21 สิงหาคม 2569 ไทกร พลสุวรรณ ตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย หลังกรณี “ป้าดา” และกลุ่มบุคคลในข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ถูกประชาชนเข้าแจ้งความให้ตำรวจตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ จากถ้อยคำของชายในกลุ่มที่กล่าวถึง “ผู้ใหญ่เบื้องบน” และอ้างถึง “ฎีกาของในหลวง”
เหตุเกิดจากคลิปวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งปรากฏชายรายหนึ่งพูดกับผู้ที่อยู่ในวัดในทำนองว่า เรื่องดังกล่าว “ถึงผู้ใหญ่เบื้องบน” และมีฎีกาลงมา ก่อนที่วันที่ 18 สิงหาคม ชาวขอนแก่นจะนำคลิปเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อขอให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาว่าการกล่าวอ้างดังกล่าวเข้าข่าย ม.112 หรือความผิดอื่นหรือไม่ โดยขณะนี้ยังเป็นขั้นตอนการร้องทุกข์กล่าวโทษ ยังไม่ได้มีข้อยุติว่าบุคคลใดกระทำผิด ม.112 แล้ว
แต่ไทกรตั้งคำถามเปรียบเทียบกับกรณี ว่าที่ ร.ต.วิทยา คำพวง นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา จ.หนองคาย ซึ่งปรากฏคลิปที่ถูกนำมาเปิดเผยในประเด็นการได้มาซึ่ง สว. โดยมีถ้อยคำที่ถูกตั้งคำถามว่า “ทำเพื่อข้างบน” และมีอีกช่วงหนึ่งถูกอ้างถึงคำว่า “ข้างบนท่านตรัส” จนเกิดข้อสงสัยในสังคมว่าคำว่า “ข้างบน” หมายถึงใครกันแน่
นายวิทยาเคยออกมาชี้แจงว่า คำว่า “ข้างบน” ที่ตนพูดนั้นหมายถึง กกต. และปฏิเสธว่าไม่ได้หมายถึงสถาบันหรือบุคคลอื่นตามที่มีการตีความกัน พร้อมปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองในคดีฮั้ว สว.
จุดนี้จึงกลายเป็นคำถามที่ไทกรหยิบขึ้นมาตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดกรณีหนึ่งเมื่อมีการกล่าวอ้างถึง “เบื้องบน” จึงมีประชาชนเข้าแจ้งความและตำรวจรับเรื่องตรวจสอบในประเด็น ม.112 แต่กรณีคำพูด “ข้างบน–ท่านตรัส” ที่ปรากฏในอีกคลิป กลับยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกรณียังต้องแยกข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้พูดเป็นรายคดี การจะเข้าข่ายความผิดตาม ม.112 หรือไม่ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน อัยการ และศาลที่จะพิจารณาจากบริบท พยานหลักฐาน และองค์ประกอบความผิด ไม่สามารถสรุปจากคำใดคำหนึ่งเพียงอย่างเดียวได้
แต่คำถามที่สังคมกำลังจับตาคือ มาตรฐานการตรวจสอบควรใช้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมหรือไม่ หากถ้อยคำหนึ่งถูกมองว่าจำเป็นต้องตรวจสอบ อีกถ้อยคำที่ถูกตั้งข้อสงสัยในลักษณะใกล้เคียงกัน ก็ควรได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน
#NEWS1 รายงาน


