xs
xsm
sm
md
lg

คนไทยผวา! ไทยแบนไม่ให้เกษตรกรไทยใช้สารพิษ “คลอร์ไพริฟอส” แต่ตรวจเจอในผักผลไม้นำเข้าจากจีนเพียบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประเด็นความปลอดภัยทางอาหารกลับมาถูกจับตา หลังมีการเผยแพร่ผลตรวจผักและผลไม้นำเข้าจากประเทศจีนผ่านด่านเชียงของ จ.เชียงราย พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างเกินมาตรฐานหลายรายการ และหนึ่งในสารที่ตรวจพบคือ **“คลอร์ไพริฟอส”** ซึ่งประเทศไทยประกาศห้ามใช้ทางการเกษตรไปแล้ว

ข้อมูลกรมวิชาการเกษตรระบุว่า ไทยกำหนดให้คลอร์ไพริฟอสเป็น **วัตถุอันตรายชนิดที่ 4** มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองสำหรับการใช้ทางการเกษตร เกษตรกรไทยจึงไม่สามารถนำสารดังกล่าวมาใช้กับพืชผลได้ตามกฎหมาย

แต่ผลการสุ่มตรวจผักผลไม้นำเข้าผ่านด่านเชียงของ ซึ่งเก็บตัวอย่างจากสินค้าที่มีที่มาจากประเทศจีนจำนวน 10 ตัวอย่าง กลับพบว่า **7 ใน 10 ตัวอย่าง หรือ 70% มีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐาน** ตรวจพบสารเคมีรวมถึง 37 ชนิด และบางตัวอย่างพบสารหลายชนิดพร้อมกัน

ที่น่าจับตาคือ **ผักกาดหอมโครัลลีฟ** ตรวจพบคลอร์ไพริฟอสตกค้างถึง **0.78 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม** ทั้งที่สารชนิดนี้ถูกประกาศห้ามใช้ในประเทศไทยแล้ว ขณะที่รายการที่พบสารตกค้างเกินมาตรฐานยังมีผักกาดหอม ผักปวยเล้ง ผักกาดฮ่องเต้ ผักกาดแก้ว ผักกาดหวาน และส้มเปลือกล่อน ส่วนกะหล่ำปลีเป็นตัวอย่างที่ไม่พบสารตกค้าง

เรื่องนี้จึงเกิดคำถามเรื่องความเป็นธรรมต่อเกษตรกรไทย เมื่อสารชนิดหนึ่งถูกห้ามใช้ในประเทศเพื่อความปลอดภัย แต่กลับสามารถตรวจพบสารชนิดเดียวกันตกค้างมากับสินค้าเกษตรจากต่างประเทศที่เข้ามาแข่งขันในตลาดไทย

ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ระบุว่า ปัจจุบันมีมาตรการตรวจผักผลไม้นำเข้า โดยสินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงมากจะถูกอายัดและเก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างก่อนปล่อยสินค้า พร้อมใช้ระบบบริหารความเสี่ยงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ผลตรวจที่ด่านเชียงของทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า **มาตรการหน้าด่านเข้มพอหรือยัง** และจะทำอย่างไรให้มาตรฐานความปลอดภัยที่รัฐบังคับใช้กับเกษตรกรไทย ถูกนำมาใช้กับสินค้าเกษตรนำเข้าอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน ก่อนผักและผลไม้เหล่านั้นจะไปถึงจานอาหารของประชาชน

#NEWS1 รายงาน