สถานการณ์แม่น้ำมาว อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ กำลังสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน หลังพบปลาลอย **ต.** ผิดธรรมชาติเป็นจำนวนมากบริเวณบ้านหัวฝาย ตำบลโป่งน้ำร้อน จนเจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมประกาศเตือนประชาชน **ห้ามนำปลาที่ ต. ไปประกอบอาหารเด็ดขาด** ระหว่างรอผลตรวจหาสาเหตุอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลจาก สวท.ฝาง ระบุว่า เจ้าหน้าที่เบื้องต้นคาดว่าปลาที่ **ต.** อาจได้รับ **สารพิษหรือสารเคมี** และได้เก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจในห้องปฏิบัติการแล้ว ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของน้ำ และกังวลว่าสารปนเปื้อนอาจมีความเข้มข้นมากพอที่จะทำให้ปลา **ต.** พร้อมกันจำนวนมาก
ความกังวลไม่ได้หยุดอยู่เพียงเรื่องสัตว์น้ำ เพราะ **แม่น้ำมาวเป็นแหล่งน้ำสำคัญของอำเภอฝาง และเคยถูกใช้เป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา** ทำให้ชาวบ้านเริ่มตั้งคำถามว่า หากพบสารปนเปื้อนจริง จะกระทบต่อระบบผลิตน้ำประปาหรือไม่ และมีมาตรการป้องกันอย่างไรไม่ให้สารดังกล่าวเข้าสู่น้ำที่ส่งถึงครัวเรือน
เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2566 ครั้งนั้นปลาลอย **ต.** จำนวนมากในแม่น้ำมาวเช่นกัน โดยนายอำเภอฝางสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากการเทหรือระบายสารเคมีลงแม่น้ำ และถึงขั้นประสานการประปาส่วนภูมิภาค สาขาฝาง ให้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจ เนื่องจากลำน้ำสายนี้เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำประปาในพื้นที่
ดังนั้น เหตุปลา **ต.** รอบใหม่จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะชาวฝางกำลังรอคำตอบอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ **น้ำปนเปื้อนสารอะไร ปริมาณเท่าใด ต้นตอมาจากไหน และกระทบถึงน้ำดิบหรือน้ำประปาที่ประชาชนใช้อยู่หรือไม่**
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ **ยังไม่มีประกาศจากการประปาส่วนภูมิภาคยืนยันว่ามีสารปนเปื้อนหลุดเข้าสู่น้ำประปาที่จ่ายให้ประชาชนแล้ว** ดังนั้นความกังวลเรื่อง “ลามถึงระบบประปา” ยังเป็นสิ่งที่ต้องเร่งตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าประปาฝางปนเปื้อนแล้ว
แต่เมื่อปลายังลอย **ต.** เป็นจำนวนมาก และเหตุในลำน้ำสายเดียวกันเคยเกิดขึ้นมาก่อน สิ่งที่ประชาชนต้องการจากหน่วยงานรัฐจึงไม่ใช่เพียงคำเตือนห้ามกินปลา แต่คือ **ผลตรวจน้ำที่รวดเร็ว โปร่งใส และคำยืนยันชัดเจนว่าน้ำประปาที่ส่งถึงบ้านประชาชนยังปลอดภัยหรือไม่**
#NEWS1 รายงานครับ


