กลายเป็นคำพูดร้อนทางการเมืองของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หลังถูกถามถึงกลุ่มประชาชนที่เดินทางมาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามความชัดเจนเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์และร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC
นายพิพัฒน์แสดงความสงสัยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังต้องการอะไรอีก เพราะในส่วนของร่าง พ.ร.บ.SEC รัฐบาลได้ยุติการผลักดันไปแล้ว ขณะที่โครงการแลนด์บริดจ์ตามรูปแบบเดิมก็ถูก “พับแผน” และจะไม่มีการเดินหน้าในแนวทางเดิม โดยเหลือเพียงการศึกษาระบบ Missing Link และแนวทางพัฒนาท่าเรือระนองใหม่เท่านั้น
น้ำเสียงของรองนายกรัฐมนตรีกลายเป็นประเด็นทันที เมื่อกล่าวในลักษณะว่า หากกลุ่มผู้ชุมนุมยังอยากเดินทางมานั่งรับแดดที่กรุงเทพฯ ก็ “เชิญตามสบาย” พร้อมยืนยันว่า ตนเป็นคนพูดตรง และหากอีกฝ่ายใช้ถ้อยคำแรง ตนก็พร้อมตอบกลับแรงเช่นกัน โดยระบุทำนองว่า **“ผมเป็นแบบนี้แหละ แรงมาก็ต้องแรงไป”**
คำพูดดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเครือข่ายภาคประชาชน เพราะแม้รัฐบาลจะระบุว่าแลนด์บริดจ์ถูกพับแล้ว แต่ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมเองเคยชี้แจงว่า การชะลอโครงการยังไม่ได้หมายถึงการยกเลิกอย่างเป็นทางการ โดยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุชัดว่า รัฐบาลเพียงชะลอการเสนอแลนด์บริดจ์เข้าสู่ ครม. เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น และผลการศึกษาเดิมยังไม่ได้ถูกยกเลิกทั้งหมด
นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้สองฝ่ายมองกันคนละมุม ฝั่งนายพิพัฒน์มองว่า ข้อเรียกร้องหลักทั้ง SEC และแลนด์บริดจ์ได้รับการตอบสนองไปแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าการชุมนุมยังมีเป้าหมายอะไร ขณะที่ฝ่ายประชาชนต้องการหลักประกันที่ชัดเจนว่า โครงการเดิมจะไม่ถูกนำกลับมาอีกในชื่อใหม่หรือรูปแบบใหม่ และต้องการเห็นมติหรือเอกสารที่มีผลผูกพันมากกว่าคำพูดทางการเมือง
ประเด็นจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าใครพูดแรงกว่าใคร แต่คือคำถามว่า **รัฐบาลกับประชาชนกำลังเข้าใจคำว่า “ยกเลิก” ตรงกันหรือไม่**
เพราะฝ่ายรัฐบาลบอกว่า “พับแล้ว” แต่ฝ่ายประชาชนยังไม่มั่นใจว่า “พับ” หมายถึงปิดโครงการอย่างถาวร หรือเพียงเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนรายละเอียด แล้วนำบางส่วนกลับมาเดินหน้าใหม่ในอนาคต
และเมื่อคำถามเชิงนโยบายยังไม่ได้รับคำตอบที่ทุกฝ่ายยอมรับ การตอบกลับผู้ชุมนุมว่า **“อยากมานั่งรับแดดกรุงเทพฯ ก็เชิญตามสบาย”** จึงยิ่งทำให้เรื่องที่ควรเป็นการชี้แจงนโยบาย กลายเป็นประเด็นท้าทายระหว่างรัฐมนตรีกับมวลชนแทน
#NEWS1 รายงานครับ


