สทนช. ระดมทุกหน่วยติดตามอุทกภัย จ.น่าน เร่งคลี่คลายผลกระทบประชาชน หลังประเมินฝนแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม พร้อมติดตามสถานการณ์แม่น้ำน่านใกล้ชิด เตรียมตั้งรับสถานการณ์ที่อาจเกิดซ้ำ
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับทราบสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้เกิดน้ำหลากเข้าท่วมฉับพลันหลายตำบลในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน ที่มีฝนสะสม 24 ชั่วโมง สูงถึง 388 มม. รวมทั้ง อ.ท่าวังผา อ.สันติสุข , อ.ภูเพียง โดยคาดการณ์ฝนสะสม 3 วันล่วงหน้า (ช่วงวันที่ 19-21 ส.ค. 69 ) ในพื้นที่ จ.น่าน จะมีปริมาณฝนตกสะสม 3 วัน ที่ อ.ปัว 150-230 มม. อ.สันติสุข 95-270 มม. อ.ท่าวังผา 140-230 มม. อ.เมืองน่าน 130-250 มม. อ.ภูเพียง 100-290 มม. อ.เวียงสา 120-220 มม. อ.แม่จริม 95-120 มม. ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ฝนหนัก แต่จะเป็นฝนตกกระจาย จึงไม่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณน้ำคาดการณ์สูงสุด และไม่ส่งผลกระทบซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วม
ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน ที่คาดว่า จะล้นตลิ่งในวันที่ 20 ส.ค.69 จะไม่ส่งผลกระทบต่อตัวเมืองน่าน เนื่องจากระดับแม่น้ำในเขตตัวเมืองยังคงต่ำกว่าตลิ่ง ประกอบกับคาดการณ์แนวโน้มฝนจะเบาบางลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากบริเวณที่ลาดเชิงเขา
สทนช. คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในช่วงวันนี้ – 25 ส.ค. 69 ได้แก่ อ.ท่าวังผา อ.ภูเพียง อ.เมือง และ อ.เวียงสา อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำ จะยังส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในช่วงนี้ ซึ่งยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์
สทนช. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อบูรณาการข้อมูลคาดการณ์และปริมาณน้ำพร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์ในพื้นที่ล่วงหน้า และเตรียมความพร้อมแผนให้ความช่วยเหลือ และเครื่องจักรเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ได้ตลอดเวลา
สำหรับแนวโน้มในช่วงวันที่ 22-24 ส.ค. 69 ร่องมรสุม จะขยับขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมาและสปป.ลาวตอนบน โดยจากการคาดการณ์ปริมาณฝนของประเทศไทยจะลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยยังคงต้องเฝ้าติดตามพื้นที่ อ.ท่าวังผา และ อ.บ่อเกลือ ที่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด
เลขาธิการ สทนช. กล่าวด้วยว่า ยังคงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตาม และรายงานสถานการณ์ปัจจุบันผ่านกลุ่มไลน์ War Room ของศูนย์เตือนภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อความรวดเร็วในการสั่งการ รวมทั้งให้หน่วยงานต่างๆ ส่งข้อมูลเส้นทางที่ปลอดภัยและพื้นที่น้ำท่วมเพื่อให้ศูนย์ข้อมูลร่วม (JIC) ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบต่อไป


