บทเรียนจากจีนกำลังกลายเป็นคำถามสำคัญที่ไทย โดยเฉพาะพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างระยอง ไม่ควรมองข้าม หลังจีนเคยต้องเดินหน้ากวาดล้างปัญหามลพิษครั้งใหญ่ ท่ามกลางการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมที่ทิ้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในหลายพื้นที่
ข้อมูลจากทางการจีนที่สำนักข่าวซินหัวรายงานระบุว่า ในการตรวจสอบสถานประกอบการกว่า 220,000 แห่งช่วงปี 2550 มีบริษัทมากกว่า 8,000 แห่งถูกลงโทษ จากการปล่อยมลพิษเกินกำหนดและการกระทำผิดด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่การตรวจนิคมอุตสาหกรรม 126 แห่งใน 11 มณฑล พบถึง 87% มีการฝ่าฝืนกฎหมายสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบที่สะสมในจีนยังนำไปสู่คำที่ทั่วโลกรู้จักในเวลาต่อมาว่า “Cancer Villages” หรือ “หมู่บ้านมะเร็ง” ซึ่งใช้เรียกชุมชนที่มีรายงานผู้ป่วยมะเร็งผิดปกติและมีข้อสงสัยถึงความเกี่ยวข้องกับมลพิษอุตสาหกรรม โดยงานวิชาการในปี 2555 เคยรวบรวมแผนที่ไว้ 41 หมู่บ้าน พร้อมระบุว่าจำนวนจริงอาจสูงกว่านั้นหลายเท่า
ข้อมูลวิจัยในเวลาต่อมายิ่งสะท้อนขนาดของปัญหา โดยมีการระบุตำแหน่ง “หมู่บ้านมะเร็ง” ราว 440 แห่งใน 81 เขตของจีน และพบว่าพื้นที่ใกล้ชุมชนเหล่านี้มีความเข้มข้นของการปล่อยน้ำเสียและมลพิษอุตสาหกรรมบางประเภทสูงกว่า ขณะที่รัฐบาลจีนเองยอมรับอย่างเป็นทางการในปี 2556 ว่าปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Cancer Villages” มีอยู่จริง
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดว่า การพบโรงงานก่อมลพิษและชุมชนที่มีผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าจะพิสูจน์ได้โดยอัตโนมัติว่าโรงงานเป็นสาเหตุของมะเร็งในทุกพื้นที่ เพราะการพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุต้องอาศัยข้อมูลด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการศึกษาทางระบาดวิทยาเป็นรายพื้นที่
บทเรียนของจีนจึงย้อนกลับมาที่ประเทศไทย โดยเฉพาะ ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญ คำถามไม่ควรมีเพียงว่าโรงงานได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ แต่ต้องถามด้วยว่า การตรวจน้ำ อากาศ ดิน และสุขภาพประชาชนรอบพื้นที่อุตสาหกรรมเข้มแข็งและโปร่งใสเพียงพอหรือยัง
เพราะจีนเคยจ่ายราคาให้กับการเติบโตทางอุตสาหกรรมมาแล้ว วันนี้ไทยจึงมีโอกาสเรียนรู้ก่อนที่จะสายเกินไป - อย่ารอให้เกิดคำว่า “หมู่บ้านมะเร็ง” ขึ้นในประเทศไทย แล้วค่อยย้อนกลับมาถามว่า เราพลาดตรงไหน
#NEWS1 รายงาน


