20 สิงหาคม 2569
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากรุนแรงในจังหวัดน่าน โลกออนไลน์กลับเกิดการถกเถียงอีกด้าน โดยมีการนำภาพภูเขาบางพื้นที่มาอ้างว่าน่านถูกทำลายป่าจนหมด และเชื่อมโยงตรงไปถึงสาเหตุน้ำท่วมครั้งนี้
แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลจาก **กรมป่าไม้** กลับพบข้อเท็จจริงที่ควรนำมาพิจารณาก่อนด่วนสรุป
ข้อมูลสภาพพื้นที่ป่าไม้ปี 2567 ระบุว่า จังหวัดน่านมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ **7.58 ล้านไร่** ในจำนวนนี้ยังมีสภาพพื้นที่ป่าประมาณ **4.64 ล้านไร่ หรือ 61.16% ของพื้นที่ทั้งจังหวัด**
เมื่อนำตัวเลขดังกล่าวเปรียบเทียบกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ น่านมีสัดส่วนพื้นที่ป่าสูงเป็น **อันดับ 7 ของประเทศไทย** โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนป่ามากกว่าน่านมีเพียง แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ลำปาง เชียงใหม่ และแพร่เท่านั้น ขณะที่หากนับเฉพาะ 9 จังหวัดภาคเหนือ น่านอยู่ในอันดับ 5
ตัวเลขย้อนหลังยังไม่ได้แสดงภาพว่าป่าน่าน “หายไปหมด” อย่างที่บางความเห็นในโซเชียลกล่าวอ้าง ปี 2565 น่านมีพื้นที่ป่า 61.04% ปี 2566 อยู่ที่ 61.06% และปี 2567 เพิ่มมาอยู่ที่ประมาณ 61.16%
แน่นอนว่า น่านมีประวัติปัญหาการบุกรุกป่าและการเปลี่ยนพื้นที่ไปทำเกษตรเชิงเดี่ยวจริง และกรมป่าไม้เองเคยระบุถึงการสูญเสียพื้นที่ป่าจากข้าวโพด ยางพารา และกิจกรรมอื่นในอดีต ดังนั้น การบอกว่า “น่านไม่เคยมีปัญหาป่าไม้” ก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเช่นกัน
แต่ข้อเท็จจริงอีกด้านก็คือ **วันนี้น่านยังมีป่ามากกว่า 60% ของพื้นที่จังหวัด** จึงไม่ควรหยิบภาพ “เขาหัวโล้น” เพียงบางจุดแล้วเหมารวมว่าทั้งจังหวัดถูกทำลายป่าจนหมด หรือรีบสรุปว่าน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากการตัดป่าเพียงสาเหตุเดียว
สถานการณ์รอบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ระหว่างวันที่ 18–21 สิงหาคม ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก จากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ขณะที่กรมชลประทานรายงานฝนหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือตอนบน
ด้วยภูมิประเทศของน่านที่เป็นภูเขาและพื้นที่ลาดชัน เมื่อฝนจำนวนมากตกลงในช่วงเวลาสั้น ๆ น้ำสามารถไหลรวมลงสู่หุบเขาและพื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว เกิดน้ำป่า น้ำหลาก และสร้างความเสียหายรุนแรงได้ แม้พื้นที่ต้นน้ำจำนวนมากยังมีสภาพป่าปกคลุมอยู่
ดังนั้น การหาสาเหตุน้ำท่วมน่านต้องดูทั้ง **ปริมาณและความเข้มของฝน ภูมิประเทศ การใช้ที่ดิน สภาพลำน้ำ ระบบระบายน้ำ ตลอดจนสภาพป่าในพื้นที่ที่เกิดเหตุจริง** ไม่ใช่เลือกปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งแล้วโยนความผิดให้ประชาชนทั้งจังหวัด
**วิจารณ์ได้ ตั้งคำถามได้ แต่ก่อนจะกล่าวหาว่าคนน่านทำลายป่าจนน้ำท่วม ควรเริ่มต้นจากข้อมูลจริงเสียก่อน เพราะตัวเลขของกรมป่าไม้บอกชัดว่า จังหวัดที่กำลังถูกกล่าวหาว่า “ไม่มีป่า” แห่งนี้ ยังมีป่าปกคลุมมากกว่า 61% และติดอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย**
ในเวลาที่ประชาชนกำลังเผชิญภัยพิบัติ สิ่งที่ควรเร่งทำที่สุดคือช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมหาสาเหตุจากข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดความเสียหายซ้ำอีก ไม่ใช่รีบหาใครสักคนมารับบาปแทนคำอธิบายของภัยพิบัติที่ซับซ้อน
#NEWS1 รายงาน


