เกิดคำถามใหญ่ต่อทิศทางนโยบายควบคุมอาวุธของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า กำลังแก้ปัญหาอาชญากรรมตรงจุด หรือกำลังเดินหน้า “ปลดอาวุธประชาชนสุจริต” ขณะที่ ป.เถื่อนยังเป็นปัญหาอยู่ทั่วประเทศ
รัฐบาลสั่งระงับการออกใบอนุญาต ป.3 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง พร้อมประกาศเข้มงวดการพก ป.ออกนอกบ้าน โดยนายอนุทินระบุว่าต้องจัดระเบียบ ป.ในประเทศไทยที่มีอยู่ประมาณ 10 ล้านกระบอกใหม่
ขณะเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ได้ยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ กว่า 100 มาตราเสร็จแล้ว เตรียมเสนอต่อสภา ขณะที่รัฐบาลก็เดินหน้าพิจารณาปรับกฎหมายควบคุมอาวุธครั้งใหญ่
จึงเกิดคำถามว่า เหตุใดมาตรการจำนวนมากจึงมุ่งมายังประชาชนที่อยู่ในระบบ ทั้งที่คนเหล่านี้ต้องขออนุญาต เปิดเผยตัวตน มีทะเบียน และรัฐตรวจสอบได้อยู่แล้ว ขณะที่ ป.เถื่อนในมืออาชญากรต่างหากที่อยู่นอกระบบ
ประเด็นนี้ยังไม่ได้กระทบเฉพาะประชาชน เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงว่า แม้ตำรวจมีสถานะและอำนาจหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง แต่การพก ป.นอกเวลาราชการต้องเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือมีเหตุจำเป็น และต้องพิจารณาตามบริบท
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า หากตำรวจนอกเวลาราชการบังเอิญพบเหตุร้ายซึ่งหน้า แต่ขณะนั้นไม่ได้พกอาวุธ จะมีความพร้อมเพียงใดในการเข้าระงับเหตุที่คนร้ายมีอาวุธ?
โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังมีเหตุด้านความมั่นคงเกิดขึ้นเป็นระยะ หากเจ้าหน้าที่นอกเวลาราชการประสบเหตุซึ่งหน้า ขณะที่ประชาชนในบริเวณนั้นไม่มีศักยภาพเพียงพอในการป้องกันตัวเอง ใครจะหยุดผู้ก่อเหตุในช่วงนาทีแรกก่อนกำลังเจ้าหน้าที่จะมาถึง?
นี่ไม่ใช่การเสนอให้ทุกคนพกอาวุธโดยปราศจากการควบคุม แต่เป็นคำถามว่า การควบคุมควรแยกประชาชนสุจริต เจ้าหน้าที่รัฐ และอาชญากรออกจากกันให้ชัดหรือไม่
เพราะคนร้ายที่เลือกใช้ ป.เถื่อนก่อเหตุ ย่อมไม่ได้สนใจข้อจำกัดเรื่องใบอนุญาตหรือการพกอาวุธตั้งแต่ต้น
การควบคุมอาวุธเพื่อความปลอดภัยเป็นเรื่องจำเป็น แต่รัฐก็ไม่ควรมองข้ามสิทธิของประชาชนสุจริตในการปกป้องชีวิต ครอบครัว และทรัพย์สิน โดยเฉพาะในเหตุฉุกเฉินที่ไม่มีหลักประกันว่าเจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึงได้ทันทุกครั้ง
ดังนั้นคำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ประเทศไทยจะลดจำนวน ป.อย่างไร แต่จะลด ป.ในมือของใคร
หากประชาชนที่ทำตามกฎหมายถูกจำกัดมากขึ้น เจ้าหน้าที่นอกเวลาราชการก็มีข้อจำกัดในการพก ขณะที่คนร้ายยังเข้าถึง ป.เถื่อนได้ นโยบายเช่นนี้จะเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนได้จริงเพียงใด?
#NEWS1 รายงาน


