุด แบ่งเป็นนราธิวาส 22 เหตุ ปัตตานี 11 เหตุ และยะลา 18 เหตุ โดยเริ่มเกิดเหตุตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น. และกระจายในหลายพื้นที่ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
สิ่งที่ชวนตั้งคำถามคือ ปฏิบัติการขนาด 51 จุดในคืนเดียวต้องใช้คนทั้งหมดกี่คน?
แม้ยังไม่มีตัวเลขทางการว่าโจรใต้ที่ร่วมปฏิบัติการมีจำนวนเท่าใด และไม่สามารถนำ 51 จุดไปคูณจำนวนคนต่อจุดตรงๆ เพราะบางชุดอาจเคลื่อนย้ายไปก่อเหตุได้มากกว่าหนึ่งจุด แต่เมื่อเหตุเกิดกระจายถึง 21 อำเภอในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ย่อมมีเหตุให้ตั้งข้อสังเกตว่าจำนวนผู้เกี่ยวข้องอาจอยู่ในระดับหลักร้อย
ยิ่งบางพื้นที่มีรายงานผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใหญ่ เช่น เหตุที่ อบต.บองอ ซึ่งมีรายงานชายชุดดำประมาณ 30 คน ก็ยิ่งทำให้คำถามเรื่องจำนวนกำลังที่ถูกระดมมาใช้ในคืนเดียวน่าสนใจขึ้น
แต่คำถามใหญ่ไม่ได้อยู่เพียงว่าโจรใต้มีทั้งหมดกี่คน
หากปฏิบัติการครั้งนี้ต้องอาศัยการเตรียมคน แบ่งพื้นที่ เตรียมยานพาหนะ วัสดุ และประสานเวลาเพื่อให้เกิดเหตุหลายพื้นที่ในคืนเดียว เหตุใดความเคลื่อนไหวขนาดนี้จึงไม่ถูกตรวจพบหรือสกัดก่อนเกิดเหตุ?
และเมื่อปฏิบัติการเสร็จสิ้น คนจำนวนมากเหล่านั้นหลบหนีไปทางไหน?
พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีทั้งจุดตรวจ กล้องวงจรปิด กำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และระบบข่าวกรองจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงควรชี้แจงว่า หลังเหตุการณ์สามารถติดตามเส้นทางการหลบหนี ระบุตัวผู้ลงมือ หรือเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายสนับสนุนได้มากน้อยเพียงใด
รวมถึงต้องตอบให้ชัดว่า จนถึงขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยจากเหตุ 51 จุดถูกควบคุมตัวหรือออกหมายจับแล้วกี่ราย?
เพราะเหตุการณ์ 51 จุด ครอบคลุม 21 อำเภอในคืนเดียว ไม่ใช่เหตุการณ์ขนาดเล็ก และหากมีผู้ร่วมปฏิบัติการระดับหลักร้อยจริง ย่อมหมายถึงเครือข่ายที่ต้องมีการประสานงานและเตรียมการในระดับหนึ่ง
ดังนั้น เมื่อจนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏรายงานทางการเรื่องการจับกุมผู้ลงมือจากเหตุการณ์ชุดนี้ ชาวบ้านจึงมีสิทธิตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบข่าวกรองและการติดตามหลังเกิดเหตุว่า
51 จุดคืนเดียว โจรใต้น่าจะหลักร้อย แล้วคนเหล่านั้นหายไปไหน? ทำไมถึงยังไม่เห็นการจับกุมแม้แต่คนเดียว?
คำตอบเรื่องนี้ไม่เพียงสำคัญต่อการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ยังสำคัญต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ด้วย
#NEWS1 รายงาน


