อ.ทนงฟันธง! ซาอุฯ ดึงปากีฯ-ตุรกีเสริมทัพ หมดยุคผูกขาดความไว้วางใจกับสหรัฐฯ
19 สิงหาคม 2569 **ทนง ขันทอง** วิเคราะห์ผ่านรายการ **“คนเคาะข่าว”** ถึงทิศทางความมั่นคงของซาอุดีอาระเบีย หลังขยับกระชับความร่วมมือกับปากีสถานและตุรกี โดยมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญว่า ริยาดกำลังกระจายความเสี่ยงด้านความมั่นคง และไม่ฝากอนาคตไว้กับสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวเหมือนในอดีต
ทนงชี้ว่า ซาอุฯ มีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ มายาวนาน แต่โลกที่เปลี่ยนไปทำให้ต้องเตรียม “หลักประกัน” เพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อความมั่งคั่งจำนวนมากของซาอุฯ เชื่อมโยงกับสินทรัพย์สกุลดอลลาร์และระบบการเงินตะวันตก
พร้อมยกกรณีทรัพย์สินสำรองของรัสเซียที่ถูกประเทศตะวันตกอายัดหลังสงครามยูเครนมาเป็นตัวอย่างว่า แม้แต่ประเทศมหาอำนาจก็เผชิญความเสี่ยงจากระบบการเงินระหว่างประเทศได้ จึงมองว่าซาอุฯ ย่อมต้องคิดถึงการกระจายความเสี่ยงทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
ส่วนเหตุผลที่เลือก **ปากีสถานและตุรกี** ทนงมองว่า ทั้งสองประเทศมีศักยภาพทางทหารสูง ขณะที่ปากีสถานยังเป็นชาติมุสลิมที่มีอาวุธนิวเคลียร์ จึงสามารถเพิ่มน้ำหนักด้านการป้องปรามให้ซาอุฯ ได้
ทนงยังวิเคราะห์ว่า ภัยที่ซาอุฯ กังวลอาจไม่ได้มีเพียงอิหร่าน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงสถานการณ์อิสราเอลและแนวคิด “Greater Israel” ว่าเป็นอีกปัจจัยที่ริยาดต้องจับตา ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น การขยับเข้าหาปากีสถานและตุรกีในมุมของทนง จึงสะท้อนภาพว่า **ยุคที่ซาอุฯ ผูกขาดความไว้วางใจด้านความมั่นคงไว้กับสหรัฐฯ เพียงขั้วเดียวกำลังเปลี่ยนไป** และริยาดกำลังสร้างทางเลือกของตัวเองมากขึ้น
ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องความเสี่ยงจากสหรัฐฯ ระบบดอลลาร์ และภัยคุกคามจากอิสราเอล เป็น **บทวิเคราะห์และมุมมองของทนง ขันทอง** ไม่ใช่ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย
**ขอบคุณข้อมูล : รายการ คนเคาะข่าว**
#NEWS1 รายงาน


