เพจ **วากับทิต V2** ออกมาโพสต์วิจารณ์มาตรการควบคุม ป.ของรัฐบาลอย่างร้อนแรง หลังมีข่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเสนอแนวทางเปิดให้ผู้ครอบครอง **ป.เถื่อนนำมาคืนทางราชการโดยได้รับการยกเว้นความรับผิดทางอาญา** เพื่อดึง ป.ผิดกฎหมายออกจากสังคมให้ได้มากที่สุด
ประเด็นดังกล่าวมีมูลจริง โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ว่า กระทรวงมหาดไทยได้หารือเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย ป.ใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่การนำเข้า จำหน่าย ครอบครอง ใบอนุญาต การใช้ รวมถึงกระสุน และมีแนวคิดให้นำ ป.เถื่อนมาส่งคืนโดยไม่ต้องรับผิดภายในช่วงเวลาที่กำหนด ก่อนเพิ่มโทษผู้ที่ยังฝ่าฝืนหลังพ้นกำหนด
อย่างไรก็ตาม “พี่ทิต” มองต่างออกไป โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐจึงต้องเปิดทางให้ผู้มี ป.เถื่อนนำมาคืนโดยไม่เอาผิด พร้อมประชดว่า **หรือเป็นเพราะรัฐไม่สามารถตามจับและควบคุม ป.เถื่อนได้จริง จึงต้องใช้วิธีให้ผู้ครอบครองนำมาคืนเอง** ขณะที่มาตรการหลายด้านกลับไปเข้มกับประชาชนที่ครอบครอง ป.อย่างถูกกฎหมาย
เจ้าตัวยังวิจารณ์การชะลอออกใบ ป.3 และมาตรการเกี่ยวกับใบอนุญาตต่าง ๆ โดยมองว่า คนที่ปฏิบัติตามกฎหมายกลับเป็นกลุ่มที่รัฐควบคุมได้ง่ายที่สุด ในขณะที่ผู้ก่อเหตุจำนวนมากใช้ ป.เถื่อน ซึ่งเป็นกลุ่มที่รัฐควรเร่งกวาดล้างให้เด็ดขาดก่อน
ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยที่เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ระบุว่า จากสถิติอาชญากรรมช่วงปี 2559–2566 **ป.ที่ใช้ก่อเหตุประมาณ 83% เป็น ป.ผิดกฎหมาย** ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัฐเคยผลักดันมาตรการนิรโทษกรรมชั่วคราวเพื่อให้นำ ป.เถื่อนมาส่งมอบแก่ทางราชการ
ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้มุ่งจัดการเฉพาะ ป.ที่มีทะเบียน โดยระบุว่ามาตรการใหม่จะดำเนินการกับ **ทั้ง ป.เถื่อนและ ป.ในระบบพร้อมกัน** ทั้งการปราบปราม ป.ผิดกฎหมาย การระงับและตรวจสอบการออกใบ ป.3 การตรวจร้านค้า สนามลั่นไก และการปรับฐานข้อมูลใบอนุญาตให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น
พี่ทิตจึงทิ้งท้ายในทำนองว่า หากรัฐบาลรู้ว่าสถิติส่วนใหญ่ของคดีมาจาก ป.เถื่อน ก็ควรทบทวนมาตรการที่ไปจำกัดประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจ **“ถอยแล้วดูฉลาด ดีกว่าดันทุรังแล้วดู...”** และหันไปจัดการต้นตอของ ป.เถื่อนอย่างจริงจัง
#NEWS1 รายงาน


